นางแบบลูกครึ่งแจ้งความ ปอท.ถูกตัดต่อภาพ แอบอ้างลงเพจขายของ

อดีตผู้ประกวดมิสแกรนด์ จ.ลำปาง แจ้งความ ปอท. ถูกนำภาพที่เคยถ่ายลงโฆษณา ไปตัดต่อเรืองร่างหญิงคนอื่นแทนก่อนโพสต์เพจขายน้ำหอม

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 พ.ค.ที่บก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) น.ส.เจสซิก้า แมคเคนนา อายุ 19 ปี หรือ เจสซี่ อดีตผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ จังหวัดลำปางในปี 2017 เจ้าของตำแหน่งนางงามมิตรภาพ นางแบบอิสระ ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 มศว. (ประสานมิตร) คณะนวัตกรรมการแสดงและการสื่อสาร เดินทางพร้อมคุณแม่ เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และโฆษก บก.ปอท. ร.ต.อ.เครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.

ทั้งนี้น.ส.เจสซิก้าแจ้งว่า ตนเป็นนางแบบอิสระ เริ่มถ่ายแบบตั้งแต่อายุ 14 ปี จนปัจจุบัน ปกติตนจะถ่ายแบบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำหอม ซึ่งตนเคยถ่ายโปรโมทสินค้าให้กับบริษัทน้ำหอมแห่งหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว ทางบริษัทน้ำหอมได้นำรูปไปโฆษณาในเพจ Feel Good จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ตนเข้าไปดูเพจ Feel Good ได้มีการนำใบหน้าของตนไปตัดต่อใส่กับรูปร่างของหญิงสาวคนอื่นในรูปแบบที่ค่อยข้างเปิดเผยเรือนร่าง แล้วนำมาโฆษณานำ้หอมอีกครั้ง

ซึ่งตนและคุณแม่เห็นแล้วรู้สึกตกใจมาก จึงได้ติดทักแซดทางเพจไป ซึ่งทางอดมินเพจทำแค่ลบรูปนั้นออกเท่านั้น แจ้งกลับมาว่าได้ลบให้แล้วนะ ตนไปแจ้งกลับไปว่าขอคำสัญญาว่าจะไม่กระทำอีก แต่แอดมินกลับปฏิเสธ บอกให้ไปขอจากเจ้าของบริษัทน้ำหอมเอาเอง

“แต่ตนยังรู้สึกกังวลใจ ตนจึงอยากให้ทางเพจทำสัญญาว่าจะไม่นำรูปตนไปตัดต่อในเชิงธุรกิจแบบนี้อีก ทางเพจให้ตนติดต่อไปที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ไม่ยอมพูดคุยใดๆเลย ในวันตนจึงอยากจะมาลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อจะแจ้งให้เพจทราบว่าทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง และตนไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตนอีก ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับนางแบบคนอื่นๆ ด้วย” นางแบบอิสระกล่าวปิดท้าย

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นจากสอบปากคำผูเสียหายทราบว่าทางเพจได้มีการตัดต่อรูปในเชิงธุรกิจเพื่อโปรโมทสินค้า ซึ่งภาพมันเกิดจากการตัดต่อ ตนก็อยากฝากเตือนทำเช่นนี้ ซึ่งมันผิดกฎหมาย ผู้เสียหายมีสิทธิ์เรียกร้องทางแพ่งได้ รวมทั้งในส่วนคดีอาญาก็มีความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ฯ มาตรา 16 ได้ แต่ในกรณีนี้ผู้เสียหายประสงค์แค่ต้องการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน จึงให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำลงประจำวันให้ตามประสงค์

ศาลอุทธรณ์ภาค8 นัดฟังคำพิพากษา คดีฆ่าล้างครัวผู้ใหญ่บัติ 4 มิ.ย.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ข่าวฆ่ายกครัวนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ เกิดเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2560 หลังบังฟัตผู้ก่อเหตุกับพวกสวมเครื่องลายพลางคล้ายทหารเข้าก่อเหตุ เพื่อเบี่ยงเบน และอำนวยความสะดวกเวลาเดินทางผ่านด่านตรวจ
  • สำหรับพฤติการ การสังหารบังฟัตกับพวกใช้อาวุธปืนยิงคนในบ้านทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กและผู้หญิง
  • หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้วางแผยไว้แยบยล ก่อนได้หลบหนีไปกบดานที่ จ.ภูเก็ต แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ในที่สุด

จากกรณีที่ นายซูริก์ฟัต หรือ บังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี พร้อมพวกรวม 8 คน ก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ บุกไปสังหารนายวรยุทธ หรือผู้ใหญ่บัติ สังหลัง อายุ 46 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมลูกเมียและญาติ เสียชีวิต รวม 8 ศพ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ก.ค.60 หลังเกิดเหตุ 5 วัน เจ้าหน้าที่ก็สามรถติดตามจับกุมตัวได้ทั้งหมด โดยบังฟัตให้การรับสารภาพว่าเป็นคนวางแผนและลงมือก่อเหตุยิงคนในบ้านจนเสียชีวิต สาเหตุมาจากเรื่องขัดแย้งที่ดิน 2 แปลง ที่นายวรยุทธ นำไปขายฝากบังฟัต แต่บังฟัตนำที่ดินไปจำนองธนาคารอีกทอดหนึ่ง ไม่สามรถนำหลักฐานมาคืนให้ได้จึงเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งและก่อคดีสะเทือนขวัญขึ้น

ทั้งนี้ศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต บังฟัติ และจำเลยรวม 6 คน ส่วนจำเลยอีก 2 คน คือ นางชลิดา สังข์โชติ ภรรยาบังฟัต รับโทษจำคุก 12 เดือน และนายธวัชชัย บุญคง จำคุก 1 ปี 9เดือน ล่าสุดได้พ้นโทษออกมาแล้ว ขณะที่ทางทนายความของจำเลย ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไปเมื่อปลายปี 61 นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด นายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของบังฟัต ได้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีหมายนัดให้ทนายและจำเลย ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00 น. หลังที่ตนได้ยื่นอุทธรณ์ ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

โดยจำเลย 2 รายหลัง จะมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่ ส่วนบังฟัตและพวก 6 คน ที่อยู่ในเรือนจำนครศรีธรรมราช ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะนำตัวมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่หรือไม่

ส่วนความคืบหน้าที่บ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นบ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่ถูกฆ่ายกครัวพบว่า ได้มีหนังสือประกาศจากสำนักงานบังคับคดีติดที่หน้าบ้าน โดยระบุว่าประกาศยึดทรัพย์ขายทอดตลาด สร้างความกังวลใจแก่บรรดาญาติของผู้ใหญ่บัติเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเป็นที่ดินพร้อมบ้านหลังดังกล่าวบังฟัตเป็นผู้นำไปจำนองไว้กับธนาคารไว้ก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้ชำระหนี้ โดยนายจรีย์ บุตรเติม อายุ 58 ปี พ่อตาของผู้ใหญ่บัติ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวมีความกังวลมาก เพราะที่ดินที่ถูกประกาศยึดทรัพย์ นั้นมี 2 แปลง

เป็นที่บ้านของผู้ใหญ่บัติ 1 แปลง และที่บ้านของตนอีก 1 แปลง แต่ขณะนี้ทางสำนักงานบังคับคดีจังหวัดกระบี่ ได้ติดประกาศยึดทรัพย์ และเตรียมประกาศขายทอดตลาด ทำให้ตนรู้สึกเป็นกังวลมาก เพราะหากว่ามีการนำที่ดินไปขายทอดตลาด ตนและครอบครัวรวมถึงลูกของผู้ใหญ่บัติ เพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ทันที

นายจรีย์ กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีผลอะไร เพราะธนาคารถือว่าที่ดินของตนเป็นชื่อของบังฟัตไปแล้ว เบื้องต้นทางทนายความได้ร้องขัดทรัพย์ต่อศาลจังหวัดกระบี่ และศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุดราชการ จึงได้ขอเลื่อนไปเดือนถัดไป

สำนักพระราชวังแถลงการณ์ พระอาการประชวร สมเด็จพระพันปีหลวง

สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่าวันนี้ สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จ ฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 ความว่า

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รายงานว่า พระอาการประชวรจากการติดเชื้อของพระวัตถิ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ) หายเป็นปกติ ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้)

เสวยพระกระยาหารและบรรทมได้ดี ผลการตรวจพระบังคนเบา (ปัสสาวะ) ไม่พบการติดเชื้อ คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานในวันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562