หนุ่มญี่ปุ่นช็อกเสียชีวิตคาเครื่องบินพบยัดถุงโคเคน 246 ไว้ในท้อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เครื่องบินเม็กซิโกลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากมีผู้โดยสารชายชาวญี่ปุ่น ช็อกเสียชีวิต
  • ก่อนเสียชีวิตผู้ตายบ่นว่ารู้สึกเจ็บป่วย มีอาการชักกระตุก
  • ผลชันสูตรศพพบถุงโคเคนเต็มท้องจำนวนกว่า 246 ถุง โดยผู้ตายเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นและสมองบวม

วันที่ 27 พ.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว หลังพบผู้โดยสารชายชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตขณะโดยสารเครื่องบินจากเม็กซิโกมุ่งหน้าไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้เสียชีวิตได้กลืนถุงโคเคนลงท้องเป็นจำนวนถึง 246 ถุง

ส่วนทางด้านทางการเม็กซิโกระบุอัตลักษณ์ พบว่าผู้เสียชีวิต คือ นายอูโดะ เอ็น อายุ 42 ปี ซึ่งเดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงโบโกตา เมืองหลวงโคลัมเบีย มายังกรุงเม็กซิโกซิตี้ เมืองหลวงเม็กซิโก ก่อนจะเดินทางต่อด้วยเครื่องบินของสายการบิน แอโรเม็กซิโก มุ่งหน้าไปยังสนามบินนานาชาตินาริตะ ประเทศญี่ปุ่น

รายงานระบุว่า ก่อนเสียชีวิต ผู้โดยสารร่วมเที่ยวบินเห็นนายอูโดะมีอาการชักกระตุก นอกจากนั้น ผู้ตายยังบ่นว่ารู้สึกเจ็บป่วยหลังจากที่เครื่องบินออกจากสนามบินได้เพียงไม่นาน ทำให้ กัปตันตัดสินใจจึงนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในเมืองโซโนรา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก

อย่างไรก็ตามผลการชันสูตรศพผู้ตายพบว่านายอูโดะเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นและสมองบวม เนื่องจากเสพยาเกินขนาด และพบถุงพลาสติกบรรจุโคเคนในกระเพาะและลำไส้รวม 246 ถุง โดยถุงพลาสติกแต่ละใบมีขนาดความกว้างราว 1 ซม. ยาวราว 2.5 ซม. อย่างไรก็ตามทางการเม็กซิโกจะสอบสวนคดีนี้เพื่อขยายผลต่อไป

[สรุป]แก้ไขกฎหมาย ข่มขืน-อนาจาร เพิ่มโทษแรงขึ้น สูงสุดประหารชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการปรับปรุงเพิ่มโทษ ให้รุนแรงขึ้น
  • กรณีเหยื่อเสียชีวิต จะได้รับโทษเป็น “ประหาร” หรือ “จำคุกตลอดชีวิต” เท่านั้น
  • กรณีใช้อาวุธข่มขู่ – รุมโทรม และทำให้เหยื่อเสียชีวิต มีโทษสถานเดียวคือ “ประหารชีวิต”
  • ไม่ได้ร่วมข่มขืน แต่เป็นคนถ่ายคลิป โดนด้วย 1/3, หากส่งต่อคลิปด้วย โดน 1/2
  • นกต่อ – ค้าประเวณี โดนหนัก
  • กระทำชำเรา “ศพ” มีโทษแล้วตามกฎหมาย

โดยวานนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศแก้ไข “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒” ซึ่งในการแก้ไขนั้น มีการเปลี่ยนแปลงประเด็นสำคัญๆ นั่นคือ ประเด็นของโทษในคดีข่มขืน

แก้ไข มาตรา 276 : ขู่หรือหลอก ไปกระทำชำเรา โดนหมด แต่ถ้ารุมโทรมหรือมีอาวุธ โดนหนัก

ในประกาศฉบับใหม่นี้ ได้มีการปรับเพิ่มโทษให้สูงขึ้น สำหรับกรณีการข่มขืนผู้อื่นโดยการขู่เข็ญ ไม่ว่าเหยื่อจะเป็นชายหรือหญิง โดย

  • ขู่ทำร้าย หรือหลอกให้เข้าใจผิดว่าเป็นผู้อื่น เพื่อกระทำชำเรา มีโทษจำคุก 4-20 ปี และปรับ 8 หมื่น – 4 แสน
  • ขู่ว่ามีอาวุธ ระเบิด มีโทษเพิ่มเป็น จำคุก 7 – 20 ปี และปรับ 1.4 – 4 แสนบาท
  • ถ้าในการข่มขู่นั้นมีอาวุธด้วย หรือเป็นการรุมโทรม ไม่ว่าจะเหยื่อจะเป็นชายหรือหญิง มีความผิดหนักขึ้นไปอีก โดยให้จำคุก 15-20 ปี และปรับ 3-4 แสนบาท หรือให้จำคุกตลอดชีวิต

มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

แก้ไข มาตราที่ 277 เหยื่ออายุต่ำกว่า 15 ซึ่งมิใช่ เพิ่มโทษแรงขึ้น, รุมโทรมเด็กต่ำกว่า 13 มีโทษสถานเดียว “จำคุกตลอดชีวิต”, เหยื่อเสียชีวิต = ประหาร

โดยในการแก้ไขในมาตรานี้ เป็นการเพิ่มโทษสำหรับการกระทำที่เกิดขึ้นกับเยาวชน (ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี) มีการเปลี่ยนแปลงโดย จะเป็นการเพิ่มโทษขั้นต่ำให้สูงขึ้น ซึ่งจากเดิม

  • จำคุก 4 – 20 ปี เพิ่มเป็น 5 – 20 ป
  • ค่าปรับจากเดิม 8 หมื่น – 4 แสน เพิ่มเป็น 1.4 แสน

ในกรณีนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 13 มีการเพิ่มโทษเป็น จำคุกเป็น 7 -20 ปี และปรับ 1.4 – 4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

ยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นการข่มขู่ด้วยการใช้อาวุธ หรือเป็นการรุมโทรม ไม่ว่าผู้เสียหายเป็นเด็กชายหรือหญิง มีโทษสถานเดียวคือ “จำคุกตลอดชีวิต”

นอกจากนี้ ในมาตราที่ 277 ทวิ ยังได้เพิ่มโทษในกรณีที่มีการทำร้ายเหยื่ออีกด้วย โดย หากเหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส โทษจะเพิ่มเป็น จำคุก 15 ปี และปรับ 3-4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ถ้าเหยื่อเสียชีวิต โทษจะมีเพียง ประหาร หรือจำคุกตลอดชีวิต เท่านั้น (มาตรา 277 ตรี)

มาตรา ๒๗๗ ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่า ผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจ าคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด
หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระท าความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต

อ้างไม่ได้สอดใส่อวัยวะเพศไม่ได้อีกต่อไป

ในประมวลกฎหมายอาญาฯ ที่มีการแก้ไขในครั้งนี้ ได้มีการปิดช่องในกรณีที่ผู้กระทำความผิดอ้างว่า ไม่ได้ข่มขืน ใช้นิ้ว – ของเทียม ทำให้ผู้กระทำความผิดไม่สามารถอ้างเพื่อขอลดหย่อนผ่อนโทษได้อีกต่อไป

โดยให้มีการเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หากการกระทำโดยใช้วัตถุอื่นใดซึ่งไม่ใช่อวัยวะเพศ ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศ-ทวารหนัก มีโทษจำคุก 4 – 20 ปี และปรับ 8 หมื่น – 4 แสนบาท (แก้ไขเพิ่มเติม ในวรรค 2-3-4 ของมาตรา 278)

นอกจากนี้ ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมาตรา 276 และ 277 คือ หากเป็นการขู่โดยการอ้างว่ามีอาวุธ ก็จะโดนเพิ่มโทษเป็น จำคุก 7-20 ปี และปรับ 1.4 – 4 แสนบาท แต่ถ้าโดยมีอาวุธหรือรุมโทรม มีโทษจำคุก 15 -20 ปี ปรับ 3-4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

แก้ไข มาตรา 279 เพิ่มโทษกระทำอนาจาร

โดยในมาตรา 279 ใหม่นี้ ได้มีการกำหนดโทษในกรณีกระทำอนาจารเด็กต่ำกว่า 15 ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ โดนหมดทุกกรณี โดยมีโทษ จำคุก ไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ถ้าผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 13 โดนเพิ่มเป็น คุก 1 -10 ปี หรือปรับ 2 หมื่น – 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ( จุดต่างคือ ผู้เสียหายอายุ 14-15 จะไม่มีโทษขั้นต่ำนั่นเอง)

กรณีที่อ้างว่า ไม่ได้ใช้อวัยวะเพศ แต่ใช้สิ่งอื่นล้วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหรือทวารเหยื่อ โดนเต็มๆ คือ จำคุก 5-20 ปี ปรับ 1.4 – 4 แสนบาท

หากขู่ว่ามีอาวุธ โดนเพิ่มเป็น จำคุก 10 – 20 ปี ปรับ 2 – 4 แสน หรือสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต หากรุมโทรม หนักสุดคือ จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว

แก้ไข มาตรา 280 กรณีเหยื่อเสียชีวิต รับโทษ “ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต”

ซึ่งในมาตรา 280 ใหม่นี้ ได้เพิ่มโทษในกรณีที่เหยื่อบาทเจ็บสาหัส เป็น จำคุก 5 -20 ปี และปรับ 1 – 4 แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ถ้าเหยื่อเสียชีวิต มี 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ “ประหารชีวิต” หรือ “จำคุกตลอดชีวิต”

เป็นธุร-จัดหา-ค้าประเวณี โดนเพิ่ม คุกไม่เกิน 20 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสน หรือคุกตลอดชีวิต

โดยในในมาตรา 286 ได้กำหนดบทลงโทษ โดยให้จำคุก ไม่เกิน 20 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสน หรือ จำคุกตลอดชีวิต ในกรณีที่

  • เป็นธุรจัดหา ช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกในการค้าประเวณีผู้อื่น
  • รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี
  • ขู่บังคับผู้อื่นค้าประเวณี
  • ปกปิดรายได้ – อยู่ร่วมกับผู้ค้าประเวณีโดยไม่สามารถแสดงที่มาของรายได้

แก้ไขเพิ่มเติม อื่นๆ

  • ไม่ได้ร่วมข่มขืน แค่ไปถ่ายคลิป ไม่รอด รับโทษหนึ่งในสาม หากเป็นผู้ถ่ายและมีการส่งต่อแม้ไม่ได้ร่วมข่มขืน รับโทษครึ่งหนึ่ง (มาตรา 281/1)
  • หากเป็นกรณีระหว่างคู่สมรส โดยไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล หรือเหยื่อไม่สาหัส-เสียชีวิต สามารถยอมความได้ (มาตรา 281)
  • กรณีกระทำความผิดกับ พ่อ-แม่-พี่น้อง-เครือญาติ-ลูกศิษย์-ลูกน้อง-ผู้อยู่ในการปกครอง โดนหนักกว่าที่ระบุในมาตรานั้นอีก 1 ใน 3 (มาตรา 285)
  • กรณีทำความผิดกับผู้ทุพพลภาพ-จิตบกพร่อง-ฟั่นเฟือน-คนป่วย-คนเจ็บ-คนชรา-คนท้องโดนหนักกว่าที่ระบุในมาตรานั้นอีก 1 ใน 3 (มาตรา 285/2)
  • สนองความใคร่ โดยการใช้อวัยวะเพศกระทำกับศพ ไม่ว่าจะเป็นทางอวัยวะเพศ ทวาร หรือปาก มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ

ลิ้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาตัวเต็ม
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/069/T_0127.PDF

สสจ. ตั้งกรรมการสอบ ปมคนร้องโรงพยาบาลปล่อยศพพ่อแมลงวันตอม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ลูกชายโพสต์โวย รพ. ไม่เหลียวแลศพพ่อ จนส่งกลิ่นเหม็นแมลงวันตอม
  • โรงพยาบาลชี้แจงเป็นเรื่องขอระบบการทำงานเร่งหาทางแก้ไข ก่อนเผยไม่มีห้องเย็นเก็บศพ จึงเกิดภาพอย่างที่เห็น

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สิงโต วชิรปกรณ์ ได้มีการโพสต์ข้อความไม่พอใจการกระทำของโรงพยาบาลประจำอำเภอ แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่ไม่มีมาตรการดูแลร่างผู้เสียชีวิตให้ดี โดยปล่อยให้นอนอยู่บนรถเข็นข้างนอก ไม่มีการฉีดยาฟอร์มาลีน จนทำให้ส่งกลิ่นเหม็นและมีแมลงวันตอม

ซึ่งผู้โพสต์ได้มีข้อความทำนองว่า เขารู้สึกโกรธทางโรงพยาบาลมาก ที่ไม่มีมาตรการจัดการศพของผู้เป็นพ่อของเขาตามหลักที่ถูกต้อง หลังอ้างว่าเป็นกฎ จนลืมความเหมาะสม แถมไม่ดูแลแบบนี้ ถ้าให้เอากลับไปประกอบพิธีทางศาสนาหลังจากสิ้นใจเหตุการณ์ลักษณะนี้คงไม่เกิดขึ้น

ก่อนที่เวลาต่อมาผู้โพสต์ได้แจ้งว่า สาเหตุที่นำเรื่องราวดังกล่าวมาเผยแพร่ไม่ต้องการทำให้โรงพยาบาลเสื่อมเสีย แต่อยากได้คำตอบจากโรงพยาบาลว่า ทำไม? ถึงทำแบบนั้น เพราะเราเคารพกฎของโรงพยาบาลแต่โรงพยาบาลไม่ได้ดูแลศพของพ่อเขาเลยนั้น

ล่าสุดจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา โดยนรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ทราบโรงพยาบาลที่เกิดเหตุแล้ วคือโรงพยาบาลครบุรี ซึ่งคณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และให้โรงพยาบาลที่เกิดเหตุรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากผลการสืบสวนจะเป็นอย่างไรนั้นจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ขณะเดียวกัน นายแพทย์พัฒนา เบ้าสาทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลครบุรี จ.นครราชสีมา ได้ออกมายอมรับผิดและขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเรื่องระบบการบริการของโรงพยาบาล ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยเพื่อวางแนวทางปฏิบัติไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นซ้ำอีกต่อไป

อีกทั้งโรงพยาบาล ไม่ได้มีห้องเย็นเก็บศพ หากจำเป็น​จะต้องส่งศพไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลบาลมหาราชนครราชสีมาจึงทำให้เกิดภาพไม่เหมาะสมอย่างที่เห็น

ส่วนที่บอกว่าโรงพยาบาลห้ามนำศพออกหลัง 18.00 น. นั้น ทางโรงพยาบาลไม่ได้มีระเบียบกำหนดห้ามไว้แต่อย่างใด เพราะหากทางญาติ​นำหลักฐาน​ ชมาแสดงกับเจ้าหน้าที่อย่างถูกต้อง​ ชครบถ้วน​ สามารถนำศพออกจากโรงพยาบาลได้ตลอดเวลา