กกต. มีมติสั่งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ขาดคุณสมบัติ

กกต. มีมติสั่งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ขาดคุณสมบัติ มีผลต่อค่าเฉลี่ยคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณากรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ได้มีหนังสือขอให้ กกต. พิจารณาวินิจฉัยว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แล้วมีมติเห็นว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งกรณีดังต่อไปนี้เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครนั้นได้รับไปใช้ในการคำนวณตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

(1) กรณีเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองในขณะเดียวกันเกินกว่าหนึ่งพรรคการเมือง ซึ่งเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 ประกอบมาตรา 26 เป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพทุกพรรคการเมืองที่ซ้าซ้อนตามมาตรา 27 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ส่งผลให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 41 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 เนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียง พรรคการเมืองเดียว ประกอบด้วย

(1.1) นายสุทัศน์ สัตย์แสง พรรคพลังปวงชนไทย หมายเลข 25 เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดสุรินทร์

(1.2) นายอธิป แท่นรัตนกุล พรรคพลังไทยรักไทย หมายเลข 24 เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนนทบุรี

(1.3) นายวัฒนา เทพน้าทิพย์ พรรคพลังไทยรักไทย หมายเลข 25 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนนทบุรี

(1.4) นางสาวพรสุปรีฐ์ บุปผานนทพัฒน์ พรรคพลังไทยรักไทย หมายเลข 29 เขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดนนทบุรี

(1.5) นายสมพงษ์ รัตนัง พรรคพลังไทยรักไทย หมายเลข 19 เขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดขอนแก่น

(1.6) นายธนัท วัฒนะสิริโชค พรรคประชาธรรมไทย หมายเลข 32 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา

(1.7) นายวัชระ วัชระกวีศิลป์ พรรคพลังชาติไทย หมายเลข 28 เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดร้อยเอ็ด

(1.8) นายเคน วิเศษสุนทร พรรครวมใจไทย หมายเลข 23 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดหนองคาย

(2) กรณีเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วัน และไม่ได้เป็นผู้ร่วมกันจดจัดตั้งพรรคการเมือง ส่งผลให้เป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 41 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

เนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับถึงวันเลือกตั้ง ได้แก่ นายบุญชู แก้วกระจ่าง พรรคพลังชาติไทย หมายเลข 23 เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดราชบุรี

(3) กรณีเคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ในวงราชการส่งผลให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 42 (10) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ได้แก่ นายณัฑฐภณ ฉิมอินทร์ พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 7 เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสมุทรสาคร

(4) กรณีเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 42 (17) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 เนื่องจากเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ได้แก่ นายสำเร็จ วงศ์ศักดา พรรคชาติพัฒนา หมายเลข 3 เขตเลือกตั้งที่ 13 จังหวัดนครราชสีมา

คนร้าย3คน บุกปล้นร้านศิริชัย ย่านเพชรเกษม กวาดเงิน-ของมีค่าไปเพียบ

คนร้ายเหิม ควงอาวุธปืน – มีด บุกปล้นร้านศิริชัย ย่านเพชรเกษม กวาดทรัพย์สินไปมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ด้านตำรวจเร่งแกะภาพวงจรปิดล่าตัว

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (2 พ.ค. 2562) ได้เกิดเหตุมีคนร้าย 3 คน สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าบุกเข้าปล้นร้านศิริชัย ย่านเพชรเกษม กวาดทรัพย์สินไปกว่า 10 รายการ อาทิ แหวนเพชร สร้อยข้อมือเพชร กำไลเพชร สร้อยคอเพชร และเงินสด 30,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป

ทั้งนี้จากการสอบสวน นายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้าน เผยว่าระหว่างที่ตนนั่งเฝ้าร้านอยู่นั้นได้มีชาย 3 คนสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาในร้าน จากนั้นพวกเขาได้แสดงอาวุธจำพวกปืน มีด ข่มขู่ตัวเขา ก่อนที่ 1 ในนั้นจะใช้ด้ามปืนตีไปที่ศีรษะจนล้มลงได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่พวกเขาจะเปิดเคาท์เตอร์และฉกทรัพย์สินไปดังกล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงเหตุดังกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลาง ได้เข้าทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บวัตถุพยาน ลายนิ้วมือแฝงและตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว เพื่อหาตำหนิรูปพรรณคนร้าย ข้อมูลยานพาหนะที่ใช้หลบหนี  ก่อนปูพรมสืบสวนหาข่าวและไล่ล่าคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้าย สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม โทร. 02-455-1718 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แก็งรัสเซียอาละวาด ขนคอมพ์ขุดบิทคอยน์ ก่อนโกงไฟฟ้าหนีหาย

เตือนคนภูเก็ตระวัง หลังแก๊งรัสเซียอาละวาด ขอเข้าเช่าตึกทำฟาร์มขุดบิทคอยน์ ก่อนหนีเชิดเงินค่าไฟฟ้า

วันนี้ (2 พ.ค. 2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Stock Trader ได้ส่งต่อเรื่องราวเตือนภัยผ่านกลุ่ม  กลุ่มเสียงประชาชน คนภูเก็ต “กระบอกเสียงคนภูเก็ต” เพื่อเตือนให้ผู้ให้บริการเช่าตึกระมัดระวัง หลังมีกลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาทำทีขอเช่าตึกเพื่อเปิดฟาร์มขุดบิตคอยส์ในพื้นที่ จากนั้นไม่นานพวกเขาจะโกงค่าไฟและหนีหายลอยนวล

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า สวัสดีครับ ฝากแจ้งเตือนพี่น้องชาวภูเก็ต  เนื่องจากทางผมมีสถานที่ให้เช่าในจังหวัดภูเก็ต ได้มีลูกค้ากลุ่มรัสเซียมาเช่าครับ ทำธุรกิจขุดบิทคอยน์ ด้วยจำนวนเครื่อง 100 กว่าเครื่อง เช่าผ่านไปได้ประมาณ 5 เดือน ทางผมได้ทราบว่ากลุ่มชาวรัสเซียพวกนี้ได้โกงไฟฟ้า และได้หนีออกไปแล้วครับ

ได้แอบมานำเครื่องขุดบิทคอยน์ออกไป และได้แอบบุกรุกในยามวิกาล เพื่อมาเอาตู้เบรกเกอร์ไฟฟ้าที่โกงออกด้วยมีการลักทรัพย์ชั้นวางเครื่องขุด และหนีการจ่ายค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นยอดเงินจำนวนมาก

จากการที่ทางผมไปแจ้งความ ก็ได้ทราบว่ากลุ่มพวกนี้ยังทำการขุดบิทคอยน์อยู่ครับในจังหวัดภูเก็ต มีการสั่งซื้อเครื่องขุดบิทคอยน์เข้ามาอีก 500-600 เครื่อง และได้โกงไฟฟ้าทุกที่ ที่เช่าทำครับ โดยมีนายใหญ่พวกนี้เป็นชาวยูเครนและมีคนไทยช่วยเหลือพวกนี้อีกทีครับ ช่วยทั้งในด้านตำรวจ และด้านกฎหมายครับ

ฝากช่วยแจ้งเตือนทุกๆ ท่านด้วยครับ ป้องกันพวกต่างชาติมาทำให้คนไทยเดือดร้อนด้วย เสียหายเยอะมากครับ

สำหรับ บิทคอยน์ คือสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งถูกบันทึกไว้ด้วยข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ และไม่มีตัวแทนมูลค่าในรูปแบบเหรียญหรือธนบัตร ปัจจุบันบิทคอยน์สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ แต่จำนวนร้านค้าที่รับบิทคอยน์นั้นยังนับว่าน้อยกว่าสกุลเงินปกติมาก นอกจากนี้การโอนและแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ข้ามชาติเป็นไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

ส่วนการขุดบิทคอยน์ คือการนำคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าไปช่วยระบบบิทคอยน์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องแข่งประมวลผลการทำรายการให้ได้เร็วที่สุด ผู้ชนะจะได้รับบิทคอยน์เป็นค่าตอบแทน จนกว่าเหรียญที่ถูกกำหนดไว้ทั้งหมด 21 ล้านเหรียญจะถูกสร้างขึ้นจนหมด ซึ่งปัจจุบันได้ถูกขุดออกมาแล้วกว่า 16 ล้านเหรียญ

ข้อมูลจาก Stock Trader และข้อมูลบางส่วนจาก bbc.com