เจ้าของรถเก๋งสัญชาติเยอรมันร้อง สคบ. เกิดเพลิงไหม้ ขณะใช้งานไม่ทราบสาเหตุ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัง ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้รถ อาทิ รถถูกไฟไหม้ที่ห้องเครื่อง รวมถึงรถดับโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ใช้รถยี่ห้อดังกล่าว เข้าร้องเรียนต่อ สคบ.
  • มีเจ้าของรถบางราย ได้เจรจาต่อบริษัทรถยนต์ แต่ตกลงกันไม่ได้

ร้อง สคบ.รถเก๋งสัญชาติเยอรมัน  เกิดเพลิงไหม้ ขณะใช้งานโดยไม่ทราบสาเหตุ 2 ราย 2 คัน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) นายนโรตม์ -ฮู พิริยะรังสรรค์ ลูกชายคนโตของ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ นักวิชาการชื่อดัง เจ้าของรถยนต์ยี่ห้อดัง ที่ถูกไฟไหม้ที่ห้องเครื่อง บริเวณหน้าโรงไม้เก่าศรีเจริญ ถนนเพชรเกษม 81 เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม

นายนโรตม์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้ามาร้องเรียนเรื่องยี่ห้อดัง ขับอยู่ดีๆ ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมา ซึ่งรถคันนี้ตนซื้อมาได้แล้ว 2 ปี เป็นการผ่อนจ่าย ในวันเกิดเหตุ วันนั้นเพื่อนของตนเป็นคนนำรถไปขับ ขับอยู่ดี ๆ ก็มีไฟไหม้ขึ้นมา โดยที่ไม่ทราบว่าไหม้จากจุดไหน ไหม้ด้วยสาเหตุอะไร เพราะคนขับก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดไฟไหม้ จนมีพลเมืองดีมาบีบแตรให้เพื่อนตนหยุดรถถึงมาทราบว่ารถเกิดไฟไหม้ขึ้นทั้งคัน เพื่อนตนก็เกิดอาการช็อคต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายนโรตม์ เปิดเผยต่อว่า หลังเกิดเหตุ ตนได้ทำการร้องเรียนไปยังบริษัทฯ เพื่อขอให้มาช่วยเหลือและตรวจสอบมาตรฐานรถยนต์รุ่นดังกล่าว ที่ทางบริษัทผลิตและจำหน่ายให้ลูกค้า เนื่องจากมีปัญหาบกพร่อง ซึ่งหลังเกิดเหตุ ได้ปรากฏในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์รายงานว่ามีเหตุการณ์เกิดเหตุไฟไหม้ห้องเครื่องและตัวรถในลักษณะเดียวกันไปแล้วหลายราย ซึ่งหลังจากที่ตนได้คุยกับทางศูนย์ฯ ยังไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ และยังไม่พูดคุยถึงเรื่องการเยียวยา ทางศูนย์บอกแต่เพียงว่าจะจ่ายเงินคืนในส่วนที่ตนได้ผ่อนรถมาตลอด 2 ปี ซึ่งมีมูลค่า 1 ล้านกว่าบาท

‘ทั้งนี้ขอร้องเรียน ให้บริษัทออกมาชี้แจง พร้อมรับผิดชอบเยียวยาต่อเจ้าของรถ รวมถึงสภาพจิตใจของผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทางบริษัทต้องรับผิดชอบ เพราะในเหตุการณ์นี้ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บและได้สร้างความสะเทือนใจต่อตนมาก ซึ่งหากมีใครเสียชีวิตเพราะรถของตน ตนจะเสียใจและเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว’ นายนโรตม์กล่าวปิดท้าย

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายสมชาย จุ้ยเจริญ อายุ 34 ปี พร้อมด้วยนางรพีพร จุ้ยเจริญ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหาร ย่านสมุทรสาคร เข้าร้องเรียน สคบ.จากกรณี ที่รถยนต์ยี่ห้อดัง ป้ายแดง เกิดเพลิงไหม้บริเวณห้องเครื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ ระหว่างขับรถออกจากบ้านพักไปถึงป๊มน้ำมันที่ห่างจากบ้าน เพียง 6-7 กิโล โดยมีบุตรชายวัย 8 เดือน และพี่เลี้ยงเด็ก นั่งไปด้วย ซึ่งทำให้ได้รับความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก

นางรพีพร เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวตนซื้อมา ผู้แทนจำหน่ายรถย่านรามอินทรา ในวันที่ 23 เม.ย. เป็นรถยนตร์ยี่ห้อดังกล่าว ได้เพียง 3 สัปดาห์ จนวันที่เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ได้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ในขณะนี้ที่ตนจอดรถเพื่อไปซื้อกาแฟที่ปั้มน้ำมันหลังจากซื้อเสร็จ ตนเดินมาที่รถก่อนที่เด็กปั้มจะบอกตนว่ารถพี่เหมือนเกิดไฟไหม้ เพราะมีกลุ่มควันบางๆ ขึ้นมาจากท้ายรถ ในตอนแรกตนก็ยังไม่เชื่อตนยังเปิดประตูรถเพื่อเอากาแฟเข้าไปเก็บอยู่เลย

หลังจากนั้นตนเห็นสถานะการณ์ไม่ดี ตนเลยให้พี่เลี้ยงพร้อมกับลูกชายวัย 8 เดือนรีบออกจากรถ หลังจากนั้นไม่ได้รถก็เกิดไฟลุกโชนขึ้นมา หลังจากนั้นนั้นเด็กปั้มพยามใช้สารเคมีเพื่อดับไฟ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว เนื่องจากมีบุตรชายวัย 8 เดือนอยู่ในเหตุการณ์ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกเสียดายทรัพย์สิน แต่เป็นห่วงชีวิตของคนในครอบครัวมากกว่า สำหรับเหตุผลที่เลือกซื้อรถยนต์ยี่ห้อนี้ เนื่องจากมีคุณภาพที่ดีในสายตาของผู้ใช้รถ แต่กลับไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ออกมารับผิดชอบ

‘ส่วนสาเหตุที่เกิดไฟไหม้นั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทรถยนต์ดังกล่าว ได้ชี้แจงเบื้องต้นว่า ว่าขอให้รอช่างเทคนิคจากเยอรมัน มาตรวจสอบสาเหตุอีกครั้ง แต่วันเกิดเหตุยืนยันว่าเห็นกลุ่มควันออกมาจาก ด้านหน้ารถก่อน พี่จะถูกทิศทางลมพัดไปทางด้านหลังของรถยนต์จนมีพลเมืองดีมาสกัดกลุ่มควัน แต่จากที่ตนได้ข้อมูลมาว่าเพลิงไหม้น่าจะเกินจากห้องเครื่อง ซึ่งตนและครอบครัวอย่างให้ทางบริษัท ชี้แจงถึงสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ และขั้นตอนในการเยียวยา’ นางรพีพรกล่าวปิดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อประมาณกลางปี 2561 มีนักธุรกิจ ชื่อนายพงศธร (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี มาร้องเรียน สคบ.ว่ารถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว ที่เพิ่งถอยออกมาจากอมรรัชดา มีปัญหาเครื่องยนต์ดับขณะวิ่ง 2 ครั้งๆ แรกขณะวิ่งลงทางด่วนพระราม 4 และอีกครั้งขณะเดินทางไป ตจว.ผ่านสระบุรี ซึ่งกำลังใช้ความเร็วสูงจำเป็นต้องบังคับรถเข้าข้างทาง โชคดีทั้งสองครั้งไม่มีรถตามมาไม่งั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้

หลังจากร้อง สคบ.ไปแล้วมีการนัดเจรจาสองฝ่ายแต่ตกลงกันไม่ได้ แม้นายพงศธร จะเดินทางไปเรียกร้องความรับผิดชอบจาก โรงงานรถ ที่เยอรมันก็ปฏิเสธ บอกว่าต้องเจรจากับตัวแทนในประเทศไทยเอง

​กลุ่มผู้สนับสนุนประท้วงศาล หลังออกหมายจับ “พระวีระธู” ฐานปลุกปั่นมวลชน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลนครย่างกุ้งออกหมายจับ พระวีระธู หลังจากกล่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของนางออกซาน ซูจี อย่างรุนแรง และปลุกระดมมวลชนให้โจมตีชาวโรฮีนจา
  • พระวีระธูเป็นพระที่มีแนวชาตินิยม และยิ่งมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากกองทัพสู่พลเรือนในปี 2554 และมีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพนับถืออย่างเหนียวแน่นเป็นจำนวนมาก
  • กลุ่มผู้สนับสนุน “พระวีระธู” ออกมาประท้วงศาล

พระสงฆ์และประชาชนรวมตัวประท้วงกรณีศาลออกหมายจับ “พระวีระธู” ฐานปลุกระดมมวลชนโจมตีชาวโรฮีนจา

กลุ่มผู้สนับสนุน “พระวีระธู” ที่มีแนวชาตินิยม ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์และประชาชนมากกว่า 300 ราย รวมตัวกันบริเวณด้านนอกมหาเจดีย์ชเวดากอง ในนครย่างกุ้ง เพื่อประท้วงกรณีศาลนครย่างกุ้งออกหมายจับ “พระวีระธู” ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยม ฐานปลุกระดมมวลชน
พระวีรธูเป็นที่รู้จักจากการใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีชาวมุสลิมโรฮีนจาบ่อยครั้ง แต่การออกหมายจับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพระวีระธูกล่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของนางออกซาน ซูจี อย่างรุนแรง

นายวิน โก โก นักเคลื่อนไหวแนวคิดชาตินิยม กล่าวว่า พระวีระธูวิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผย การดำเนินคดีฐานปลุกปั่นมวลชนกับพระวีรธูเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

ศาลนครย่างกุ้งออกหมายจับพระวีระธูเมื่อวันอังคาร ซึ่งคดีปลุกปั่นมวลชนมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปีขณะที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งเหตุผลที่ชัดเจนในการขอออกหมายจับ ซึ่งกฎหมายห้ามใช้ถ้อยคำรุนแรง หรือหมิ่นประมาท หรือกระตุ้นให้เกิดความไม่พอใจรัฐบาล

พระวีรธู
“พระวีรธู”

การชุมนุมครั้งหลังๆ พระวีระธูกล่าวหารัฐบาลกรณีคอร์รัปชั่น และวิจารณ์ว่าพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลดอำนาจของกองทัพ
พระวีระธูเป็นพระที่มีแนวชาตินิยมซึ่งเป็นที่รู้จักดี และยิ่งมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากกองทัพสู่พลเรือนในปี 2554 ทว่าพระวีระธูอาศัยในเมืองมัณฑะเลย์ แต่ไม่มีตำรวจหรือกลุ่มผู้สนับสนุนคนใดระบุได้ว่า เขาน่าจะอยู่ที่ไหนในขณะนี้

Did you know ?

“พระวีระธู” เป็นผู้ได้รับฉายา “บินลาเดนแห่งพม่า”และเป็นแกนนำสงฆ์ชาตินิยม ครั้งหนึ่งพระวีระธูได้ชื่อว่า เป็นผู้มีอิทธิพลในการสร้างความเกลียดชังชาวมุสลิมในเมียนมา และถูกห้ามไม่ให้เทศน์ 1 ปี เนื่องจากการเทศน์นั้นมีส่วนสร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา และจะมีบทลงโทษทางกฎหมายหากฝ่าฝืน

พระวีระธู ถูกวิจารณ์จากสื่อว่าประพฤติตนไม่สมกับความเป็นพระ แต่กระนั้นได้มีลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพนับถือในตัวพระวีระธูอย่างเหนียวแน่นออกมาปกป้อง ด้วยการแจ้งความเอาผิดต่อผู้ที่วิจารณ์พระวีระธูในเชิงเสียหาย

ในด้านการเมือง พระวีระธู ก่อตั้งองค์กรพิทักษ์เชื้อชาติและศาสนาหรือ “มะบ๊ะต๊ะ” เป็นกลุ่มชาตินิยมพุทธหัวรุนแรง ที่มัณฑะเลย์ และเปิดตัวเป็นพันธมิตรทางการเมืองกับพรรคยูเอสดีพี ของเต็งเส่งในปี2556

พระวีระธูกลายเป็นที่รู้จักของชาวไทย เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ปี 2560 เมื่อพระวีระธูยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 44 ดำเนินการกับวัดธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย ทั้งยังเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียล เฟซบุ๊ก ‘Wira Thu’ ประณามรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเป็นผู้ทำลายพุทธศาสนา

กรุแตกที่ชัยนาท ชาวบ้านผวาอาถรรพ์ แห่นำวัตถุโบราณส่งคืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบพระเครื่องและวัตถุโบราณจำนวนมากใต้ฐานพระนอน ที่วัดใหม่วงเดือน ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท
  • พระเครื่องและวัตถุโบราณ ถูกค้นพบขณะทำการขุดวิหารเพื่อทำการบูรณะใหม่
  • ชาวบ้านที่ไปขุด หลังทราบข่าว ได้นำพระเครื่อง และวัตถุโบราณ ไปคืนวัดเพื่อฝังกลบตามเดิม หลังวิตกเจออาถรรพ์ เหตุงผู้รับเหมาอ้าง หลวงพ่อนอน ไปเข้าฝันและบอกของที่พบไม่ใช่ของซื้อของขาย
หลวงพ่อนอน วัดใหม่วงเดือน สถานที่ที่เจอกรุแตก

วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ในช่วง1-2 วันที่ผ่านมา เกิดกระแสฮือฮาขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก ส่งต่อภาพพระเครื่องและวัตถุโบราณ ที่ถูกขุดพบที่ใต้ฐานพระพุทธรูป หลวงพ่อนอน ที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดใหม่วงเดือน หมู่ที่ 5 ต.หาดท่าเสา อ.เมืองชัยนาท

หลังจากบริเวณดังกล่าวกำลังทำการบูรณะวิหาร และยกองค์พระใหม่ เพื่อเพิ่มความสูงของฐานองค์พระ โดยภาพวัตถุโบราณที่ถูกนำมาเผยแพร่ส่วนใหญ่ เป็นพระพุทธรูปขนาดต่างๆ จำนวน 5-6 องค์ เหรียญเงินโบราณ เชี่ยนหมาก และบาตรพระอีก 4 ใบ ที่บรรจุวัตถุบางอย่างเอาไว้ ทำให้เกิดกระแสกรุแตก และมีผู้แสดงความต้องการที่จะเช่าวัตถุมงคลกับทางวัดจำนวนมากนั้น

พระพุทธรูปบางส่วน
กรุ หลวงพ่อนอน วัดใหม่วงเดือนแตก!!

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดใหม่วงเดือน เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนพบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ จึงเข้าไปสอบถามก่อนได้ความว่า มีการพบพระเครื่อง และวัตถุโบราณจริง และขณะนี้มีการนำวัตถุโบราณตัวจริงไปฝังกลบไว้ใต้ฐานพระตามเดิมแล้ว เพราะกลัวเรื่องของอาถรรพ์จากเรื่องลี้ลับ

เนื่องจากหลังพบวัตถุโบราณ ช่างรับเหมาบูรณะวิหารได้ฝันว่าหลวงพ่อนอนไปหา และบอกว่า ”ห้ามเอาของที่พบไปจากวิหาร เพราะไม่ใช่ของซื้อของขาย” เมื่อมาเล่าให้ชาวบ้านและพระในวัดฟัง จึงเกิดความกลัว และเห็นตรงกันว่าควรนำกลับไปฝังไว้ที่จุดเดิม เพื่อให้เป็นสมบัติของวัดและชุมชนสืบไป