บานปลาย! ผู้สั่งเซ็กทอยส์โพสต์อยากฆ่าตัวตาย หลัง พนง.เปิดกล่องพัสดุ

ผู้เสียหายเครียดหนัก ลั่นอยากฆ่าตัวตาย หลังถูกพนักงานบริษัทขนส่งดัง เปิดกล่องพัสดุแล้วนำมาโพสต์ล้อเลียนในโซเชียล

แม้ว่า บริษัทขนส่ง ‘เคอรี่’ ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษลูกค้า หลังมีพนักงานประพฤติไม่เหมาะสมด้วยการเปิดกล่องพัสดุ และนำมาโพสต์ล้อเลียน พร้อมทั้งมีคำสั่งเลิกจ้างและเตรียมดำเนินคดีกับพนักงานที่เกี่ยวข้องทันที

ซึ่งหากดูๆ ไป เหมือนเรื่องจะจบ แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้น เพราะผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของพัสดุ ได้มีการระบายความในใจ ถึงขั้นคิดอยากจะฆ่าตัวตาย ผ่านบทสัมภาษณ์ทางเพจ ล่า จากการถูกพนักงานบริษัทรับส่งสินค้าไร้สำนึกละเมิดสิทธิในครั้งนี้ โดยมีข้อความระบุว่า

…..  เขามาเปิดของหนูทำไม 🔥
หนูอยากฆ่าตัวตาย เขารู้ไหม ?
ว่าผลกระทบมันหนักขนาดไหน
อาย ถ้ามีคนหนึ่งรู้ คนอื่นๆ ก็ต้องรู้
ทะเลาะกับที่บ้าน เเฟนก็จะเลิกกัน
.
ทั้งน้ำตาค่ะ เธอร้องไห้ เเล้วก็บอกว่า มีผู้ชายเเปลกๆ หนูไม่รู้จักเเอดไลน์มา หนูระเเวงไปหมด ต้องลางาน หนูไม่กล้าไปทำงานเลย มีคนหนึ่งรู้ คนอื่นก็ต้องรู้ หนูอาย จนวันนี้ไม่อยากจะอายเเล้ว
.
หนูต่อสู้คนเดียว ไม่มีใครอยู่เคียงข้างหนูเลย ครอบครัวก็ไม่เข้าใจ เเฟนหนูก็ด่า ก็ว่าจะเลิกกันอีก ขอร้องให้ญาติให้เป็นเดินเรื่องเป็นเพื่อนก็ปฏิเสธ เหมือนทุกคนหนีหนูหมด เหมือนเป็นตัวน่ารังเกียจ มันอยู่ต่อไม่ได้นะพี่
.
ปลายทางจัดส่งสินค้าให้เธอ เข้าระบบเคอรี่ สามารถตรวจสอบได้ตั้งเเต่วันที่ 22 เมษายน จนวันนี้ 8 วันเเล้วยังไม่ได้ของเลย เธอโทรหาเคอรี่ เบอร์ 1217 ทุกวัน ก็บอกของจะมาส่งๆ ลางานมารอรับของได้ 3 วัน พอมาเห็นเเบบนี้เลยต้องลายาว คิดว่าคงต้องลาออกเเล้วค่ะ
.
ทุกครั้งที่โทร ก็บอกเขาว่า หนูต้องส่งของต่อนะ เพราะมีคนใช้ชื่อที่อยู่หนูสั่ง เขาไม่สามารถให้ไปส่งที่บ้านเขาได้ หนูก็ต้องมารอรับของเอง พอมาเกิดเรื่องกลายเป็นหนู ที่รับกรรม
.
เคอรี่โทรมาเจรจากับเธอค่ะ ให้เข้าไปที่สาขาสามพราน คนที่โทรมาเเจ้งบอกว่า จะพาพนักงาน 4 คนมาขอโทษด้วย เเละจะมีตำรวจมาร่วมด้วย
.
ดีค่ะ มีเเอดมินเพจล่า มีนักข่าวช่องอื่นๆ ด้วย เจรจาเปิดเผย เเมนๆ กำลังไปกัน
.
ตามกฎหมาย ถ้าลูกจ้างทำผิด นายจ้างต้องมีส่วนรับผิดชอบค่ะ
.
เจ้าของพัสดุเล่าอีกว่า พอรู้ว่าเป็นของที่เธอสั่ง ก็พยายามขอชื่อ นามสกุลพนักงานทั้ง 4 คน เพื่อจะไปเเจ้งความเเต่ก็ปกปิด ไม่ยอมให้
.
พี่สาวบอกว่า น้องสาวเป็นคนอ่อนไหว เครียดที่ก็จะมีพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หามส่งโรงพยาบาล รอดมาทุกครั้ง ครั้งนี้กลัวจะไม่รอด
.
รายละเอียดรอนะคะ
ตอนนี้ขอให้สังคมให้กำลังใจเธอ
.
#เพจล่า
#ล่าทุกเรื่องราวที่ไม่เป็นธรรม

สำหรับพฤติกรรมของพนักงานที่ละเมิดสิทธิเปิดกล่องพัสดุในครั้งนี้ ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326 และมาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งผู้เสียหายอาจเห็นว่า กลุ่มพนักงานเคอรี่ นำเรื่องโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และมีการนำข้อมูลไปแชร์ต่อโดยไม่มีการปกปิดข้อความหรือภาพ ก็อาจเข้าข่ายถูกฟ้องหมื่นประมาทได้

นอกจากนี้ ยังพบว่า การเปิดเผยความลับทางจดหมาย พัสดุ ไปรษณีย์ อาจมีความผิดทางอาญาเช่นกัน ในมาตรา 322 หากพบว่าการเปิดเผนทำให้ เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 323 หรือการเป็นเจ้าพนักงานนำความลับผู้อื่นมาเปิดเผย จนเกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 324 แม้กระทั่งการนำความลับนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงการดำเนินการโพสเรื่องราวผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ก็อาจจทำให้ ถูกฟ้องร้องใน มาตรา 14 (1) หมิ่นประสาท และ (4) การเผยแพร่ภาพและข้อมูลลามก ตาม พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550

แนะห้ามเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ อยู่หน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง

องค์การอนามัยโลก แนะให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีจอไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพ

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป โทรทัศน์ สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่ควรมากเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ ควรได้ทำกิจกรรรมต่างๆ และหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่มีหน้าจอทุกประเภท

WHO ชี้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ควรได้ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยในการพัฒนาพฤติกรรมที่ดี และยังเป็นการป้องกันโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ในอนาคต โดยพฤติกรรมติดหน้าจอนั้นรวมถึงการดูโทรทัศน์ หรือวิดีโอ และเกมคอมพิวเตอร์ด้วย

สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 1 ถึง 4 ขวบ ควรทำกิจกรรมต่างๆ ทางร่างกายที่มีความหลากหลายอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน เพราะการที่เด็กอยู่กับที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต และอาจนำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

WHO ระบุในรายงานเมื่อ 2 ปีที่แล้วว่า จำนวนเด็กและวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคอ้วนทั่วโลก เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า จาก 40 ปีที่แล้ว เป็นจำนวนกว่า 120 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางในเอเชีย

WHO แนะว่า เด็กในช่วงปฐมวัยจะมีการเติบโตทางร่างกายและการพัฒนาการรับรู้ที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการสร้างพฤติกรรม และเริ่มปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในครอบครัว โดยใช้ผลการศึกษาหลายร้อยชิ้นในหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา แอฟริกาใต้ และสหรัฐฯ

รายงานยังชี้ว่า อาการนอนไม่เพียงพอแบบเรื้อรังในเด็กๆ มีความเกี่ยวข้องกับภาวะที่ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินโดยวัดจากดัชนีมวลกาย ขณะที่ระยะเวลาการนอนที่สั้นลงมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดูโทรทัศน์และการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น

มอบตัวแล้ว คนร้ายก่อเหตุรุมทำร้ายพ่อค้า ทั้งมีดฟัน เหล็กฟาดจากข้างหลัง

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์พ่อค้าตลาดบางใหญ่ ถูกกลุ่มชายเข้าทำร้ายด้วยการใช้ท่อเหล็กฟาดและมีดฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่ผู้บาดเจ็บลั่นจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุดนั้น (อ่านข่าว : คลิปพ่อค้าหนุ่ม ถูกกลุ่มชายเข้าเคลียร์ปัญหา ก่อนอีกคนจะฟาดจากด้านหลัง)

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า ผู้ต้องหาจำนวน 3 คนที่ปรากฏในคลิปทำร้าย ได้ติดต่อขอมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ อ.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี แล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ

นายทวีศักดิ์ สุขอยู่ อายุ 32 ปี (สวมหมวก) คนถือเหล็กแปปตีท้ายทอย,
นายพิริยะ งามยิ่ง อายุ 34 ปี (เสื้อขาว)คนเข้าไปพูดคุย
และนายศิริชัย ทองอยู่ อายุ 33 ปี (เสื้อลายสก็อต) คนที่ใช้เหล็กติ๋วตี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รัยอันตรายสาหัส ซึ่งเจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และเป็นที่สนใจของประชาชน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ส่วนอีก 3 คนในภาพอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป