สธ.ให้ดำเนินคดีอาญา กลุ่มคนทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ทะเลาะวิวาทกันในโรงพยาบาล ระบุโทษจำคุก-ยึดทรัพย์-ชำระค่าเสียหาย

กรณีเหตุตีกันในโรงพยาบาลซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และทำลายอุปกรณ์ทางการแพทย์จนได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งสร้างความเสียขวัญแก่ประชาชนผู้ที่รับบริการเป็นอย่างมาก ล่าสุดมีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 24 พ.ค. โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ดำเนินคดีอาญากับผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

โดยมีข้อความระบุว่า สธ. พิจารณาแล้วเห็นควรใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงจากเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลทุกราย โดยการฟ้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ในความผิดมาตรา 360 ทำลายซึ่งทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ มาตรา 364 บุกรุก หรือมีการบุกรุกโดยการใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธหรือร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือบุกรุกในเวลากลางคืน ตามมาตรา 365 และในความผิดอื่น ๆ (ถ้ามี)

ด้าน พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก @Ittaporn Kanacharoen ระบุว่า

“24 พ.ค. 62 ปลัด สธ. มอบอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฟ้องอาญา กรณีมีผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงในรพ. ทั้งทำลายทรัพย์สิน บุกรุก ขู่ทำร้าย มากกว่า 2 คน และกลางคืนยิ่งโทษหนัก เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดี อัยการฟ้อง พิจารณาลงโทษอาญาและแพ่งโดยเด็ดขาด ทั้งคุกและยึดทรัพย์ชำระค่าเสียหาย ตาม มาตรา 360, 364, 365 ไม่ให้เป็นภาระของ ผอ.รพ. ที่ไม่กล้าไปฟ้องเอง ทำให้ที่ผ่านมาบางรายอาจไม่เกิดการดำเนินคดี ขอขอบคุณท่านปลัดมากครับ คดีแรกจะเป็นจังหวัดไหนต้องรอดูครับ”

เช่นเดียวกับ นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ขอบพระคุณท่านปลัดครับ ความรุนแรงที่เราเห็นตามข่าวเป็นส่วนหนึ่ง เพราะที่สำรวจจาก 1,726 คนทั่วประเทศ พบว่าเกือบ 60% เคยพบความรุนแรงอย่างน้อย 1 ครั้งใน 1 ปี”

สุดทึ่ง!! เด็กหญิงป.2 ควบม้าไปโรงเรียน เผยหัดขี่ม้าตั้งแต่เล็กๆ

สุดทึ่ง!! เด็กหญิง ป.2 ควบม้ากลับบ้านจากโรงเรียน เจ้าตัวเผยหัดขี่ม้าตั้งแต่เล็กๆจนชำนาญทุกเย็นหลังเลิกเรียนก็จะมาช่วยพ่อ ซึ่งมีอาชีพเป็นคาวบอยนำม้ามาให้บริการนักท่องเที่ยวขี่และถ่ายภาพ

การกรณีในโลกแชร์เรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังขี่ม้าอยู่ในตัวเมืองสงขลาและบอกว่ากำลังขี่ม้าไปโรงเรียน กลายเป็นภาพน่ารักที่มีผู้คนเข้ามาชื่นชมในความสามารถ

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวานวันนี้ (28 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับเด็กหญิงคนนี้ซึ่งน้องมีชื่อว่า ด.ญ.กรกัญญา ทับนาคา อายุ 7 ปี หรือน้องใบบัว กำลังเรียนอยู่ชั้นป.2 โรงเรียนเทศบาล 2 ในอ.เมืองสงขลา ซึ่งน้องใบบัวกำลังไปช่วยคุณพ่อ มีอาชีพเป็นคาวบอยนำม้ามาให้บริการนักท่องเที่ยว ได้ขี่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลา และช่วยคุณแม่ขายไอศกรีมบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาในทุกๆเย็นหลังเลิกเรียน

น้องใบบัว เล่าให้ฟังว่า ภาพที่มีการแชร์กันโซเชียลเป็นภาพขณะที่ตนกำลังขี่ม้าชื่อเจ้าสีทอง อายุ 10 ปีที่กลายเป็นเพื่อนเล่น กลับบ้านเมื่อวานนี้ไม่ใช่ขี่ไปโรงเรียน ซึ่งปกติเกือบทุกวันหลังเลิกเรียนตนก็จะมาช่วยพ่อดูแลม้าและจูงม้าพานักท่องเที่ยวขี่เล่นบริเวณชายหาด และช่วงเย็นก็จะขี่ม้ากลับบ้าน

โดยมีพ่อกับแม่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังเพื่อคอยระวังและคอยดูแลความปลอดภัย ระยะทางจากชายหาดจนถึงบ้านที่ชุมชนเตาหลวงประมาณ 7 กิโลเมตร โดยน้องใบบัว บอกว่า ชอบขี่ม้ามาตั้งแต่เด็กจนขณะนี้เริ่มชำนาญและเรียนรู้นิสัยม้าเป็นอย่างดีจึงกล้าขี่

ด้านนายวันเฉลิม ทับนาคา อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นพ่อบอกว่า ลูกสาวเริ่มหัดขี่ม้ามาตั้งแต่เล็กอายุได้4-5 ขวบ ซึ่งตนก็จะพาขี่เป็นประจำหากไม่ให้ขี่ก็จะร้อง และขี่เรื่อยมาจนถึงขณะนี้จึงเริ่มปล่อยให้ขี่คนเดียวได้รวมทั้งช่วยนำม้าออกไปให้นักท่องเที่ยวได้ขี่ตามชายหาดในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน

แต่แม้ว่าจะขี่ม้าได้ก็ยังคงต้องระวังเพราะทุกครั้งที่น้องใบบัว ขี่ม้ากลับบ้านตนก็จะคอยขับรถจักรยานยนต์ตามหลังมาเพื่อคอยดูแล แต่ก็ไม่ห่วงมากนักเพราะเจ้าสีทองตัวนี้เลี้ยงมานานเป็นม้านิสัยดีและน้องใบบัวกับเจ้าสีทองได้ดี

เปิดคลิป!! เบนซ์หรูพุ่งชนรถเสียหาย 4 คัน เหตุแก้วน้ำสุดฮิตติดใต้เบรก

ภาพวงจรปิด!! รถเบนซ์หรูพุ่งชนรถเสียหาย 4 คันเจ็บ 8 ดับ 1 เหตุเพราะแก้วน้ำยอดฮิตติดใต้เบรก

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (28 พ.ค.62) ร.ต.ท.วีรภัทร กุยแก้ว ร้อยเวร สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคันมีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย ที่บริเวณถนนงามวงศ์วาน ปากซอยงามวงศ์วาน 8 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.พระนั่งเกล้า และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนฝั่งขาออก มุ่งหน้าแคราย บริเวณใต้ทางด่วน พบ 1.รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ทะเบียน ญฒ513 กทม. สภาพด้านหน้าพังยับ ฝากระโปรงรถเปิด กระจกหน้าแตก แอร์แบ็กทำงานทั้ง 2 ข้าง ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายนิรัฐภูมิ ลาภผลเหม อายุ 32 ปี ซึ่งขับขี่มาคนเดียว 2.รถยนต์กระบะยี่ห้ออิซูซุ รุ่นดราก้อน สีเขียว ทะเบียน ลษ1586 กทม.สภาพกระจกหน้าแตก ไฟท้ายแตก หน้ารถมีขวดนมเด็ก มีเบาะนอนเด็ก ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายอรัญ อยู่จินดา อายุ 68 ปี มีผู้โดยสารเป็นผู้ใหญ่อีก 1 คนและเด็กวัย 2 ขวบ 1 คน รวม 3 คนได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษา รพ.พระนั่งเกล้า

3.รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1ษ1146 กทม. สภาพท้ายยุบพังเสียหายเกือบทั้งคัน ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ น.ส.สิริรัตน์ มณีอินทร์ อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและเข้ารักษาตัว รพ.พญาไท 3 ส่วนภายในรถยังมีผู้โดยสารอีก 3 คน ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน และบาดเจ็บสาหัส 2 คน ทั้งหมดกู้ภัยนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และ 4.รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีแดง ทะเบียน รพม954 กทม.สภาพถลอกเล็กน้อย ยังไม่ทราบชื่อผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า

ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านสินเจริญเบรคเซ็นเตอร์ บริเวณใกล้เคียงปากซอย 8 สามารถบันทึกภาพรถเบนซ์ได้เมื่อเวลา 17.35 น.ขับมาในช่องทางขวาสุด มาจากแยกพงษ์เพชร มุ่งหน้าแยกแคราย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชนท้านรถยนต์กระบะอิซูซุอย่างแรง จนรถกระบะพลิกคว่ำ

จากการสอบถาม นายบุญสม ไกรเพชร พนักงานร้านสินเจริญฯ ทราบว่าตนนั่งเล่นโทรศัพท์ในร้าน ได้ยินเสียงรถชนดังมาก ตนจึงวิ่งออกไปดูเห็นรถไถลไปและะพลิกคว่ำ ร่างเด็กกระเด็นออกมาจากรถและนอนอยู่ที่พื้นถนน มีรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์มาจอดกั้นรถให้ไม่ให้รถที่ตามมาข้างหลังมาชนเด็ก เหตุการณ์น่าจะหนักรถที่มาชนขับเร็วเหมือนกัน ชนกระบะจนท้ายปัดและพลิกคว่ำ

น.ส.สิริรัตน์ มณีอินทร์ ผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่าตนขับออกมาจากกระทรวงสาธารณสุขรอดใต้ทางด่วนออกมาเพื่อจะกลับรถไปห้างพันธุ์ทิพย์ โดยตนขับมาเลนซ้ายสุด ออกมาได้นิดเดียวถูกชนอย่างแรง ตนตกใจและตั้งสติแต่ห่วงคนข้างหลังมากกว่า ในรถมีคนทั้งหมด 4 คน ตนมองกระจกหลังเห็นรถมาทำอะไรไม่ได้ชนเพียงเสี้ยววินาทีเร็วมาก รถถูกชนกระเด็นไปเลนขวาสุด คนนั่งหลัง 2 คนเจ็บหนัก อีกคนและตนเองบาดเจ็บเล็กน้อย ตนไม่ทราบว่ารถตนไปชนกับรถจยย.จนได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน

ส่วนสาเหตุจากที่คนขับเบนซ์บอกว่าเขาก้มลงไปเก็บแก้วที่ตกและไปติดอยู่ที่เบรก ทำให้ควบคุมรถไม่ได้จนชน แต่เขาต้องควบคุมรถให้ไปทางซ้ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลายไปมากกว่านี้ เหตุการณ์ครั้งนี้เตือนใจตนว่าให้ขับระมัดระวัง สิ่งของถ้าเป็นไปได้อย่าวางไว้ดีกว่า ส่วนเรื่องค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่รถเบนซ์ชดใช้ให้หมด

เบื้องต้นหนึ่งในผู้โดยสารของรถยนต์โตโยต้าได้เสียชีวิตแล้ว จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีรถยนต์เสียหาย 3 คัน รถจยย.1 คัน ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 9 คน รถเบนซ์คันก่อเหตุมีประกันชั้นหนึ่งและชดใช้ค่าสียหายพร้อมค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด ส่วนสาเหตุผู้ขับขี่รถเบ็นซ์ให้การว่าแก้วน้ำเก็บความเย็นยี่ห้อฮิตเข้าไปติดใต้เบรกรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและรายละเอียดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มเติม หลังจากนี้จึงจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป