ประกันสังคมแจง สิทธิกรณีเสียชีวิต ทายาทยื่นรับสิทธิใน 2 ปี รับค่าทำศพ 4 หมื่น

สำนักงานประกันสังคม แจง สิทธิกรณีเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิยื่นรับสิทธิประโยชน์ได้ภายใน 2 ปี รับค่าทำศพ 40,000 บาท และเงินสงเคราะห์

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง การจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตของกองทุนประกันสังคมว่า การจ่ายค่าทำศพให้แก่ผู้มีสิทธิรับประโยชน์จำนวน 40,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดการศพ โดยทายาทของผู้ประกันตนที่มีสิทธิจะได้รับสิทธิประโยชน์จะต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย

โดยผู้มีสิทธิสามารถนำหลักฐานเพื่อขอรับประโยชน์ ได้แก่ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (รับที่สำนักงานประกันสังคม) สำเนาบัตรประชาชนของผู้จัดการศพ หลักฐานจากฌาปณสถานหรือมัสยิดที่แสดงว่าเป็นผู้จัดการศพ สำเนาใบมรณบัตร สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้จัดการศพ (กรณีรับเงินทางธนาคาร)

นอกจากนี้ ทายาทผู้มีสิทธิของผู้ประกันตนยังมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ กรณีเสียชีวิตด้วย โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้กับบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุให้เป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ โดยการทำหนังสือระบุไว้ ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ว่า ให้ใครเป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย คือ บิดา มารดา สามีหรือภริยา และบุตร โดยหารเฉลี่ยในอัตราคนละเท่าๆ กัน

ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง120 เดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน

ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน

ทายาทผู้มีสิทธิของผู้ประกันตนที่เสียชีวิต สามารถขอรับประโยชน์ทดแทนได้ภายใน 2 ปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sso.go.th

นักท่องเที่ยวจีนเยือนสหรัฐฯ ลดลงครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สำนักงานท่องเที่ยวและเดินทางแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งเก็บข้อมูลจากศุลกากรสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปสหรัฐฯ ลดลง 5.8 เปอร์เซนต์ ในปี 2561 มาอยู่ที่ 2 ล้าน 9 แสนคน

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในยุครัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ เป็น 1 ในเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเยือนสหรัฐฯ ลดลง นอกจากนี้ เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว จีนได้ออกคำเตือนประชาชนที่มายังสหรัฐฯ ให้ระมัดระวังเหตุกราดยิง ปล้นทรัพย์ และค่ารักษาทางการแพทย์ในสหรัฐฯ ที่สูง ขณะที่สหรัฐฯ ได้ตอบโต้ด้วยการออกคำเตือนต่อประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวจีนเช่นกัน

นายวูล์ฟกัง จอร์จ อัลท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวนอกประเทศจีน กล่าวว่า อีกสาเหตุที่คนจีนท่องเที่ยวน้อยลงเพราะสภาพเศรษฐกิจ คนจีนจึงเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดในประเทศใกล้เคียง
โดยพบว่า ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว ชาวจีน 56 เปอร์เซนต์ ที่เดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ เลือกไปฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 50 เปอร์เซนต์ ส่วนผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวระยะไกล เดินทางไปยังประเทศที่ให้ประสบการณ์แปลกใหม่ อาทิ โครเอเชีย โมร็อกโก และเนปาล

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม มองว่า นักท่องเที่ยวจีนมายังสหรัฐฯ จะลดลงเพียงชั่วคราว ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซนต์ในปีนี้ โดยมีจำนวนราว 3 ล้าน 3 แสนคน
แต่เมื่อนักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนลดลงก็จะกระทบต่อรายได้สหรัฐอย่างเห็นได้ชัด

โดยในปี 2551 ถึงปี 2559 เม็ดเงินใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในสหรัฐฯ ซึ่งไม่รวมนักเรียน เพิ่มขึ้นถึง 600 เปอร์เซนต์ มูลค่าแตะ 1 หมื่น 8 พัน 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 6 แสน 2 พันล้านบาท ก่อนลดลง 1 เปอร์เซนต์ ในปี 2562 มาอยู่ที่ 1 หมื่น 8 พัน 800 ล้านดอลลาร์ หรือ 5 แสน 9 หมื่น 9 พันล้านบาท คิดเป็น 12 เปอร์เซนต์ ของรายได้จากการท่องเที่ยว

หลายจังหวัดภาคเหนือ เฝ้าระวังน้ำป่า-ดินโคลนถล่ม

หลายจังหวัดภาคเหนือสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังป้องกันและติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตกหนัก 55 จังหวัด มีผลกระทบถึงวันที่ 31 พ.ค. นี้

มีรายงานว่าฝนเริ่มตกในหลายจังหวัดภาคเหนือ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และอาจเกิดน้ำท่วมได้ตามคำประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าตลอดสัปดาห์นี้จะมีฝนตกหนัก ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ วางมาตรการป้องกัน เนื่องจากปีที่ผ่านมามีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและดินถล่มกว่า 5 พันหลัง

ที่จังหวัดน่าน เทศบาลเมืองน่าน เร่งสร้างพนังกั้นน้ำริมน้ำน่านฝั่งเทศบาล ตั้งแต่บ้านดอนศรีเสริมไปจนถึงบ้านดอนแก้ว ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน โดยเฉพาะจุดที่เป็นรูรั่วขนาดใหญ่ ที่ถูกปริมาณน้ำเซาะใต้พนังและถนนคอนกรีตจนเป็นรูรั่วเมื่อปีที่ผ่านมา โดยนำดินเข้าไปอุดและอัดให้แน่นเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ส่วนจังหวัดตาก ชาวชุมชนตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ขุดลอกคลองลำห้วยแม่สอด นำเอากิ่งไม้ และเศษวัชพืชออกจากคลอง เพื่อรองรับน้ำให้ไหลสะดวก และเพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วม หลังจากเข้าสู่ฤดูฝน และเริ่มมีฝนตก สำหรับพื้นที่เทศบาลนครแม่สอด ถือเป็นหนึ่งพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย 55จังหวัด (มีผลกระทบถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562)” บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้