รวบ! มือปืนยิงหนุ่มเคอรี่ รับทำตามคำสั่ง ‘ประมุข’ หัวหน้าวิน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.น. ได้ควบคุมตัว นายวันชัย มงคลเข็ม หรือ อั้ม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” ซึ่งเป็น ผู้ก่อเหตุยิง นายวีรวัฒน์ พุ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานบริษัทเคอรี่ มาสอบปากคำที่ สน.บางนา ภายหลังจาก นายวันชัย ได้ติดต่อขอมอบตัวที่ จ.ฉะเชิงเทรา

ทั้งนี้จากการสืบสวนทราบว่า นายวันชัย มีความสนิทสนม กับนายประมุข วิเชียรดิลกกุล หัวหน้าวินและเป็นผู้ต้องหาอีกรายที่หลบหนีอยู่ ซึ่งหากนายประมุข มีเรื่องกับใคร นายวันชัย จะเป็นคนลงมือทำเองตลอด หลังเกิดเหตุ นายวันชัย หลบหนีไปกบดานที่ จ.จันทบุรี ทางตำรวจจึงทำการกดดัน จนนายวันชัย ตัดสินใจเดินทางมามอบตัว

จากการสอบสวน นายวันชัย ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือยิงในเหตุการณ์ดังกล่าวจริงจากคำสั่งของ นายประมุข โดยปืนกระบอกที่ใช้ยิงเป็นของเพื่อนที่ยืมมาให้ระหว่างที่กำลังไล่ตีกัน หลังจากนั้นก็นำปืนคืนเจ้าของ และหลบหนีไปกบดานที่บ้านของเพื่อนสาวใน จ.จันทบุรี

ทั้งนี้ ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง จากการตรวจสอบประวัติเจ้าตัวเคยถูกจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่สน.บางนา ก่อนจะออกมาได้เพียง 3 เดือน และมาก่อเหตุดังกล่าว หลังจากนี้จะมอบให้ผู้บังคับบัญชาแถลงผลการจับกุมอย่างเป็นทางการต่อไป

ทางด้าน พ.ต.อ. นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทางนายประมุข วิเชียรดิลกกุล ซึ่งดูแลวินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านอุดมสุข ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนาแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ policenews

อินเดียจ่อซิวแชมป์ประชากรมากที่สุดในโลกแซงจีน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ฝ่ายทรัพยากรของสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ประเมินว่าในอีก 8 ปีข้างหน้าจำนวนประชากรของอินเดียกำลังจะมีจำนวนมากขั้นจนกระทั่ง ขึ้นมาแซงจำนวนประชากรชาวจีน
  • มีแนวโน้วที่ประชากรผู้สูงอายุในโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นขณะที่ความสมบูรณ์ของประชากรโลกจะลดลง
  • ภายในปี 2050 อายุของมนุษย์เฉลี่ยจะอยู่ที่ 65 ปีหรือมากกว่า

วันที่ 20 มิ.ย.2562 สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานระบุอ้างข้อมูลของ The World Population Prospects ปี 2019 โดยฝ่ายทรัพยากรของสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ซึ่งประเมินว่าในอีก 8 ปีข้างหน้าจำนวนประชากรของอินเดียกำลังจะมีจำนวนมาก ขึ้นมาแซงจำนวนประชากรชาวจีน

รายงานจากThe World Population Prospectsชี้ว่าในปัจจุบันอินเดียมีประชากรราว 1.33 พันล้านคน ขณะที่ประชากรอินเดียจะเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 273 ล้านคน ในระหว่างปี 2019-2050 ซึ่งหมายความว่า “อินเดีย” จะกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกภายในปี 2570 แทนที่จีนที่ครองแชมป์ในตำแหน่งดังกล่าวมานาน

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า ในระหว่างปี 2562-2593 มีประเทศจำนวน 55 ประเทศที่จะมีประชากรลดลงอย่างน้อย 1%” รายงานดังกล่าวระบุว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากภาวะเจริญพันธุ์ในระดับต่ำและในบางประเทศ มีประชากรลดลงเนื่องจากมีผู้อพยพหลั่งไหลออกนอกประเทศจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม จีนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรหดตัว 31.4 ล้านคนหรือราว 2.2 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ผ่านมาจีนได้พยายามแก้ปัญหาการลดลงของประชากร และอัตราการเกิดที่ลดลง จนรับบาล ต้องออกนโยบายเพื่อสนับสนุนให้คู่รักมีลูกเพิ่มขึ้น แต่ด้วยจำนวนประชากรในเมืองที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นความพยายามที่จะผลักดันให้อัตราการเกิดสูงขึ้นนั้นล้มเหลว

นอกจากนี้ “ไนจีเรีย”อาจเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรจะขยายตัวมากขึ้นชัดเจน โดยคาดว่าในปี 2050 จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นอีก 200 ล้านคน ขณะที่ในปัจจุบันไนจีเรียมีประมาณ 190 ล้านคน ซึ่งหากนับจำนวนประชากรของไนจีเรียและอินเดียรวมกัน จะคิดเป็น 23% ของจำนวนประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2050 โดยภายในปี 2593 มีการคาดการณ์ว่าประชากรทั้งหมดของโลกจะเพิ่มขึ้นกว่า 9.7 พันล้านคน

ทว่าในปี 2019 ประชากรจีน จะยังคงมีจำนวนมากที่สุดในโลกอยู่ที่ 1.43 พันล้านคน ส่วนอินเดีย ตามมาเป็นอันดับ 2 คาดว่าจำนวนประชากรจะอยู่ที่ 1.37 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 19% และ 18% ตามลำดับ ขณะที่สหรัฐอเมริกา ยังคงมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

ประเด็นน่าสนใจคือมีแนวโน้วที่ประชากรผู้สูงอายุในโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นขณะที่ความสมบูรณ์ของประชากรโลกจะลดลง เนื่องจากประเทศที่จะประสบกับปัญหาประชากรลดลงจะเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตามภายในปี 2050 อายุของมนุษย์เฉลี่ยจะอยู่ที่ 65 ปีหรือมากกว่า ขณะที่ประชากร 1 ใน 6 ของโลกจะมีอายุ 65 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 1 ใน 11 ในปีนี้ ขณะที่จำนวนประชากรโลกที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากจำนวน 143 ล้านคนในปี 2019 เพิ่มขึ้นเป็น 426 ล้านคนในปี 2050

ที่มา cnn.com

ตร.แจงแล้ว ภาพหนุ่ม-สาว ขี่จยย.ตราโล่ ไม่สวมหมวกกันน็อค

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกรียงไกร ไทยอ่อน โพสต์ภาพจี้ตำรววจตรวจสอบ หนุ่ม-สาวขี่รถจยย.ตราโล่ แต่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร
  • โฆษกตำรวจ ทราบเรื่องแล้ว ก่อนสั่งตรวจสอบ ลั่นหากพบว่าผิดจะดำเนินการเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏภาพ ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ที่ติดทะเบียนของทางราชการ แต่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรโดยไม่สวมหมวกกันน็อค อ้างว่าเกิดขึ้นที่ สน.หัวหมาก จนทำให้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก เกรียงไกร ไทยอ่อน ผู้ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งด่านตรวจจับผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะเหมือนเป็นการขูดรีดประชาชนทางอ้อมนั้น ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และจากการตรวจสอบไม่พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของหลวงดังกล่าวไม่ใช่ของ สน.หัวหมาก

สั่งตั้งกรรมการสอบ ผู้เบิกรถไปใช้ ชี้หากพบข้อบกพร่อง ดำเนินการเด็ดขาด

ทั้งนี้ บก.น.4 จะได้มีคำสั่งให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยให้คณะกรรมการทำการตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการในทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดต่อไป

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง หากพบข้อบกพร่อง หรือเกิดการปล่อยปละละเลย ก็จะดำเนินการในทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีมาตรการในการควบคุมดูแล มิใช่นำออกไปใช้หรือให้ผู้อื่นนำออกไปใช้โดยพลการ