‘ห้างพาต้า’ ชี้แจงยังเปิดให้บริการ หลังโซเชียลแห่แชร์ปิดห้าง-ประกาศขาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข่าวปลอมระบุว่าห้างพาต้าได้ประกาศปิดให้บริการ พร้อมประกาศขายกิจการด้วย
  • ห้างสรรพสินค้าพาต้า ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงยืนยันยังเปิดให้บริการตามปกติ

วันนี้ (17 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้างสรรพสินค้าพาต้า ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงหลังในโลกออนไลน์แห่แชร์ว่า ทางห้างสรรพสินค้าพาต้าประกาศปิดกิจการและทำการประกาศขายห้าง โดยได้ชี้แจงไว้ดังนี้

ห้างสรรสินค้าพาต้า

‘ขอชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าห้างสรรสินค้าพาต้าได้ทำการปิดกิจการแล้ว ทางห้างสรรสินค้าพาต้าขอแจ้งว่าข่าวนั้นเป็นข่าวเท็จ ห้างสรรสินค้าพาต้ายังเปิดให้บริการตามปกติ’

เรียนน้อยจบแค่ ม.1 สู่ผู้บุกเบิกเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังยอดขาย 2,000 ล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจาะชีวิตไม่ธรรมดาสมชายศรีสกุลภิญโญผู้บุกเบิกเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังยอดขาย 2,000 ล้านบาท

วันที่17 มิ..62 ร้านฮ่องกงนู้ดเดิ้ลอาคารบีศูนย์ราชการฯ.แจ้งวัฒนะผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสมชายศรีสกุลภิญโญผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์มาร์คแมนูแฟคเชอร์ริ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์หลุยส์ที่ใช้ในฉากถ่ายละครดังๆหลายเรื่อง

โดยนายสมชายเล่าว่าเมื่อ20 ปีก่อนเขาเป็นผู้ก่อตั้งแผนกงานต่างๆและระบบการทำงานในบริษัทหลังจากยกระดับฐานการผลิตเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครบนพื้นที่กว่า70 ไร่เช่นแผนกไฟเบอร์กลาส

แผนกสีโพลีแผนกเหล็กแผนกกระจกแผนกสแตนเลสแผนกงานตกแต่งภายในแผนกซ่อมบำรุงและได้ขยายบริษัทเข้าสู่ตลาดระดับภูมิภาคตามทิศทางอุตสาหกรรมโลกด้วยการก่อตั้งแผนกติดต่อต่างประเทศสาขาประเทศจีน

นอกจากนี้นายสมชายยังเป็นผู้บุกเบิกคือการผลิตชุดครัวไฟเบอร์กลาสแห่งแรกของทวีปเอเชียซึ่งยังคงเป็นที่แพร่หลายโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้  นอกจากนั้นยังเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สไตล์หลุยส์ที่มียอดขายที่สูงสุดในประเทศไทย

ใครไปเที่ยวเดินชมงานโฮมเฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะพบเห็นเฟอร์ฯสไตล์หลุยส์ราคาไม่แพงสามารถจับจองซื้อหาเป็นเจ้าของได้นั่นแหละผลงานผลิตจากโรงงานของผมที่คิดค้นนวัตกรรมสินค้าทำให้ต้นทุนไม่สูงราคาให้ลูกค้าคนไทยเอื้อมถึงกันสมชายกล่าว

นอกจากนั้นเขายังได้ก่อตั้งบริษัทโมเก้น(ประเทศไทย)จำกัดในปี..2553 บริษัทลิฟวิ่งแอทโฮมจำกัดในปี..2545 และบริษัทไอดอลซิสเทิมจำกัดในปี..2556

ส่วนชีวิตส่วนตัวนั้นนายสมชายเล่าว่าในสมัยตอนเป็นเด็กเรียนน้อยจบแค่.1 แถมยังมีพี่น้องท้องเดียวกันถึง8 คนซึ่งตนเป็นคนที่สามของคุณพ่อเอ็กจือแซ่เตียและคุณแม่บ๊วยศรีสกุลภิญโญครอบครัวทำมาหากินด้วยการไปซื้อตู้ไม้จากย่านบางโพเอามาทำสีใส่กระจกติดมือจับฝาตู้แต่ตั้งขายตามริมถนนรอให้คนมาซื้อหาเอาไปใช้

ขณะนั้นทำงานอยู่กับคุณพ่อซึ่งเป็นตึกแถวคูหาเดียวชื่อร้านเตียเอ็กเซ้งเฟอร์นิเจอร์  พอเลิกเรียนกลับบ้านก็จะมาช่วยพ่อแม่ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเพื่อไปเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันจนอายุได้15 ปีนายสมชายก็เป็นหัวหน้าช่างใหญ่รู้งานหมดทุกด้านการทำเครื่องเรือนทั้งงานพ่นสีตัดกระจกเจาะมือจับและประกอบตู้

สมชายเล่าว่าตนคิดว่าถ้าเรานั่งรอให้คนมาซื้ออย่างเดียวแบบนั้นคงจะขายได้ยากเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีคนซื้อไม่มีกำลังทรัพย์จึงขออนุญาตคุณพ่อแม่ออกฝึกงานด้านตกแต่งภายในบริษัทแห่งหนึ่งย่านสุทธิสารซึ่งรับเขาเข้าไปทำทันทีเขาใช้เวลาในการศึกษาดูงานอยู่เพียง1 เดือนก็รู้ลู่ทางหมดทุกอย่างจึงขอลาออกกลับมาเปิดร้านเองในปี..2520 ตั้งชื่อร้านเพชรเกษมเครื่องเรือน”( ซึ่งเป็นต้นกำเนิดบริษัทสตาร์มาร์คแมนูแฟคเชอร์ริ่งจำกัดในปัจจุบัน) โดยเช่าตึก2 คูหาเป็นโชว์รูมเป็นผู้จัดการร้านด้วยวัยเพียง18 ปีมีช่างไฟเบอร์3 คนช่างไม้9 คนรวมทั้งหมด12 คนเป็นลูกน้องกินเงินเดือนที่นายสมชายเป็นคนกำหนดให้ผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการมาเลือกหาซื้อไปใช้งาน

ทั้งนี้ต่อมาร้านเพชรเกษมเครื่องเรือนได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่ผลิตชุดครัวไฟเบอร์กลาสแห่งแรกในทวีปเอเชียเมื่อปี..2525 นายสมชายได้มีโอกาสนำชุดครัวไฟเบอร์กลาสไปออกงานแสดงสินค้า200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยเงินทุนที่เก็บจากน้ำพักน้ำแรงก้อนแรกนำเอาผลิตภัณฑ์ของทางร้านไปโชว์ที่สนามกีฬาหัวหมากทำให้ชุดครัวเป็นที่แพร่หลายมาถึงปัจจุบัน

ด้วยปัจจัยที่นายสมชายมีโอกาสไปดูเฟอร์นิเจอร์ของประเทศต่างๆแถบยุโรปสเปนอิตาลีเบลเยี่ยมก่อนจะนำเอาศิลปะสไลต์หลุยส์ที่งดงามกลับมาประยุกต์หาวิธีการผลิตจนสามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนต่ำจนขายได้ในปริมาณมากในตลาดประเทศไทยจนเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ที่มียอดขายที่สูงสุดในประเทศไทยเมื่อปี2529  จนถึงปี..2541 ซึ่งยุคนั้นมีละครทีวีที่คนนิยมชมหลายเรื่องเช่นบ้านทรายทองจำเลยรักและเรื่องอื่นอีกมากมายได้ใช้คฤหาสน์และบ้านลุกค้าของบริษัทสตาร์มาร์คฯใช้ถ่ายทำละครทำให้ได้ผ่านสู่สายตาผู้บริโภคจำนวนมากลูกค้าแนะนำกันปากต่อปากสินค้ายิ่งขายดีเทน้ำเทท่า

ปี..2541 บริษัทฯก็ประสบปัญหาวิกฤติต้มยำกุ้งแต่ด้วยความคิดที่จะต้องสู้ไปให้ได้จึงนำเอาชุดครัวของบริษัทฯไปออกงานแสดงสินค้าที่งานอินเตอร์ซูมประเทศเยอรมันแม้ติดขัดด้านปัจจัยการขนส่งการส่งออกตอนนั้นจึงไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็ได้สร้างความภาคภูมิใจตรงที่ชุดครัวของสตาร์มาร์คได้รับรางวัลนวัตกรรมชุดครัวด้วยการออกแบบจากวัสดุไฟเบอร์กลาสและดีไซน์ชุดครัวในคอนเซ็ป360 องศาจากฝีมือคนไทยและได้รับการยกย่องจากผู้จัดงานว่าเป็นบริษัทแรกในทวีปเอเชียที่ได้รับการคัดเลือกให้นำสินค้าเข้าแสดงในงานอินเตอร์ซูม(Interzum)

เมื่อกลับมาประเทศไทยก็ได้รับการติดต่อจากบริษัทโฮมโปรซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุตกแต่งบ้านให้เปิดห้องโชว์สินค้าร่วมกับทางบริษัททำให้สตาร์มาร์คเป็นที่รู้แพร่หลายมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นจากวิกฤติต้มยำกุ้งทำให้บริษัทที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆต้องล้มปิดตัวลงกลายเป็นโอกาสให้สตาร์มาร์คได้มีโอกาสเสนองานให้บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์เป็นครั้งแรก

จากผลงานครั้งที่ไปแสดงในงานต่างเป็นเสมือนใบเบิกทางให้แบรนด์ของเขาได้รับโอกาสตอบรับร่วมทำสัญญาโครงการต่างและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ผลิตชุดครัวไฟเบอร์กลาสในวงการตลาดชุดเฟอร์นิเจอร์ครัวในเมืองไทย

ภายในระยะเวลา33 ปีนายสมชายได้ขยายกิจการฐานการผลิตการจ้างงานรวมพื้นที่มากกว่า70 ไร่และเรียนรู้สายงานการก่อสร้างและออกแบบอาคารโรงงานก่อสร้างอาคารสำนักงานและโชว์รูมด้วยตนเองจนทำให้ปัจจุบันบริษัทสตาร์มาร์คฯได้ขยายตัวและมีบุคลลากรในองค์กรมากว่า3,000 คนมียอดขายรวมกว่า2,000 ล้านบาทในปี..2558 และเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการเฟอร์นิเจอร์จนถึงปัจจุบัน

กำลังใจถึง ตูน บอดี้สแลม หลังโดนกระแสลบ ก้าวคนละก้าวอีสาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก้าวคนละก้าวอีสาน มีคนคิดลบกล่าวหา ตูน บอดี้สแลมหาประโยชน์เข้าตัวเอง
  • พี่ดี้-หมอภาค-ผนึกกำลังชาวเน็ต ให้กำลังใจทีมงานก้าว อย่าไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ซัดไม่ช่วยทำแต่ใจยังมืดบอด
  • โครงการก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นการวิ่งระดมทุนให้กับ 8 โรงพยาบาลชุมชนในภาคอีสาน

กิจกรรมวิ่งการกุศล ก้าวคนละก้าวภาคอีสาน ครั้งที่ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลขนาดเล็ก หรือโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ภาคอีสานจำนวน 8 แห่ง 5 จังหวัด เพื่อระดมทุนไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่มีนักร้องชื่อดัง ตูน บอดีสแลม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในวิ่งนั้น ได้เสร็จสิ้นไปแล้วด้วยดี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา

หลังเริ่มออกสตาร์ตโครงการ เริ่มวิ่งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย มุ่งหน้าตามถนนมิตรภาพ ผ่าน จ.อุดรธานี ก่อนจะเข้า จ.ขอนแก่น จุดหมายปลายทางของกิจกรรม ซึ่งจากกิจกรรม มีประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อเป็นทุนในการช่วยเหลือโรงพยาบาลดังกล่าวสูงเกือบ 50 ล้านบาท

แน่นอนเป็นที่ทราบดีว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ปลุกพลังให้คนออกกำลังกายกันมากขึ้น ลดอาการเจ็บป่วยให้น้อยลง รวมไปถึงปลุกจิตสำนึกให้คนรู้จักช่วยเหลือสังคมส่วนรวมแม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่หากรวมตัวกันมากๆ ก็ช่วยสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ให้เดินหน้าต่อไปได้

แต่กระนั้นจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นยังมีคนไม่เข้าใจและพยายามตั้งแง่ว่า โครงการนี้ไม่ได้ช่วยประโยชน์ให้โรงพยาบาลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากแต่เป็นศิลปินนักร้องคนดังกล่าวที่ได้ประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว

ซึ่งภายหลังมีคนคิดลบ ไม่เห็นด้วยกับโครงการ ทำให้มีผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นให้กำลังใจกับ ตูน บอดี้สแลม และทีมงานว่าอย่าไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ที่มีไม่พายเอาแต่เท้าราน้ำครั้งนี้ เพราะหากมัวแต่ฟังเสียงลักษณะนี้ไม่มีทางที่สำเร็จได้

ดี้ นิติพงษ์ มั่นใจ เรื่องพี่ตูน…น้องเป็นคนดี

โดยเฉพาะ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวให้กำลังใจกับเหล่าผู้กล้าที่ที่ไม่ใช่มีเพียงแต่ตูน บอดี้สแลม แต่รวมถึงทีมงานและเหล่าศิลปินดารา ที่พร้อมจะก้าวคนละก้าว ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมในครั้งนี้

โดยพี่ดี้ได้มีข้อความระบุว่า พี่ตูนเขาภูมิใจในการกระทำของตัวเอง คนที่ออกมาเห็นต่างไม่ลงมือทำ แต่กลับทำลายเขาเช่นนี้ ถ้าไม่รับเงินมา ก็คงคิดว่าทำแล้วเท่ ควรใช้ตรรกะนิดหนึ่งก่อนที่จะแสดงความเห็น

พี่ตูนเขาทำสิ่งที่เขาภูมิใจตัวเอง..
มึงทำอย่างเขาไม่ได้…มึงก็ด่าเขาให้รู้สึกว่าตัวกูน่ะรู้ดีรู้ลึกว่าพี่ตูนแม่งสร้างภาพ.
จุกเอ๊ยแกละเอ๊ย…มึงล่ะ รับเงินใครมา….
มาทำลายความดีงามของคนไทย..
ทำคนดี ให้เสียหาย…
เงินดอลล่าร์ เงินยูโร…
เรื่องการเมืองกูก็ไม่มั่นใจใครดีไม่ดี…
แต่เรื่องพี่ตูน…กูมั่นใจว่า น้องเป็นคนดีว่ะ…

หมอภาคย์ ยกคือสุดยอดแรงบันดาลใจ ทำคนสู้กับโรค

นอกจากพี่ดี้ ที่ออกมาแสดงความเห็นปกป้องคนดีมีน้ำใจอย่าง ตูน บอดี้สแลม และพองเพื่อนแล้ว “หมอภาคย์” พท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา

ผู้ซึ่งเข้าปฏิบัติภารกิจกู้ชีวิต 13 ชีวิตจากถ้ำหลวงเมื่อช่วงกลางที่ผ่านมา ก็ได้โพสต์ชื่นชมโครงการก้าวคนละก้าว ไม่ใช่แค่การรับบริจาคระดมทุนช่วยโรงพยาบาลธรรมดา แต่มันคือแรงบันดาลใจชั้นยอดที่ช่วยให้ผู้ป่วย นอนติดเตียง จากการป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ลุกขึ้นสู้กับชีวิต จนสามารถพิชิตใจตัวเอง จากความเชื่อในพลังเล็กๆ จนกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

ใจแกร่งขนาดไหน! ‘น้องแซม Nattapol Semsuwan’ เป็นรุ่นน้องของผม..สมัยเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนโพธิสาร
น้องแซมได้ป่วยเป็น ‘มะเร็งเม็ดเลือดขาว’ ได้รับเคมีบำบัดถึง 36 ครั้ง.. สภาพร่างกายทรุดโทรม กลายเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง 1 ปี จนกระทั่งได้เห็นโครงการ ‘ก้าวคนละก้าวเบตง-แม่สาย’ ของ #พี่ตูนบอดี้สแลม.. ทำให้แซมเกิดแรงบันดาลใจ ต่อสู้กับสภาพสังขารร่างกายลุกขึ้นมาวิ่ง!
แซม บอกว่าขอบคุณมะเร็งที่ทำให้เค้าได้เรียนรู้ชีวิต….และทำให้เค้าได้เป็นแรงบันดาลใจ ส่ง ต่อให้ผู้ป่วยและใครอีกหลายๆ คนมีพลังใจลุกขึ้นต่อสู้ #ถึงตายไปก็คุ้มค่าแล้ว
อีกหนึ่งสุดยอดแรงบันดาลใจ
ขอบคุณน้องแซม #ขอบคุณพี่ตูนบอดี้สแลม

พร้อมกันนี้ ก็ยังมีคนออนไลน์เข้ามาเสริมทัพ เพื่อการันตีประโยชน์ของโครงการต่อจาก
พี่ดี้ และหมอภาคย์ เพราะสิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่กับโรงพยาบาล แต่มันส่งผลต่อกำลังใจ จุดประการก่อเกิดพลังบวกให้กับคนทุกพื้นที่ ที่โครงการนี้ก้าวไปถึง ได้ลงมือทำสร้างประโยชน์ง่ายๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม

“ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ 2562-2563 ทั่วประเทศ”

สำหรับโครงการวิ่งก้าวคนละก้าวในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ 2562-2563 ทั่วประเทศ” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ยังต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ โดยมุ่งหวังช่วยเหลือโรงพยาบาลต่างๆ ในภาคอีสาน โดยช่องทางการบริจาค เพื่อมอบให้แก่ 8 โรงพยาบาลชุมชนในภาคอีสานดังนี้

  1. โรงพยาบาลบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
  2. โรงพยาบาลสระใคร จ.หนองคาย
  3. โรงพยาบาลสังคม จ.หนองคาย
  4. โรงพยาบาลนาวัง จ.หนองบัวลำภู
  5. โรงพยาบาลหนองหาน จ.อุดรธานี
  6. โรงพยาบาลกุมภวาปี จ.อุดรธานี
  7. โรงพยาบาลพล จ.ขอนแก่น
  8. โรงพยาบาลขอนแก่น2 จ.ขอนแก่น

หากผู้สนใจอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ก็สามารถร่วมบริจาคผ่านช่องทางที่ระบุไว้ตามภาพได้

ภาพจาก ก้าว