พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2562

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2562

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ด้านตะวันตกของภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงมีฝนต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศวันนี้

ภาคเหนือ : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย
ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก : มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา และ ภูเก็ต

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

พบโลมาปากขวดเกยตื้น! ไม่สามารถปล่อยคืนสู่ทะเลได้ เนื่องจากคลื่นแรง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ช่วยโลมาปากขวดเกยตื้น
  • เจ้าหน้าที่ฯไม่สามารถปล่อยคืนสู่ทะเลได้เนื่องจากคลื่นแรง จึงประสานศูนย์วิจัยฯชายฝั่งพังงาส่งตัวไปดูแลต่อ

วันที่ 9 มิถุนายน 2562 อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบโลมาสภาพยังมีชีวิตเกยตื้นบริเวณหาดท้ายเหมือง จึงไปตรวจสอบพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น พบโลมาเกยตื้นอยู่บริเวณริมหาด บริเวณทางไปหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลป.3 (ปาง) พิกัด UTM 0415437E 0934817N ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง
สภาพมีชีวิต ขยับตัวดิ้นได้ ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นโลมาชนิดโลมาปากขวด มีแผลถลอกเล็กน้อย 2 แห่ง บริเวณปลายปากและครีบด้านบน และพบรอยแผลคล้ายมีดบาดบริเวณใต้ตาข้างขวา 1 แห่ง วัดขนาดตัวได้กว้าง 10 ซม. ยาว 180 ซม. เจ้าหน้าที่ฯได้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้นและพยุงพากลับสู่ทะเล แต่เนื่องจากสภาพคลื่นในทะเลมีกำลังแรงมาก โลมาจึงไม่สามารถว่ายออกจากฝั่งได้ และเริ่มหมดแรง

จึงได้ประสานศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ตและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา และได้นำโลมาไปส่งมอบให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาดูแลต่อไป

โพสต์โดย อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง Khao Lampi-Hat Thai Mueang NP เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2019

คนป่วยไข้เลือดออกพุ่ง!! พบผู้ป่วย 26,430 ราย เสียชีวิต 41 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ พบผู้ป่วย 26,430 ราย เสียชีวิต 41 ราย
  • ผู้ป่วยไข้เลือดออก หากได้รับเชื้อมาแล้วประมาณ 5 – 8 วัน จะมีไข้สูงลอย อุณหภูมิ 38.5 – 40.0 องศา ติดต่อกัน 2 – 7 วัน
  • ห้ามกินยาแอสไพรินหรือไอบูโปรเฟน จะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยแล้ว 26,430 ราย เสียชีวิต 41 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2562)  ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียน จึงขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและโรงเรียน เพื่อป้องกันบุตรหลานจากโรคไข้เลือดออก

และขอให้สังเกตอาการของตนเองและผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ยังไม่สามารถบอกอาการของตนเองได้ชัดเจน หากมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน แนะนำให้ไปโรงพยาบาล ซึ่งอาการไข้เลือดออกมีระดับความรุนแรงต่างกันออกไป ตั้งแต่อาการน้อยไปถึงรุนแรงมากแต่ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง ซึ่งแพทย์จะตรวจประเมินอาการผู้ป่วย

หากพบว่าอาการไม่รุนแรงอยู่ในระยะไข้ ยังรับประทานอาหาร ดื่มน้ำได้ แพทย์จะแนะนำการดูแลที่บ้านให้ญาติทราบ และวิธีสังเกตอาการที่ควรรีบมาพบแพทย์ โดยเฉพาะช่วงไข้ลด หากมีอาการซึมลง รับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ อ่อนเพลีย ปวดท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน กระวนกระวาย อาจเข้าสู่ระยะช็อค ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที  

ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อาการผู้ป่วยไข้เลือดออก หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 5 – 8 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงลอย อุณหภูมิ 38.5 – 40.0 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2 – 7 วัน อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก หน้าแดง ปวดศีรษะ บางรายอาจมีปวดท้อง อาเจียนมีจุดแดงเล็กตามแขน ขา ลําตัว หากมีอาการไข้สูง 2 วันไข้ไม่ลดขอให้รีบไปพบแพทย์ 

สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่แพทย์ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ควรดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำธรรมดา รับประทานอาหารอ่อนและกินยาตามแพทย์สั่ง ห้ามกินยาแอสไพรินหรือไอบูโปรเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น

โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 2-3 วันหลังจากไข้ลด หากผู้ป่วยมีเลือดกําเดาไหล อาเจียนเป็นเลือดและอุจจาระเป็นสีดํา หมดสติ ให้รีบนําส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดการเสียชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422