ฟิลิปปินส์ส่งขยะคืนแคนาดาแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • คอนเทนเนอร์บรรจุขยะมากกว่า 100 ตู้ถูกส่งจากแคนาดาไปยังฟิลิปปินส์ เพื่อรีไซเคิล เมื่อปี 2556 และ 2557
  • แต่ในปี 2559 ศาลมีคำสั่งให้ส่งขยะเหล่านั้นกลับ
  • นายโรดริโก้ ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ขีดเส้นตายให้แคนาดานำขยะกลับก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม และขู่ว่าจะทำสงคราม หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไข

ฟิลิปปินส์ส่งตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะหลายสิบตู้ กลับไปยังแคนาดาแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ฟิลิปปินส์ได้เริ่มลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะหลายสิบตู้ขึ้นเรือขนส่ง ที่ท่าเรือซูบิก เบย์ ทางเหนือของกรุงมะนิลา เมื่อวานนี้ (30 ก.พ. 2562) เพื่อส่งกลับแคนาดาแล้ว

เรือขนส่งขยะเหล่านี้จะแวะจอดที่ท่าเรือเกาสง ทางตอนใต้ของไต้หวัน ในวันนี้ ก่อนเดินทางนาน 20 วันไปยังนครแวนคูเวอร์ ของแคนาดา

นายทีโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ บอกว่า แคนาดาจะเป็นผู้รับภาระค่าขนส่งจำนวน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 6.4 ล้านบาท

คอนเทนเนอร์บรรจุขยะมากกว่า 100 ตู้ถูกส่งจากแคนาดาไปยังฟิลิปปินส์ เพื่อรีไซเคิล เมื่อปี 2556 และ 2557 โดยให้ขยะอยู่ภายใต้การดูแลของเขตเทศบาลในฟิลิปปินส์ แต่ในปี 2559 ศาลมีคำสั่งให้ส่งขยะเหล่านั้นกลับ ซึ่งขณะนั้นมีขยะเหลืออยู่ 69 ตู้ หลังจากขยะหลายสิบตู้คอนเทนเนอร์ได้ถูกฝังกลบไปแล้วในเมืองทาร์แล็ก ของฟิลิปปินส์

ก่อนหน้านี้ นายโรดริโก้ ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ขีดเส้นตายให้แคนาดานำขยะกลับก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม และขู่ว่าจะทำสงคราม หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไข

เมื่อวันอังคาร มาเลเซียออกมาระบุว่า จะเตรียมส่งขยะพลาสติกราว 3 พันตัน กลับไปยังประเทศต้นทาง 14 ประเทศที่อ้างว่าส่งมารีไซเคิล ซึ่งประเทศเหล่านั้นรวมถึงสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, แคนาดา, ออสเตรเลีย และอังกฤษ

ฟังจากปากชัด ๆ ! ‘สมศักดิ์’ ลั่นกลุ่มสามมิตรไม่กลับไปเพื่อไทยแน่นอน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หนึ่งในสมาชิก ‘กลุ่มสามมิตร’ อดีตล้วนแล้วแต่เคยร่วมทางกับไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย
  • สมศักดิ์ยอมรับว่าเมื่อมาอยู่กับพลังประชารัฐก็มีปัญหาบ้างแต่ก็จะไม่หนีหายไป
  • ยืนยันกลุ่มสามมิตรไม่กลับไปอยู่กับเพื่อไทยแน่นอน

‘สมศักดิ์’ ปิดประตู กลุ่มสามมิตรไม่ไปเพื่อไทยแน่ ตอกกลับ “ สุดารัตน์ “ ก่อนเลือกตั้งมาหาถึงบ้านชวนร่วมงาน

วันนี้ (31 พ.ค.62) ที่ ทำการพรรคพลังประชารัฐ นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงข่าว ในกรณีข่าวที่ออกมาว่าตัดสินใจยกกลุ่มสามมิตรกลับไปอยู่พรรคเพื่อไทย หากไม่ได้คุมรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร

โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนตัวยืนยันมีข่าวว่าพอมีปัญหาก็พาพรรคพวก แล้ว จะย้ายไปตรงนี้ ตรงโน้น ตรงนั้น ตนก็ทำการเมืองมานาน ยืนยันมีปัญหาน้อยมาก ที่ผ่านมายอมรับว่าผมมาอยู่พลังประชารัฐ แม้มี เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม บ้างอย่างไรเราก็จะไม่หนีหายไปจากพรรคพลังประชารัฐ เราไม่หนีหายแน่ ยืนยันข่าวที่ถูกปล่อยออกไปนั้นมีกลุ่มคนที่ต้องการทำลายทั้งทางตรงและทางอ้อม ตนเห็นว่าเป็นการกระทำนั้นไม่มีศักดิ์ศรี ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง เรามองดูแล้วคนที่ทำไม่ประสงค์ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ขอบคุณ ทำให้ผมมีโอกาสแถลงข่าวข้อเท็จจริงเรื่องอื่นให้ได้รับทราบไปด้วย ผมทำอะไรปากกับใจตรงกัน จะทำอะไรก็ทำเลย

ขณะที่เมื่อผู้สื่อข่าวถามกรณีเมื่อวานนี้ ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ออกมากรวดน้ำคว่ำขันไม่รับกลุ่มสามมิตร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เคยไปเชิญ ไปพบผมถึงที่บ้าน แต่ผมก็ตัดสินใจว่าไม่ได้ไป บางคำพูด

“ ท่านเป็นถึงคุณหญิงจะมาพูดคำอะไรที่ดูแล้วไม่น่าเป็นคำพูดของท่าน ผมได้ยินคนในพรรคของท่านพูดถึงท่าน เหมือนที่ท่านพูดถึงผม”

‘ปารีณา’ แจ้งความเอาผิดกลุ่มคนคุกคามบน FB ยืนยัน ‘อีช่อ’ ตนบัญญัติศัพท์ใหม่

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผบก.ปอท. หลังถูกโลกโซเชียลกระหน่ำโจมตี ปมไลฟ์เฟซบุ๊ก พูดคำว่า “อีช่อ” จนเกิดเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์

ทั้งนี้ น.ส.ปารีณา เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กไม่ใช่แสดงตัวตน แล้วใช้คำหยาบคาย ด่าทอตนเองบนเฟซบุ๊ก ด้วยคำหยาบคายและมีบางส่วนโทรศัพท์มารบกวน โทรมาแล้วก็วางสาย ไม่พูดอะไร ซึ่งตนเชื่อว่ามีกลุ่มคนที่ไม่หวังดี โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองพยายามเข้ามาปั่นกระแสโซเชียล สร้างความเกลียดชังในกับตนเง รวมทั้งผู้ที่ใกล้ชิดตนได้รับผลกระทบ และคนที่พยามให้กำลังใจตนบนเฟซบุ๊ก ก็ได้รับผลกระทบด้วย

ตนยืนยันว่า คำว่า “อีช่อ” ที่ตนเองได้พูดออกไป เป็นคำที่ใช้ต่อว่าคนภายในบ้าน ที่ไม่อยู่ในกฎหมายระเบียบ ส่วนประชาชนในจังหวัดราชบุรีไม่เคยได้ยินคำนี้ ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องของแต่ล่ะบุคคล

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้คนในโลกออนไลน์นำคำว่า อีช่อ ไปขยายความต่อในทางลบว่า มันคือดอกหลายๆ ดอกร่วมกันเป็นช่อ จนมีการแสดงความคิดเห็นในแง่ลบจำนวนมาก ยืนยันคำว่า อีช่อ ไม่ใช่คำที่จะใช้ด่าส.ส. รายหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ ตนไม่ได้บิดเบือน หรือแถ แต่เป็นการบัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ หากเจอหน้ากันตนก็สามารถทำงานร่วมกันและพูดคุยกันได้ เพราะตนก็น่าจะได้อยู่ฝ่ายรัฐบาล เขาน่าจะอยู่ฝ่ายค้าน

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบพยานหลักฐานตามที่ผู้เสียหายนำมาให้ดำเนินคดี แต่จะมีการดำเนินคดีทั้ง 5,000 คนหรือไม่ ต้องมีการตรวจพยานหลักฐานว่าบุคคลเหล่านั้นมีตัวตนจริงหรือไม่ เรียกตัวมาสอบปากคำต่อไป