เตรียมเรียกดารา 4 คน เอี่ยว“ขบวนการค้ายาปุ๊กกี้”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปุ๊กกี้ และสามี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ถูกนำตัวไปฝากขังแล้ว
  • มีรายงานว่า ตำรวจเตรียมเรียกดารา 4 คน เอี่ยว “ขบวนการค้ายาปุ๊กกี้” มีดาราชาย 2 คน อักษรย่อ ส. / ศ., ดีเจชายอักษรย่อ ช. และนางแบบอักษรย่อ ย.

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด คุมตัวนายหง เจิ้ง อี้ ชาวไต้หวัน / สองสามีภรรยาคือ นายชลวิทย์ คีตะตระกูล และ นางสาวพริสซิลลา ปริศนา จิวเมลลี่ หรือ “ปุ๊กกี้” อดีตนักร้องดัง มาสอบปากคำยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หลังทั้งหมดถูกจับกุมจากคดียาเสพติดล็อตใหญ่

โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ช่วงต้นเดือนมิถุนายน มีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายชาวไต้หวัน เดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อเจรจาซื้อยาเสพติดลักลอบลำเลียงกลับไปไต้หวัน

กระทั่ง 17 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายหง ชาวไต้หวัน บุคคลในเครือข่ายที่มีหน้าที่สั่งการและจัดการลำเลียงผ่านบริษัทพัสดุ ซึ่งพักอยู่ที่โรงแรมย่านลาดกระบัง พร้อมของกลาง คีตามีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5,170 กรัม บรรจุอยู่ในถุงใส ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่จำนวน 39 ชิ้น

ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักย่าน ซอยรามอินทรา 65 เขตบางเขน พร้อมจับกุมสามีภรรยา คือ นายชลวิทย์ คีตะตระกูล และปุ๊กกี้ อดีตนักร้องดัง ซึ่งทั้งสองมีหน้าที่มีหน้าที่จัดหายาเสพติด และผลิตยาเสพติด พร้อมของกลางยาเสพติด ประกอบด้วย ไอซ์ 98.3 กรัม, ยาบ้า 8 เม็ด, ยาอี 10 เม็ด, คีตามีน 4 กรัม, กัญชาแห้ง 40 กรัม, สารเคมีหลายชนิด และอุปกรณ์ที่คาดว่าใช้ผลิตยาเสพติด

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปุ๊กกี้และสามี รับยาเสพติดมาจากเครือข่ายที่ย่านโชคชัย 4 แล้วนำมาบรรจุเพื่อจำหน่าย ขณะที่ผลตรวจปัสสาวะทั้งสอง พบเป็นสีม่วง

ส่วนการสอบปากคำ ทั้งคู่รับสารภาพว่า เป็นครั้งแรกที่รับยามาขายให้ชาวต่างชาติ และยอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง นอกจากนี้ สามีของปุ๊กกี้ เคยต้องโทษคดียาเสพติดเมื่อปี 2549

ด้านผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด เผยว่า เตรียมนำสารเคมีที่พบจำนวนมากในบ้านพักของสองสามีภรรยา ไปตรวจสอบ โดยเฉพาะเบกกิ้งโซดา ที่พบมากถึง 4 กล่อง เพราะถือว่าผิดปกติ เนื่องจากสามารถนำไปผสมกับยาเสพติดเพื่อเพิ่มปริมาณ และเตรียมขยายผลต่อ เพราะไม่ปักใจเชื่อที่ผู้ต้องหาปฏิเสธเรื่องผลิตยาเสพติด

มีรายงานว่า หลังสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง อดีตนักร้องสาว รับสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจากเครือข่ายในพื้นที่โชคชัย 4 ในราคากิโลกรัมละ 350,000-370,000 บาท เพื่อนำมาปล่อยต่อในราคากิโลกรัมละ 550,000 บาท ซึ่งหากปล่อยยาเสพติดล็อตนี้ได้ จะได้กำไรหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดมากถึง 7 แสนกว่าบาท

ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหานายหง ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ในข้อหา ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายฯ และครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนปุ๊กกี้ และสามี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายฯ และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ และหลังสอบสวนต่อตามอำนาจ ภายใน 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มีศิลปินดาราที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ 4 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. เตรียมที่เรียกเข้าให้ปากคำ ประกอบด้วย ดาราชาย 2 คน อักษรย่อ ส. / ศ., ดีเจชายอักษรย่อ ช. และนางแบบอักษรย่อ ย.

ทอง เปิดตลาดวันนี้ปรับลง 50 บาท

ทอง เปิดตลาดวันนี้ปรับลง 50 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,450.28 บาท ขายออกบาทละ 20,400.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันพุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เมื่อเวลา 09.26 น. ซึ่งราคาทองปรับลง 50 บาทเมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,450.28 บาท ขายออกบาทละ 20,400.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 19,800.00 บาท ขายออกบาทละ 19,900.00 บาท

กรมการค้าฯ แจง !! โรงพยาบาลธงฟ้า เป็นเพียงแนวคิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางกรมการค้าภายใน เชิญโรงพยาบาล 353 แห่ง หารือทำความเข้าใจ ราคาซื้อ-ขายยา ให้สอดคล้องกับต้นทุน
  • ทั้งนี้ สำหรับโรงพยาบาลธงฟ้า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเป็นเพียงแนวคิด

ยังตามต่อเนื่องกรณีการ กำหนดค่ารักษาราคาแพงของโรงพยาบาลเอกชน หลังจากที่กรมการค้าภายใน เปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนยื่นชี้แจงข้อมูลราคาซื้อ-ขายยาตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดได้มีการเชิญตัวแทนจากโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่ง มาทำความเข้าใจมาตรการควบคุมราคาสินค้าและบริการ นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงแรวคิดการ จัดทำโรงพยาบาลธงฟ้า

รพ.ธงฟ้า กรมการค้าฯแจง แค่แนวคิด

ความคืบหน้าเรื่องนี้ทางด้าน กรมการค้าภายในได้มีการเชิญโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่ง เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางความโปร่งใส และเป็นธรรมด้านราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาล

เพื่อให้ทุกโรงพยาบาลมีความเข้าใจตรงกัน และป้องกันการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หลังจากที่มีการออกประกาศให้ยื่นข้อมูลราคาซื้อ-ขายยา ทั้งหมด 3992 ชนิด ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการให้โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 353 แห่ง ส่งข้อมูลค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการมายังกรมการค้าภายในภายในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้

ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนสามารถปรับราคายาได้ต่อเมื่อชี้แจงมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อที่ทางกรมการค้าภายในจะได้เก็บรวบรวมสร้างฐานข้อมูล เตรียมจัดทำ QR Code เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบราคาของแต่ละโรงพยาบาล หากไม่มีการแจ้งถือว่าผิดกฎกหมายขายเกินราคามีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับมาตรการนี้ ได้กำหนดให้โรงพยาบาลต้องประเมินค่ารักษาพยาบาลหลังการวินิจฉัยเบื้องต้น และแจ้งให้ผู้ป่วยทราบก่อนการรักษา และกรณีผู้ป่วยนอกที่รับการรักษาแล้ว แพทย์ผู้รักษาต้องออกใบสั่งยาที่ประกอบไปด้วยชนิดยา ขนาด วิธีใช้ และราคาให้ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยมีสิทธิเลือกที่จะซื้อยาจากโรงพยาบาลหรือจะนำใบสั่งยาไปซื้อยาจากภายนอกเอง

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยังได้เน้นย้ำถึงการให้การรักษาของโรงพยาบาลเอกชน ว่าต้องรักษาเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์คิดค่ารักษาสูงเกินจริงซ้ำรอยกรณีรักษาอาการท้องเสีย 3 หมื่นบาท

ส่วนประเด็นโรงพยาบาลธงฟ้า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเนื่องจากเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องศึกษาให้รอบคอบอีกพอสมควร และส่วนตัวมองว่าไม่สามารถนำมาตรการธงฟ้ามากำหนดราคาของโรงพยาบาล เพราะควรให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่า

แต่ถ้าอยากให้มีการออกสัญลักษณ์แสดงถึงโรงพยาบาลมีความเป็นธรรมในด้านราคาที่สอดคล้องกับบริการ อาจจะออกมาในรูปแบบการให้ดาว เช่น โรงพยาบาล 5 ดาว หรือ โรงพยาบาล 4 ดาว เป็นต้น