ทำไมชาวฮ่องกงต้องประท้วงกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ประเด็นน่าสนใจ

  • การประท้วงในฮ่องกงครั้งนี้ อาจจะถือได้ว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกงเลยทีเดียว
  • การประท้วงเริ่มจากประเด็นข้อกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไต้หวัน-ฮ่องกง
  • ผู้ประท้วงกังวลกับการส่งตัว “ผู้ร้าย” ว่าแท้จริงแล้ว เป็นอาชญากร หรือ ผู้ที่ทางการจีนหมายหัว
  • ปัญหาสิทธิต่างๆ ของผู้ต้องหาในจีนมีความไม่โปร่งใส
  • ท่าทีของจีนกับสหรัฐฯ ท่ามกลางสภาวะสงครามการค้าที่ระอุขึ้น ส่งผลต่อความกังวลของนักลงทุนชาวต่างชาติในฮ่องกง
  • ชาวฮ่องกงเองก็มีความกังวลใจต่ออนาคตข้างหน้าในปี 2047 อีกด้วย เมื่อจีนจะเข้ามาบริหารฮ่องกงแบบเต็ม 100%

ผ่านมาหลายวันแล้วกับการประท้วงครั้งใหญ่ ที่อาจจะเรียกได้ว่า กลายเป็นการประท้วงครั้งยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ฮ่องกงเลยก็ว่าได้ หลังจากในช่วงอาทิตย์นี้ ถนนหลายสายของฮ่องกงคราคร่ำไปด้วยกลุ่มผู้ประท้วงที่เรียกได้ว่า กลายเป็น “ทะเลมนุษย์”

ชนวนเหตุของการประท้วง

ในการประท้วงในครั้งนี้เกิดจาก กรณีคดีฆาตรกรรมที่คนร้ายเป็นชาวฮ่องกง ถูกกล่าวหาว่าได้ลวงแฟนสาวที่กำลังตั้งท้องไปฆ่าที่ฝั่งไต้หวัน ก่อนหนีกลับมายังฮ่องกงอีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งทางการไต้หวันได้ยื่นขอให้มีการส่งตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีในไต้หวัน แต่ด้วยเหตุที่ ฮ่องกง และไต้หวันนั้น ไม่เคยมีกฎหมาย-ข้อตกลงดังกล่าวมาก่อน จึงได้มีการหยิบยกประเด็นข้อกฎหมายนี้ขึ้นมาสู่สภาฯ

โดยระบุว่า เพื่อความประโยชน์ในด้านการดำเนินคดีต่างๆ ระหว่างไต้หวันและฮ่องกง ในการร่วมกับลดปัญหาอาชญกรรมและการกระทำผิดต่างๆ ซึ่งจะเป็นการควบคุมจำนวนคดีที่เกิดจากการหนีข้ามไปมาของผู้ต้องหาในคดีต่างๆ ระหว่างไต้หวันและฮ่องกงด้วย

1 ประเทศ 2 ระบบ

ฮ่องกง ถูกระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน หลังจากที่อังกฤษได้มีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนแผ่นดินใหญ่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา โดยจีนยังคงให้สิทธิในการดำเนินการต่างๆ แก่ฮ่องกง ในฐานะเขตการปกครองพิเศษ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ต่างรู้สึกไม่พอใจ และไม่สบายใจกับการแสดงท่าทีของจีน

ทำให้การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระหว่างไต้หวันและฮ่องกง กลายเป็นประเด็นลุกลามที่มีจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง

อีกทั้งยังมีความกดดันจากภายในของชาวฮ่องกงเองอีกด้วยเนื่องจาก สิทธิ์ในการบริหารต่างๆ ของฮ่องกง ที่จีนอนุญาตให้ดำเนินการในปัจจุบันนี้ จะสิ้นสุดลงในปี 2047 ซึ่งหลังจากนั้น จีนจะเข้ามาดูแลอย่างเต็มตัว ชาวฮ่องกงเองดูจะไม่ค่อยปลื้มกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 28 ปีข้างหน้านี้

จีน ฮ่องกง และสงครามการค้า

ความฝ่ายกังวลกับมาตรการทางกฎหมายของจีน ที่ไม่ได้มีการคุ้มครองหรือให้สิทธิแก่ผู้ต้องหาเช่นเดียวกับฮ่องกง อีกทั้งยังมีข้อกังขาที่เกิดขึ้นด้วยว่า กฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับสิทธิมนุษยชนของชาวฮ่องกง รวมไปถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในฮ่องกงด้วยหรือไม่ คำตอบเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน

ท่ามกลางสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐฯ ยังคงร้อนระอุ จึงทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ในฮ่องกง ยิ่งเกิดความกังวลเพิ่มขึ้นไปอีก หากกฎหมายนี้ผ่านออกมา จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับนักธุรกิจต่างชาติบ้าง ที่ยังคงไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ของจีน-สหรัฐฯ ยังคงความอึมครึมเข้าใส่กัน สลับกับการมีปัญหากระทบกระทั่งกันดังเช่นที่เกิดขึ้นกับ หัวเว่ย ในช่วงที่ผ่านมา

โดยจีนเองก็พยายามเข้ามามีบทบาทในฮ่องกงมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลายฝ่ายกังวลต่อท่าทีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน หรือภาคธุรกิจ

ข้อกังวลของผู้ประท้วงต่อกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับนี้

กลุ่มผู้ประท้วงเชื่อว่า การผ่านกฎหมายฉบับนี้จะทำให้

  1. อนุญาตให้จีนแผ่นดินใหญ่ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยทางการเมืองกับจีนแผ่นดินใหญ่
  2. อนุญาตให้ไต้หวัน-มาเก๊า ร้องขอตัวใครก็ได้ โดยตั้งข้อกล่าวหาว่ามีการก่อคดีในพื้นที่ของไต้หวัน-มาเก๊า (ซึ่งผู้ประท้วงกังวลว่า อาจจะหมายถึงผู้ที่เป็นผู้ต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่นั่นเอง)
  3. อนุญาตให้มีการส่งตัวผู้ต้องสงสัย-อาชญากร ไปยังแผ่นดินใหญ่โดยผ่านกฎหมายนี้ (จีน > ไต้หวัน > ฮ่องกง)
  4. ไม่มีการรับรองว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการตั้งข้อกล่าวหา – ขั้นตอนการดำเนินคดี
  5. ผู้ที่ถูกทางการจีนหมายหัวไว้ อาจจะโดนตั้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม ได้รับการดำเนินคดีที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ทำงานด้านสังคม มนุษย์ธรรม สื่อมวลชน ฯลฯ

ดังนั้นหากจะเข้าใจความคิดของชาวฮ่องกงแล้ว คนไทยอย่างเราคงต้องนึกถึงตลอดเวลาที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตาม ร่างกฎหมายขึ้นมาสักฉบับ โดยอ้างว่า เพื่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งหลายครั้งก็เกิดข้อสงสัยว่า แท้จริงแล้ว กฎหมายเหล่านั้นร่างขึ้นเพื่อความมั่นคงของประเทศหรือของใครกันแน่

เหตุการณ์นี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร?

จากแนวโน้มในช่วงหลายวันที่ผ่านมาพบว่า ทางการฮ่องกงได้โอนอ่อนต่อกระแสคัดค้านที่เกิดขึ้น ในหลายๆ เรื่องด้วยกันตั้งแต่มีการเพิ่มข้อกำหนดในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยจะอนุญาตเฉพาะคดีที่มีความร้ายแรง และอัตราโทษสูงๆ เท่านั้น

ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการถอนกฎหมายดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่กลุ่มผู้ประท้วงเองก็ยังคงยึดมั่นในแนวทางเดิมคือ “ต้องยกเลิกกฎหมาย” ดังกล่าว และ ให้ แคร์รี่ แลม ลงจากตำแหน่ง

>> ผู้นำฮ่องกง ออกแถลงการณ์ขอโทษกลุ่มผู้ประท้วง

ดังนั้นสถานการณ์ของการประท้วงน่าจะยังคงดำเนินต่อเนื่องอีกหลายวัน จนกว่าจะมีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งในวันนี้ ทางการได้มีการปล่อยตัว โจซัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยคนสำคัญคนหนึ่งของฮ่องกงออกมาอีกด้วย และแทบจะทันทีที่ หว่อง ได้รับอิสระก็ได้ทวีตข้อความว่า

ดังนั้นสถานการณ์การประท้วงในฮ่องกง ก็ยังคงต้องติดตามกันต่อว่าเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้วจะจบลงเมื่อไหร่ อย่างไร และในอนาคต จีนจะเข้ามามีบทบาทในการเมืองอันเสรีของฮ่องกงได้หรือไม่

เป็นเรื่องที่น่าติดตามยิ่งนัก

‘บิ๊กป้อม’ สั่ง ตร.-ทหาร ลงตามกำกับวินมอเตอร์ไซด์ ดูแลให้ถูกต้องเป็นธรรม

ประเด็นน่าสนใจ

  • พล.อ.ประวิตร สั่งตำรวจ เร่งรัดติดตามความคืบหน้า เหตุวินมอเตอร์ไซค์ยกพวกตีกันย่านอุดมสุข
  • พร้อมกับชับ ตำรวจ-ทหาร ร่วมกันลงพื้นที่ จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซด์ รวมทั้งรถตู้สาธารณะในทุกพื้นที่ หวั่นเกิดปัญหาวินเถื่อน
  • ’บิ๊กป้อม’ ย้ำชัดประชาชนต้องได้รับความปลอดภัย

วันนี้ (17 มิ.ย.62) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กห. ได้สั่งการให้ ตำรวจ เร่งรัดติดตามความคืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทของวินมอเตอร์ไซด์ในพื้นที่ เขตอุดมสุข บางนา กทม. จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

โดยให้ติดตามบังคับใช้กฎหมายตามข้อเท็จจริงกับผู้กระทำผิดทั้งหมดโดยเร็ว พร้อมย้ำ ขอให้ตำรวจทุกพื้นที่ ให้ความสำคัญกับการกวาดล้างอาวุธเถื่อนและอาวุธสงคราม พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเข้ม ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับขอให้ทหาร สนับสนุนการทำงานร่วมกับ ตำรวจและกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามกำกับความต่อเนื่อง ของการจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซด์ รวมทั้งรถตู้สาธารณะในทุกพื้นที่ที่ผ่านมาไม่ให้เกิดปัญหาวินเถื่อน การวิ่งทับเส้นทาง หรือมีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการทำมาหากินอันสุจริตของผู้ประกอบการเดิม

โดยขอให้มุ่งเน้น ความสะดวกและปลอดภัยของประชาชน และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมเป็นหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเตือนการกระทำที่อาจเกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อสังคมให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบทันที

กกต. ส่งหนังสือชี้แจง “ไทรักธรรม” ยืนยันคำนวนถูกต้องแล้ว ส.ส.ไทรักธรรมพ้นจากตำแหน่ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • กกต. ส่งหนังสือชี้แจงพรรคไทรักธรรม ยืนยัน ผลการเป็นไปตามข้อกฎหมาย เนื่องจากตาม พ.ร.ป. เลือกตั้ง 61 ต้องใช้คะแนนรวมของทุกหน่วยมาคิดโควต้า ส.ส.

วันนี้ (17 มิ.ย.) กกต. ได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม หลังจากที่พรรคไทรักธรรมได้ขอให้มีการทบทวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ และให้มีการเพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2 ) ลงวันที่ 28 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมานั้น

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ชี้แจงว่า การประกาศผลการรวมคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง ที่ประกาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 พบว่า มีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตการเลือกตั้งบางแห่งไม่ได้นำผลคะแนนที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร มารวมด้วย จึงได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคะแนการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง

ย้ำ จำนวนคะแนนเปลี่ยน คิดโควต้า ส.ส. ใหม่

ภายหลังจึงได้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 349 เขต ตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. 2561 มาตรา 129 ประกอบมาตรา 128 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนรวมที่ใช้นำมาคำนวณโควต้าส.ส. คือ 3,957,620 คะแนน และได้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ครั้งที่ 1 ตามผลคะแนนในครั้งนั้น จำนวน 26 พรรคการเมือง และ พรรคไทรักธรรม ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1คน

ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนรวมที่ใช้มาคำนวณโควต้า ส.ส. คือ 3,959,358 คะแนน

ยืนยัน ส.ส.พรรคไทรักธรรมพ้นจากตำแหน่ง เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อนำมาคำนวนแล้ว จึงได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผลการคำนวณในครั้งนี้ ได้ 25 พรรค ส.ส. จำนวน 150 คน โดยพรรคไทรักธรรมไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อในครั้งนี้

จึงทำให้ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคไทรักธรรม พ้นจากตำแหน่ง ตามบทบัญญัติของกฎหมายเลือกตั้ง