ช่อ พรรณิการ์ ขี้แจง ปมถูกขุดภาพรับปริญญา โยงเรื่องสถาบัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปรากฏภาพวันรับปริญญา ช่อ พรรณิการ์ ไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์
  • ช่อ พรรณิการ์ ยอมรับภาพวันรับปริญญาไม่เหมาะสม  และขอหยุดนำมาโจมตีทางการเมือง
  • ช่อ พรรณิการ์ อ้างภาพที่ปรากฏสะท้อนให้เห็นว่ามีคนบางกลุ่มดึงสถาบันลงมาเพื่อหวังผลทางการเมือง

วันที่ 9 มิ.ย. 2562 น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pannika Chor Wanich ชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏภาพงานรับปริญญาของเจ้าตัว ก่อนถูกนำไปโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และถูกโจมตีอย่างรุนแรง ว่า

ทำไมภาพนั้น “ไม่ควรมีคำบรรยาย” ?

เมื่อวานมีเพจเฟซบุ๊กที่ทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ให้แก่ คสช. กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์

ช่อขออธิบายดังนี้ว่า ตอนนั้นเป็นยุคหลังรัฐประหาร 2549 และมีกระแสการกล่าวหาผู้คนว่าไม่จงรักภักดีเกิดขึ้นไปทั่วทั้งในโลกอินเทอร์เน็ตและในโลกแห่งความเป็นจริง ช่อกับเพื่อนๆ เติบโตมาในบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองเช่นนี้

พวกเราในฐานะนักเรียนรัฐศาสตร์ ก็เฝ้าติดตามปรากฏการณ์เหล่านี้ด้วยความกังวลอย่างมาก บ่อยครั้งการนำเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้โจมตีทางการเมือง แบ่งฝักฝ่ายในหมู่ประชาชนให้เกลียดชังกัน หรือบานปลายไปถึงขั้นล่าแม่มดกัน ก็กลายเป็นความขื่นขันตลกร้าย

หลังรัฐประหาร 2549 เป็นเรื่องง่ายมากที่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และเป็นเรื่องง่ายมากที่จะจัดการใครให้ติดคุกเพียงมีคนชี้หน้าเขาว่าไม่จงรักภักดี

การสร้างความเกลียดชังแบบนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายในหัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่เติบโตมาในยุคหลังรัฐประหาร กระทั่งบางครั้งกลายเป็นสิ่งที่เรานำมาคุยล้อกันเพื่อสะท้อนความขื่นขันในโศกนาฏกรรมทางการเมืองของไทย

นี่คือ “ข้างหลังภาพ” ที่บอกว่า “ไม่ควรมีคำบรรยาย”

เราจะบรรยายอย่างไรได้บ้างในยุคสมัยที่วันหนึ่งอาจมีคนมาชี้หน้ากล่าวหาว่าคุณมันไม่จงรักภักดี และดังนั้น คุณต้องติดคุกหรือออกจากประเทศนี้ไป

ช่อยอมรับว่าภาพการประชดล้อเลียนกระแสความเกลียดชังจากการล่าแม่มดของนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก รวมถึงภาพๆ นี้ ดูไม่เหมาะสม และต้องขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนที่เห็นภาพนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ

แต่สิ่งที่ช่ออยากให้ทุกท่านตระหนักเช่นกัน คือสังคมการเมืองไทยกำลังทำให้คนหนุ่มสาวในรอบสิบกว่าปีมานี้เติบโตมาพร้อมคำถามมากมายกับการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายล้างกัน

ช่อและเพื่อนๆ เชื่อในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พวกเราอยากเห็นระบบรัฐสภาที่ยึดโยงกับเสียงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และมีสถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคง ไม่ใช่การเมืองที่แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้รัฐประหารและทำลายล้างคู่แข่งทางการเมืองกันบ่อยครั้ง

วันนี้ช่อไม่ใช่นิสิตแล้ว แต่เป็นนักการเมือง เวลาผ่านไปเกือบทศวรรษ ทว่าสภาพการเมืองไทยก็แทบไม่เปลี่ยนไปเลย

ขอร้องเถอะค่ะ ว่าอย่านำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาโจมตีกันทางการเมืองอีกเลย รวมถึงขอร้องให้ผู้ที่ตามขุดคุ้ยเพื่อนของช่อทุกคนในรูป ยุติการกระทำดังกล่าว อย่าให้พวกเขาเดือดร้อนเพียงเพราะเป็นเพื่อนของนักการเมืองคนหนึ่ง

คำขอร้องนี้ไม่ใช่เพื่อตัวช่อเอง แต่เพื่ออนาคตที่มั่นคงยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งหลายคนมักนำสถานะของสถาบันฯ มารับใช้ตัวเอง เพียงเพื่อหวังทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของตน โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนทางการเมืองที่ต้องสูญเสียไป

รองโฆษก พปชร. โพสต์สวน อนุทิน ปมต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ธนกร วังบุญคงชนะ โต้ อนุทิน ยันการตั้งรัฐมนตรีดูความเหมาะสม ไม่ใช่แลกกันไปมา
  • ธนกร วังบุญคงชนะ ลบข้อความออกจากเฟซบุ๊กแล้ว

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองว่า กระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา จบข่าว!!! ” และ “คมนาคม สาธารณสุข ท่องเที่ยว เปลี่ยนไม่ได้” จนทำให้เกิดกระแสข่าวการแลกเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรี ระหว่างแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล จนทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังของรัฐบาลชุดใหม่อยู่ในขณะนี้นั้น
ล่าสุดนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อตอบโต้นายอนุทิน ในเรื่องการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ของพรรคร่วมรัฐบาล ว่า การแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีนั้นดูความเหมาะสม ไม่ใช่เป็นที่ให้บริษัทเข้าไปหางาน จนเกิดเสียงนินทาขึ้นได้

1.กระทรวงมีไว้ให้ทำงานเพื่อประชาชน
ไม่ใช่มีไว้ให้เข้าไปหางานเพื่อบริษัท #ถูกต้องนะครับ !!

2.กระทรวงมีไว้ให้ทำงานเพื่อประชาชน และที่สำคัญ
ต้องไม่ใช่เก็บไว้ให้บริษัทเข้าไปหางาน #ถูกต้องนะครับ!!

3.กระทรวงมีไว้ให้ทำงานเพื่อประชาชน แลกเปลี่ยนได้..
ถ้าจะเอาไปเพื่อประโยชน์บริษัทใด #ถูกต้องนะครับ!!

4.ไม่ยอมแลก เก็บไว้ ทำงานให้ประชาชน หรือ หางานให้บริษัท #คนเขาสงสัย..
กระทรวงนี้ของข้าใครอย่าแตะ55

5. ไม่มีใคร…แลกอะไรกันไปมา มีแต่หาความเหมาะสม ไม่ให้คนเขานินทา ว่าเลือกกระทรวงให้บริษัท #ถูกต้องนะครับ

อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เผยว่า การตอบโต้จากฟากพลังประชารัฐครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพของรัฐบาลที่เกิดปัญหาขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำงาน ก่อนที่เวลาต่อมาไม่นาน นายธนกร ได้ลบข้อความดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊กทันที

ฝนถล่มกรุงเป็นเหตุ ทำต้นจามจุรี ในหลวง ร.9 ทรงปลูก โค่นลม ยกต้นขึ้นอีกไม่ได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ต้นจามจุรี ทรงปลูกของ ในหลวง ร.9 ที่ จุฬาฯ ล้มหลังเจอพายุฝนถล่ม
  • ต้นที่ล้ม เป็น 1 ใน 5 ต้น รากขาดทั้งหมด ไม่สามารถยกต้นขึ้นได้อีก
  • ทางมหาลัย ได้ทำการเพาะพันธุ์ต้นลูก ต้นหลาน ไว้รองรับแล้ว

วันนี้ (9 มิ.ย. 2562) เว็บไซต์ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการเผยแพร่ภาพและข้อความสุดเศร้าว่า ต้นจามจุรี 1 ใน 5 ต้น ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกพระราชทาน เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2505 บริเวณตรงข้ามลานจอดรถ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (แยกพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย) ได้มีการหักโค่นล้มลง เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.

หลังจากเผชิญกับเหตุพายุฝนลมแรงเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 มิ.ย.อย่างหนัก จนไม่สามารถช่วยเหลือให้กลับฟื้นมีชีวิตอีกครั้งได้ หลังจากตรวจสอบพบว่ารากของต้นขาดเสียหายทั้งหมด ไม่สามารถยกต้นขึ้นได้อีก ทางมหาวิทยาลัยจึงได้เคลื่อนย้ายลำต้นอย่างระมัดระวังไปเก็บรักษาไว้เพื่อนำมาทำเป็นอนุสรณ์วัตถุในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทางมหาวิทยาลัยจะออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ต้นไม้ทรงปลูกล้มครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยคิดไว้ก่อนแล้ว

เพราะวันใดวันหนึ้งต้องเกิดขึ้นตามอายุขัยของต้นไม้และสภาวะตามธรรมชาติ จึงได้แก้ปัญหาด้วยการ เพาะพันธุ์ต้นลูก ต้นหลานจากต้นที่ทรงปลูกไว้แล้วในอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ เพื่อสืบทอดพระราชปณิธานต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tawatchai Charinpanitkul ได้มีการแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามอายุขัยของต้นไม้และสภาวะตามธรรมชาติ และมีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว