แรงงาน 17 องค์กร ยื่น 10 ข้อเรียกร้อง จี้ปฏิรูปประกันสังคม

แรงงาน 17 องค์กร เดินขบวนยื่น 10 ข้อเรียกร้อง จี้ ปฏิรูปประกันสังคม ด้าน คสรท. – สรส. แยกเวทีจัดกิจกรรมทวงข้อเรียกร้องปี 60 ยังไม่คืบหน้า

วันนี้ ( 1 พ.ค. 62 ) ที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พ.ค. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และนายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ 2562 ประกอบด้วย

สภาองค์การลูกจ้าง สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และกลุ่มแรงงานนอกระบบรวม 17 องค์กร ได้จัดพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. จากนั้นได้เคลื่อนริ้วขบวนเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ริ้วขบวนของกระทรวงแรงงาน

และริ้วขบวนของผู้ใช้แรงงานนับพันคนซึ่งทุกคนใส่เสื้อสีเหลืองเดินไปยังสถานที่จัดกิจกรรม ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ที่จัดขึ้นภายใต้คำขวัญ “แรงงานก้าวหน้าเศรษฐกิจก้าวไกล เทิดไท้องค์ราชัน” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน

ทั้งนี้มีการจัดนิทรรศการต่างๆ เช่น การให้ความรู้ด้านกฎหมายแรงงาน การปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพ สาธิตประกอบอาชีพอิสระ นัดพบแรงงาน ตอบปัญหาชิงรางวัล และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวก่อนเคลื่อนขบวนว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงานเป็นอย่างมาก สำหรับหรับข้อเรียกร้องในวันแรงงานปีนี้ 10 ข้อ ได้ดำเนินการไปแล้ว 4 ข้อ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการทบทวนและพิจารณาและกระทรวงแรงงานได้มีโครงการเฉลิมพระเกียรติแรงงานร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน 2 โครงการ 1 กิจกรรม คือ

โครงการเฉลิมพระเกียรติ 101 อาชีพ ความหมายเลข 10 หมายถึงรัชการที่ 10 ส่วนเลข 1 หมายถึง คนไทยรวมใจเป็น 1 เดียว รูปแบบการจัดกิจกรรมจะจัดฝึกอาชีพตามศาสตร์พระราชาทั้งหมด 101 อาชีพทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.

และโครงการฝึกฝีมือนานาชาติเฉลิมพระเกียรติโดยนำศาสตร์พระราชาไปฝึกให้กับแรงงานกลุ่ม CLMVT หรือกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดยจะเริ่มที่แรกที่สถาบันฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน จ. เชียงราย รวมทั้งกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว ทั้งหมดจะเริ่มในวันที่ 2 พ.ค.มีระยะเวลาในการดำเนินการ 2 ปี

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานตั้งขบวนริมถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสโมสรทหารบก เพื่อเคลื่อนไปที่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ได้มีว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 4-5 คน สวมเสื้อพรรคเดินทางมาแจกเอกสารนโยบายด้านแรงงานของพรรค พร้อมเชิญชวนให้ผู้ใช้แรงงานสมัครเป็นสมาชิกพรรค

โดยว่าที่ ส.ส. รายหนึ่งกล่าวว่า เป็นตัวแทนหัวหน้าพรรคมาขอบคุณผู้ใช้แรงงานที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ เพราะหัวหน้าพรรคอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี จึงต้องเตรียมเอกสารสู้คดีไม่สามารถมาร่วมงานกับพี่น้องแรงงานได้ นอกจากนี้ยังพบนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใส่เสื้อขาวกางเกงดำ มาเดินอยู่บริเวณริมถนนก่อนที่ผู้ใช้แรงงานจะเคลื่อนขบวน

นายกฯแจงขั้นตอนยกเลิกคำสั่ง คสช.-คัดเลือก ส.ว.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุม คสช. ว่า ได้มีการหารือถึงสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งได้รับรายงานว่าทุกอย่างได้เตรียมการเป็นที่เรียบร้อย ส่วนการพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช. นั้น ได้สั่งตั้งคณะทำงานศึกษารายละเอียด เพื่อพิจารณายกเลิกคำสั่งที่ไม่จำเป็น ส่วนคำสั่งใดที่ยังมีความจำเป็นก็ให้ปรับปรุงเป็นกฎหมายปกติ เพื่อบังคับใช้ต่อไป

สำหรับความคืบหน้าการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.แบบสรรหา ที่ประชุมได้หารือถึงกำหนดการพิจารณา และตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจะประกอบด้วยอดีตข้าราชการ, ตำรวจ และทหารจำนวนหนึ่ง แต่จะมีสัดส่วนของพลเรือนมากกว่า ซึ่งจะนำรายชื่อเสนอขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมได้ หลังประกาศรายชื่อ ส.ส.ภายใน 3 วัน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายมีความเชื่อมั่นเรื่องดังกล่าว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการยื่นร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยย้ำ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย อย่ายึดแต่ความต้องการของฝ่ายตัวเองเป็นหลัก แต่ต้องนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มาพิจารณาด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า เมื่อมีการเลือกตั้ง หรือนับคะแนนใหม่ให้แล้ว ยังไม่พอใจอีก ตนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรส่วนความไม่แน่นอนทางการเมือง มองว่าเป็นเพียงเรื่องที่พูดกันไปเอง โดยยืนยันว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพ และเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวอีก

ชาวอินโดนีเซียยอมรับแผนย้ายเมืองหลวง

ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแผนย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตาของรัฐบาลั เหตุเสี่ยงเกิดน้ำท่วมและทรุดตัว รวมถึงสภาพการจราจรหนาแน่น

ชาวอินโดนีเซียที่อาศัยอยู่ในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ แสดงความเห็นต่อแผนพิจารณาย้ายเมืองหลวงออกจากเกาะชวาของรัฐบาล ไปยังสถานที่ใหม่ซึ่งยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแผนดังกล่าว

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด้ ของอินโดนีเซีย ประกาศการตัดสินใจย้ายเมืองหลวงของประเทศในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เท่าเทียมกันมากขึ้นทั่วประเทศ

นายวิโดโด้ระบุว่า แนวคิดการย้ายเมืองหลวงนี้มีมานานหลายทศวรรษแล้ว ตั้งแต่สมัยที่นายซูการ์โนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซีย แต่ “ไม่เคยมีการตัดสินใจหรือหารือกันในลักษณะที่วางแผนไว้”

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหารือกันถึง 3 ทางเลือกในการย้ายเมืองหลวง แต่นายวิโดโด้ตัดสินใจที่จะย้ายเมืองหลวงออกจากเกาะชวา ส่วนทางเลือกอื่นคือย้ายออกไปยังสถานที่ใกล้เคียงกรุงจาการ์ตา หรืออยู่ที่เดิมแต่ย้ายที่ทำการรัฐบาลทั้งหมดไปยังเขตพิเศษโดยรอบทำเนียบประธานาธิบดี โดยนายบัมบัง โบรดโจเนโกโร รัฐมนตรีกระทรวงผังเมือง ระบุว่า รัฐบาลยังไม่ตัดสินใจเลือกสถานที่ตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่ แต่กำลังพิจารณาทางตะวันออกของประเทศ

จาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย

สำนักข่าวอันตาราของอินโดนีเซีย รายงานว่า หนึ่งในตัวเก็งที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ คือ เมืองปาลังการายา ในจังหวัดกาลิมันตันกลางบนเกาะบอร์เนียว

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่เกิดแนวคิดย้ายเมืองหลวง เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า กรุงจาการ์ตาเสี่ยงเกิดน้ำท่วมและทรุดตัวเนื่องจากการขุดเจาะน้ำบาดาลที่มากเกินไป ขณะที่ผู้อยู่อาศัยต่างร้องเรียนถึงสภาพการจราจรหนาแน่นในใจกลางเมืองหลวง ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2 แสนล้านบาท

เหตุการณ์ย้ายเมืองหลวงเคยเกิดขึ้นมาแล้วในพม่า (ประเทศเมียนมาในปัจจุบัน)

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 ประเทศพม่าในขณะนั้น ได้ย้ายเมืองหลวงจาก ย่างกุ้ง ไปที่ เนปิดอว์ ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร

โดยสาเหตุที่รัฐบาลพม่าประกาศย้ายเมืองหลวงนั้น ไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างแน่ชัด แต่นักวิเคราะห์มองว่าเนปิดอว์ได้เปรียบย่างกุ้งในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเล เพราะพม่ากลัวการรุกรานแบบเดียวกับที่สหรัฐฯ บุกอิรัก

นอกจากนี้สาเหตุประการหนึ่งคือเนปิดอว์อยู่ใจกลางประเทศ ทำให้ง่ายต่อการปกครอง และอีกสาเหตุหนึ่งเป็นคำแนะนำของโหรประจำตัวนายพลตัน ฉ่วย ผู้ครองอำนาจสูงสุดในพม่า ว่าหากไม่ย้ายเมืองหลวงตนอาจจะอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน