‘นเรนทรา โมดี’ นายกผู้เปรียบตัวเองเป็น ‘พระราม’

ชาตินิยมอินเดีย

จบลงแล้วสำหรับการเลือกตั้งอินเดีย ซึ่งเป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้อินเดียยังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พรรคภารตียชนตา หรือ BJP ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดแบบถล่มทลาย ส่งผลให้นายนเรนทรา โมดี ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

โดยก่อนหน้านี้พรรคพรรคภารตียชนตา หรือ BJP ของนายโมดินั้น ได้ชูนโยบายแนวคิด ‘ชาตินิยมฮินดู’ และมีนโยบายอนุรักษ์นิยมเป็นแนวคิดหลัก และนำไปสู่การชนะการเลือกตั้งในปี 2014 รวมถึงในครั้งปัจจุบัน ทั้งที่อุดมการณ์ชาตินิยมนั้น ถือเป็นจุดอ่อนในสังคมที่มีความหลากหลายในอินเดีย

นายนเรนทรา โมดี
นายนเรนทรา โมดี

การเมืองอินเดียเปลี่ยนขั้วเพราะเหตุใด ?

แม้ว่าการที่ BJP จะชูนโยบายชาตินิยมซึ่งขัดแย้งกับความหลายหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งเป็นพื้นฐานของประเทศอินเดีย แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทำให้พรรค BJP ที่นำโดยนายโมดี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2014 ทั้งที่เคยพ่ายแพ้พรรคคู่แข่งมากว่า 10 ปี เกิดจากการที่ประชาชนเห็นถึงโมเดลความสำเร็จของรัฐคุชราต รัฐชายฝั่งทางด้านตะวันตกของประเทศ ที่ได้คนของพรรค BJP เป็นผู้บริหาร มีตัวเลข GDP เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรัฐอื่น ๆ นอกจากนี้การลงทุนจากต่างประเทศในรัฐคุชราต ยังขยายตัวอย่างมากในช่วงที่โมดีดำรงตำแหน่งเป็นมุขมนตรี

ทั้งนี้ พรรค BJP ยังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกหลากหลายด้านในรัฐคุชราต รวมถึงมีการส่งเสริมการศึกษาอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ซึ่งทางพรรคก็ชูผลงานโบว์แดงชิ้นนี้ ในช่วงหาเสียงเมื่อปี 2014 เช่นกัน ประกอบกับเหตุผลที่รัฐบาลพรรคคองเกรสถูกวิจารณ์ว่า ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจอินเดียกลับมาเติบโตได้ดังเดิมหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008 ทำให้การเมืองอินเดียเปลี่ยนขั้วตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2014 เป็นต้นมา

นายนเรนทรา โมดี
นายนเรนทรา โมดี

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชัยชนะของพรรค BJP ในการเลือกตั้งปี 2014 ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของกลุ่ม Rashtriya Swayamsevak Sangh (RSS) ซึ่งเป็นองค์การจิตอาสาระดับประเทศ และเป็นองค์การขวาจัดทำหน้าที่เผยแพร่แนวคิดฮินดูนิยมในหมู่ชาวอินเดีย มีสมาชิกมากกว่า 7 ล้านคนในอินเดีย รวมถึงเป็นฐานอำนาจสำคัญของพรรค BJP เนื่องจากพรรคฯ และกลุ่ม RSS มีความใกล้ชิดกัน ขณะที่นายโมดีก็เคยเป็นสมาชิกกลุ่มนี้อีกด้วย

รู้จักแนวคิดชาตินิยมอินเดีย

ทั้งนี้แนวคิดชาตินิยมอินเดียเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นมา หลังจากอินเดียได้อิสรภาพคืนจากอังกฤษ ชาตินิยมอินเดีย เป็นแนวคิดที่เข้าถึงประชาชนทุกคน ที่แม้จะมีภูมิหลัง ทางเชื้อชาติและศาสนาที่แตกต่างกันออกไป ขณะนี้แนวคิดชาตินิยมยังคงมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเมืองของอินเดีย ซึ่งเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงความขัดแย้ง ระหว่างศาสนาฮินดูและศาสนาอิสลาม

นายนเรนทรา โมดี
นายนเรนทรา โมดี

เส้นทางชีวิตของ ‘โมดี’ นักการเมืองมากบารมี

สำหรับก่อนการชนะเลือกตั้งเมื่อ 5 ปีก่อน นายนเรนทรา โมดี ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภากว่า 10 ปีติดต่อกัน เคยเป็นมุขยมนตรีคุชราต ซึ่งตำแหน่งดังกล่าว เป็นบุคคลซึ่งได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งนายโมดีอยู่ในตำแหน่งนี้ยาวนานที่สุดถึง 4 สมัยเคยเป็นกุนซือคนสำคัญของพรรคภารตียชนตาซึ่งวางยุทธศาสตร์ให้พรรคสามารถชนะการเลือกตั้งระดับรัฐในปี 1995 และ 1998 สำหรับการใช้ชีวิต โมดีเป็นบุคคลตัวอย่างตามแบบฉบับศาสนาฮินดูเสมอมา ไม่ว่าจะการกิน การอยู่ และการใช้ชีวิต

นอกจากนี้โมดียังเป็นสมาชิกราษฏรียสวยัมเสวกสังฆ์ กลุ่มคลั่งชาติในประเทศอินเดีย โดยนักวิชาการและสื่อมวลชนอินเดียต่างมองว่า เขาเป็นผู้คลั่งชาติฮินดู ซึ่งโมดีเองก็ยอมรับว่าเขาเป็นนักชาตินิยมฮินดู โดยเมื่อหลังจากเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เขาได้เปรียบการปกครองของเขา กับพระราม ในศาสนาฮินดู แม้จะมีผู้สนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่หลายนโยบายของรัฐบาลโมดี ก็สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนมากมาย ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือ ปัญหาความเท่าเทียม

นายนเรนทรา โมดี
นายนเรนทรา โมดี

เชิดชูอุดมการณ์ชาตินิยมฮินดู เกลียดชังพรรคคองเกรสแบบสุดโต่ง

ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปชีวิตในวัยเด็ก โมดีเดินทางในเส้นทางการเมืองภายในกลุ่มชาตินิยมฮินดู โดยมีอุดมการณ์แน่ชัดตั้งแต่นั้นมาเขาเกลียดชังพรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และเป็นคู่แข่งของพรรคภารตียชนตาในปัจจุบันมาตั้งแต่เด็ก และเติบโตมาในสังคมที่บ่มเพาะทางการเมือง

โดยเฉพาะในช่วงขบวนการเรียกร้องให้รัฐอินเดียแบ่งแยกกลุ่มคนที่พูดภาษาคุชราตออกจากกลุ่มคนที่พูดภาษามราฐี ซึ่งช่วงนั้น โมดีรู้สึกลุ่มหลงไปกับขบวนการของชาวคุชราต และเข้าร่วมการเดินขบวนของชาวบ้านที่อนุญาตให้แต่ผู้ชายเข้าร่วม ซึ่งส่วนใหญ่มีกลุ่มชาตินิยมฮินดูรวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก

ช่วงยังเด็กโมดีเข้าร่วมการจัดประชุมของกลุ่มผู้ประท้วงชาวคุชราตซึ่งจัดขึ้นสำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยเด็ก ๆ จะถูกปลูกฝังให้สวดมนต์ให้กับประเทศ และเรียกประเทศว่าพระแม่อินเดีย ทำให้โมดียอมรับลัทธิรักชาติผ่านทางศาสนาฮินดู เมื่อโมดีโตขึ้นเขาก็พยายามเข้าสู่หนทางการเป็นนักเทศน์ขององค์กรฮินดูที่เรียกว่าประชารัก และปกปิดว่าตัวเองเคยแต่งงาน เพื่อยืนยันว่าตัวเองครองความบริสุทธิ์ทางเพศ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติเบื้องต้นของ ‘นักเทศน์’

เขาเริ่มแสดงออกให้พรรคเห็นถึงความเป็นฮินดูชาตินิยมผ่านทางการช่วยเหลือหัวหน้าพรรค BJP ด้วยการก่อสร้างศาสนสถานฮินดูทับมัสยิดบาบรีในอุตตรประเทศที่มีอายุมากกว่า 300 ปี การกระทำดังกล่าวเรียกคะแนนจากผู้คลั่งไคล้ศาสนาฮินดูในอินเดียได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในปี 2545 ที่เกิดเหตุการณ์จลาจลที่คุชราตและมีชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมถูกกระทำด้วยความรุนแรง จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย โมดีได้สั่งปิดแหล่งพักพิงสำหรับคนมุสลิมไร้บ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของเหตุจลาจลครั้งนั้นโดยอ้างว่าศูนย์พักพิงดังกล่าวเป็น “โรงงานผลิตลูก”

แม้ชาตินิยมฮินดูจะทำให้เขาประสบความสำเร็จทางการเมืองหลายครั้ง แต่ในการเลือกตั้งระดับประเทศนายโมดี พยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองเป็นผู้ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น

ความท้าทาย 3 ข้อ ที่สำคัญต่ออนาคตอินเดีย

การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนามนุษย์ของประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคนในอินเดีย เป็นโจทย์สำคัญในการบริหาร ดำเนินนโยบายต่าง ๆ ในประเทศ และเนื่องจากอินเดีย เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกโดยมี GDP อยู่ที่ 2.6 ล้านล้านเหรียญในปี 2560 อัตราการเติบโตของจีดีพีในปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 7.5% เนื่องจากยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก

  • การพัฒนาทักษะและการจ้างงานสำหรับพนักงานในอนาคต

ในปี 2030 อินเดียจะยังคงเป็นประเทศที่มีอายุประชากรโดยเฉลี่ยค่อนข้างน้อยเพียง 31 ปี เมื่อเทียบกับจีน ที่อายุเฉลี่ย 42 ปี และประชากรในสหรัฐอเมริกา 40 ปี ดังนั้นอินเดียจะเพิ่มพลเมืองวัยทำงานให้กับโลกมากกว่าประเทศอื่น ๆ

โดยจะมีคนวัยทำงานในอินเดียประมาณ 10-12 ล้านคนในทุก ๆ ปี และในอนาคตจะเป็นสังคมวัยทำงานเป็นส่วนใหญ่” ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าการรายได้ของประเทศจะเติบโตขึ้น การจัดหาทักษะที่เหมาะสมและการจ้างงานเป็นโจทย์สำคัญที่นายโมดีต้องคำนึงถึง

  • การกระจายความเจริญสู่ชนบท

การลดช่องว่างระหว่างความเจริญในเมืองและชนบท ยังเป็นโจทย์สำคัญในอินเดีย เพราะยังมีประชาชนในชนบท ที่ห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อยู่มาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องกระจายความเจริญไปสู่ประชาชนที่อยู่ห่างไกล

  • สุขภาพที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน

อินเดียยังประสบปัญหาด้านคุณภาพชีวิต ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน อาทิ การอาศัยอยู่อย่างแออัด มลพิษ โดยการบริการด้านสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลอินเดียควรคำนึงถึง

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ประกาศในระหว่างการหาเสียงในปี 2559 ว่าจะ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

ไม่เพียงแต่อินเดียเท่านั้น ที่ยืนกระแสชาตินิยมในการเลือกตั้ง และดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพราะในช่วงหลายที่ผ่านมานี้ มีตัวอย่างของผู้สมัครรับเลือกตั้งในประเทศใหญ่ ๆ ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จากการชู ‘นโยบายชาตินิยม’ ยกตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ประกาศจะ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”  รวมไปถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดดังกล่าวเช่นกัน

เจ้าของเพจ ‘ราชินี บาเรีย’ ร้องปอท. ถูกเพจดังโพสต์ประจาน

แม่ค้าออนไลน์สาวประเภทสอง เจ้าของเพจ”ราชินี บาเรีย” บุกร้อง บก.ปอท. ให้ช่วยหลังถูกเพจดังดอกจิก V.6 และ V.7 โพสต์ประจาน กล่าวหาว่าขายเครื่องสำอางด้อยคุณภาพ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 พ.ค. 2562 ที่ บก.ปอท.นายกันต์กวี หมื่นชนะ อายุ 24 ปี แม่ค้าขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางทางออนไลน์เจ้าของเพจ “ราชินี บาร์เรีย” พร้อมทนาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง ปัณณพร ยิ่งเรงเริง รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดต่อเจ้าของเพจดอกจิก V.6 และ ดอกจิก V.7 หลังถูกโพสต์ภาพและข้อความ กล่าวหาว่าขายสินค้าปลอมไม่ได้มาตรฐาน

นายกันต์กวี กล่าวว่า ตนถูกเพจดังกล่าวโจมตีหาว่า นำสินค้าประเภทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีเลขทะเบียน อย. มาขาย ตนยืนยันว่าทำถูกต้องทุกอย่าง แต่การกล่าวหานั้นทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงทางด้านธุรกิจ ลูกค้าไม่กล้าสั่งซื้อ หมดความน่าเชื่อถือ จึงต้องมาปกป้องสิทธิ์ในวันนี้ โดยจะขอให้ตำรวจเอาผิดฐานหมิ่นประมาท หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายกันต์กวี กล่าวต่อ ตนไม่ทราบว่าเพจดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด และทราบว่าได้โจมตีหลายผู้ขายรายอื่น ๆ มาก่อนแล้ว ทั้งนี้แอดมินเพจดังกล่าวเคยทักมาบอกตนให้ปรับแก้ฉลาก ซึ่งก็จัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังถูกขุดคุ้ยเอกสารข้อมูลส่วนตัวของตนเองมาเผยแพร่ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้เข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว โดยจะรอติดตามผลต่อไปเบื้องต้น ร.ต.ท.หญิง ปัณณพร รับเรื่องลงในบันทึกประจำวัน รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังเพจราชินี บาร์เรีย โดนโจมตีจากเพจดอกจิก V.6 และ V.7 แล้ว ทำให้ยอดจำหน่ายของร้านตกไปมาก จึงต้องพยายามออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ลูกค้ากลับมา

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนักจัดรายการวิทยุและทีวีชื่อดังรายหนึ่งที่เคยรวบรวมผู้เสียหายเปิดโปงเครื่องสำอางยี่ห้อดังเมจิก สกีน จนมีการจับกุมดำเนินคดีไปเมื่อปีที่ผ่านมา ว่ากำลังตรวจสอบและรวบรวบพยานหลักฐานตลอดจนผู้เสียหายอยู่จากการใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าของ ราชินี บาเรีย จะนำไปแจ้งความต่อ ผบก.ปคบ.ในเร็วๆ นี้ขอให้ติดตามดู

อดีตข้าราชการประมง ปลูกองุ่นไร้สาร-ไร้เมล็ด สร้างรายได้งาม

อดีตข้าราชการสังกัด ประมงจังหวัดพะเยา ปลูกองุ่นไร้สาร และไร้เมล็ด ออกจำหน่ายหลังเกษียณอายุราชการ เป็นที่ต้องการของตลาด จนไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย โดยในแต่ระรอบจะสามารถจำหน่ายผลผลิตได้กว่า 5-6 หมื่นบาท

นางโสภา สุขแสงโชติ อดีตข้าราชการสังกัดประมงจังหวัดพะเยา วัย 61 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กำลังทำการเก็บผลผลิตองุ่นไร้เมล็ดพันธ์บิวตี้ซิสเลทไร้สาร ที่ขณะนี้ผลผลิตเริ่มสุก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว นางโสภา ใช้เวลาจากหลังเกษียณอายุราชการ ทำสวนองุ่นไร้สารในนาม ไร่แสนสุข

นางโสภา เล่าว่า ตนเองได้ทำการปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้เซ็ตเลท มาเป็นระยะเวลาประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้ยังสามารถเก็บผลผลิตได้อย่างเต็มที่ โดยการปลูกองุ่นดังกล่าวนั้น ตนเองได้ทำการปลูกไว้จำนวน 31 ต้น

โดยวิธีการปลูกนั้นจะปลอดสารเคมีและจะใช้วิธีการธรรมชาติในการดูแลผลผลิต จึงทำให้ผลผลิตมีคุณภาพไร้สาร และเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยในแต่ละปีจะสามารถเก็บผลผลิตได้จำนวน 2 รอบ และในแต่ละรอบนั้นก็จะสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ประมาณ 5-6 หมื่นบาท เนื่องจากผลผลิตของตนเองนั้นจะมีผู้มาสั่งจองอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผลผลิตออกและสุก และมีการสั่งจองตาม Facebook ซึ่งปริมาณการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ซึ่งจะจำหน่ายในราคาที่ถูกเพียงกิโลกรัมละ 180 บาท และในแต่ละรอบนั้นก็จะสามารถจำหน่ายหมดโดยที่ไม่ต้องวางขายตามท้องตลาด ซึ่งจะมีผู้สั่งจองมารับที่สวนด้วยตนเอง สำหรับการผลิตนั้นเราจะดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ และจะไม่ใช้สารเคมีใดๆ