สกัดจับรถตู้ติดสติ๊กเกอร์หน่วยงานรัฐบังหน้า ขนแรงงานเถื่อน 7 คน

เจ้าหน้าที่สกัดจับรถตู้ขนแรงงานเถื่อนจำนวน 7 คนคาปั้มน้ำมันใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะขนมาจากจ.กาญจนบุรี ใช้วิธีติดสติ๊กเกอร์หน่วยงานรัฐบังหน้า

วันนี้ (28พ.ค.62) เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวเเละป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ซึ่งมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจเเห่งชาติเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯร่วมกับพ.ต.อ.ณัฎฐภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ รอง ผบก.ตม6. พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.1บก.สส.ภาค9 ,เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายเเดนกองร้อยตชด.437 ,เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.42,สภ.หาดใหญ่

สกัดจับรถตู้โดยสารไม่ประจำทางหมายเลขทะเบียน 30-0009 กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณปั้มปตท.ในต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ. สงขลา หลังจากสืบทราบมาว่าเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานต่าวด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาส่งให้กับนายหน้าที่อ.หาดใหญ่ โดยมี นายเกียรติศักดิ์ เพ็ชรมูล อายุ24ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นคนขับ

บริเวณกระจกหน้าและกระจกหลังรถมีการติดสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ หน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่ง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในระหว่างการเดินทางเลี่ยงการตรวจค้น และภายในรถพบเเรงงานต่างด้าวชาวเมียนม่า เชื้อชาติกะเหรี่ยง จำนวน7 คน เป็นผู้ชาย4คน ผู้หญิง 3คน ทั้งหมดเป็นแรงงานเถื่อนไม่มีเอกสารใดๆ

จากการสอบสวนทราบว่า แรงงานชาวเมียนมากลุ่มนี้เดินทางมาจากเมืองเเย ประเทศเมียนมาโดยมีเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาตติที่มีนายหน้าชาวเมียนมา ติดต่อนายหน้าคนไทย เพื่อไปส่งให้กับนายหน้าในมาเลเซีย ออกเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ อ้อมด่านเจดีย์สามองค์ และเดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่26 พฤษภาคมที่ผ่านมา

การเดินทางครั้งนี้ต้องจ่ายเงินให้กับนายหน้าเป็นเงินเมียนมาคนละ 9 แสนจ๊าด คิดเป็นเงินไทยประมาณ20,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้งคนขับรถและชาวเมียนเมียนกลุ่มนี้ไปยังศูนย์ซักถามเพื่อคัดแยกว่าเป็นการสมัครใจเดินทางมาเองหรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

เจ้าหน้าที่เผยว่าการลักลอบนำแรงงานเถื่อนจากประเทศเมียนมาโดยใช้ไทยเป็นทางผ่านและส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซียเริ่มทะลักเข้ามาอีกครั้ง และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้อย่างต่อเนื่องซึ่งทางการข่าวพบว่ายังมีชาวเมียนมาที่รอการขนเข้ามาอีกราว1,700 คน และส่วนใหญ่เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่ส่งไปเป็นแรงงานทาสและบางคนแทบจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างและถูกกดขี่ข่มเหง

สำหรับค่าใช้จ่ายต่อหัวที่แรงงานชาวเมียนมาต้องจ่ายให้นายหน้าหากเดินทางมาทางเข้าทางจ.ระนองอยู่ที่หัวละ 20,000 22,000 บาท ทางจ.กาญจบุรี 24,000-26,000 บาท และทางอ.แม่สอดจะอยู่ที่หัวละ 28,000 บาท และนายหน้าจะเป็นคนออกให้ก่อนในลักษณะการกู้ยืมพร้อมคิดดอกเบี้ยและต้องไปทำงานใช้หนี้

นาทีระทึก ! นายสถานีรถไฟดึงตัวชายเดินข้ามรางหวิดถูกรถไฟชนทับ

เพจเฟซบุ๊กทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเผยคลิปเหตุการณ์ ขณะที่ชายสวมเสื้อสีขาวคนหนึ่ง กำลังเดินข้ามรางรถไฟในสถานีรถไฟราชบุรี ซึ่งในขณะนั้น ขบวนรถ ด่วนพิเศษเส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพ รอหลีกขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37 กรุงเทพ-สุไหงโกลก กำลังแล่นเข้าจอดเทียบชานชาลาทำให้ชายคนนี้ เกือบถูกรถไฟพุ่งชน

ทั้งนี้ในระหว่างที่เห็นว่ากำลังจะเกิดอันตรายขึ้นกับประชาชน นายณรงค์ศักดิ์ พูนผล นายสถานีราชบุรี ได้วิ่งเข้าไปดึงตัวผู้โดยสารออกจากจุดดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุอันตรายที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชน ให้ใช้ความระมัดระวังก่อนข้ามทางรถไฟทุกครั้ง

ขอบคุณที่มาจาก ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

ชูวิทย์ นับวันรอโหวตนายกฯ ดูผู้ทรงเกียรติกลืนน้ำลายตัวเอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชูวิทย์ เชื่อรัฐบาลฝั่งพลังประชารัฐจะอยู่ได้ไม่ยาว
  • ศักดิ์ศรีของนักการเมืองต้องรอดูในวันเลือกนายกรัฐมนตรี

วันที่ 27 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ ที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ยกพลไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย เพื่อทาบทามร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยนายชูวิทย์ เผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลฟากพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ น่าจะอยู่ไม่ยืดเพราะการต่อรองตำแหน่งในรัฐบาลนั้น คงไม่เหลืออะไรไว้ให้พลังประชารัฐสร้างฐานะ โดยระบุว่า

สินสอดแพง อยู่กันไม่ยืด

มองหน้าทะลุใจกลุ่มก๊วนพลังประชารัฐแล้วพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ที่โดนโก่งราคาค่าตัว “เจ้าสาวการเมือง” จนอ่วมอรทัยแทบหมดตัว

วันนี้ แห่ขบวนขันหมากไปหมั้น 2 สาวพร้อมกัน ทั้ง “สาวใต้ “ กับ “สาวสังคม” คงเหลือแค่เศษสตางค์ติดกระเป๋า ไม่พอกลับไปสร้างเรือนหอรอรัก ได้แต่ “หน้าชื่น อกตรม ขมรักกันถ้วนพรรค“ เพราะต้องรักษาหน้าผู้ใหญ่เอาไว้ ที่บังคับให้มาจ่ายค่า “สินสอด ทองหมั้น“ สุดโหด เกินปัญญาจ่าย แถมยังถูกปล้นกลางทางตอนเคลื่อนขบวนขันหมากไปเสียอีกด้วย

นึกถึงหัวอกของเจ้าบ่าวพลังประชารัฐ คงไม่เหลือตำแหน่งเอาไว้สร้างฐานะ เพราะหลากหลายกลุ่มก๊วน ไปถัวเฉลี่ยยังไงก็ไม่ลงตัว หลังตกร่องปล่องชิ้น ย้ายไปอยู่กินด้วยกัน กำลังข้าวใหม่ปลามัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย แต่ที่จะให้อยู่ร่วมกันจนหม้อข้าวดำนั้นอย่าได้ไปหวัง เพราะไม่เหลืออะไรติดก้นครัวไว้กินมื้อหน้า

น่าสงสารพลังประชารัฐ ต้องยอมเป็นพรรคแกนนำที่ยากจนข้นแค้นที่สุด เพื่อคงอำนาจไว้ให้ผู้ใหญ่สายเขียว ตอนสวมแหวนหมั้น เจ้าสาวคงเอ่ยวจีหวานแหวว ไพเราะเสนาะหูพยานในงานว่า “ยอมกล้ำกลืนฝืนทน ให้ชาวบ้านด่า เสียสัตย์เพื่อชาติ ให้บ้านเมืองเดินหน้าได้“

มันผิดไปจากที่ผมพูดก่อนเลือกตั้งเสียเมื่อไหร่? ที่พร่ำเพ้อบอกว่า “นับถือ เคารพ บูชา คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น” หรือ “ฟังฉันช้าๆ ชัดๆ ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี “ ยังก้องอยู่ในโสตประสาทชาวโซเชียล เปิดไล่ดู “ยูทูบ” ย้อนหลังกลับไปกลับมา มีทั้งภาพ ทั้งเสียง แจ่มชัด

เอาไว้รอจนถึงวันที่เลือกนายกฯดีกว่า ว่าจะมีเศษเหลือของคำว่า “ศักดิ์ศรี” อยู่หรือไม่? ตอนต้องเปล่งวาจาออกจากปากว่า “สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี” แท้จริงแล้วก็แค่ “กลืนน้ำลายตัวเอง” เสียงดังเอื๊อกๆ ผ่านไปเท่านั้นเอง ขออย่าให้ไปกระเด็นใส่คนอื่นก็แล้วกัน เพราะมัน ”เหม็นขี้ฟัน” เสียเหลือทน