ส่องความน่ารัก ! รุ่นพี่ ม.3 สละตักให้น้อง ป.1 หนุน หลังหลับขณะซ้อมไหว้ครู

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปน่ารักรุ่นพี่ ม.3 ใช้ตักเป็นหมอนให้น้อง ม. 1 หนุน
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ระหว่างพิธีซ้อมไหว้ครู
  • คนแห่แชร์พร้อมยกให้เป็นคลิปน่ารักสุดอบอุ่น

วันที่ 9 มิ.ย.2562 โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปน่ารักสุดประทับใจ เมื่อมีรุ่นพี่หนุ่ม ม.3 รายหนึ่งสละตักของตัวเองเป็นหมอนให้น้อง ป.1 ใช้หนุน หลังเกิดหลับระหว่างร่วมกิจกรรมซ้อมพิธีไหว้ครู

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kullathida Kaewphimpha ที่ได้ให้เห็นภาพจังหวะที่ครูเข้ามาปลุก ด.ช. คนหนึ่งให้ตื่น หลังจากนอนหนุนตักรุ่นพี่คนหนึ่งจนพิธีซ้อมไหว้ครูเลิก โดยรุ่นน้องคนดังกล่าวก็ทำหน้า งงๆ หลังถูกปลุก ก่อนที่เขาจะยกมือไหว้เพื่อขอบคุณรุ่นพี่ ในการยกตักให้เป็นหมอนในครั้งนี้ จากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวจะมีข้อความระบุว่า

“น้อง ป.1 หลับขณะที่กำลังฝึกซ้อมกิจกรรมวันไหว้ครู พี่ ม.3 ที่นั่งข้างๆ ก็เอาตักตัวเองมาเป็นหมอนให้น้องนอน จนเลิกซ้อม ความน่ารักของพี่และความมึนงงของน้อง พี่แฝดคนเดิม”

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้สร้างความอิ่มใจให้กับผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคลิปนี้น่ารัก และยกให้เป็นคลิปสุดอบอุ่นที่เกิดขึ้นในโรงเรียน

กรมควบคุมโรค เตือนระวังโรคชิคุนกุนยา พบผู้ป่วยภาคใต้มากที่สุด

กรมควบคุมโรค เตือน ระวังโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ ชิคุนกุนยา เร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคจากยุงลาย

กรมควบคุมโรค ระบุว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ โรคชิคุนกุนยาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 5 มิ.ย. 2562 พบผู้ป่วยแล้ว 3,592 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-24 ปี และกลุ่มอายุ 35-44 ปี ตามลำดับ

โดยภาคใต้เป็นภาคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดถึง 3,500 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.4 ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 29 พ.ค.–5 มิ.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 86 ราย และมีแนวโน้มพบมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นฤดูที่เหมาะสมต่อการเพาะพันธุ์ของยุงลาย ที่นอกจากจะเป็นพาหะโรคไข้ปวดข้อยุงลายแล้ว ยังเป็นพาหะโรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อไวรัสซิก้าอีกด้วย

โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายสวนและยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค พบได้ทุกกลุ่มอายุ จะมีอาการคล้ายไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก

หากประชาชนมีอาการไข้ ผื่น ปวดข้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ภาคใต้ในช่วง 14 วันก่อนป่วย ขอให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย กรมควบคุมโรค จึงขอให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ในทุกพื้นที่ ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และใช้มาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ

  • เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำและเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันดอกไม้ทุกสัปดาห์
  • เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำต้องปิดฝามิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่

นอกจากนี้ขอให้ป้องกันการถูกยุงกัด โดยทายากันยุง นอนในมุ้ง ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิก้า และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากมีอาการดังกล่าวข้างต้นขอให้รีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเอง สอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

หมวดเจี๊ยบ ซัด พรรคการเมืองแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลอย่างมูมมาม

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐเดินหน้าทวงเก้าอี้ รมว.คมนาคม รมวพาณชิย์ และ รมวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คืน
  • ประชาธิปัตย์ ยืนยันยึดตามโควตาเดิมคือ รมว.พาณิชย์​ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • อนุทิน โพสต์เดือด กระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นว่า คมนาคม สาธารณสุข ท่องเที่ยว เปลี่ยนไม่ได้
  • ร.ท.หญิง สุณิสา โพสต์แรง พรรคการเมืองแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลอย่างมูมมาม ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของกติกาการเลือกตั้งที่ออกแบบโดยรัฐธรรมนูญปี 60

หมวดเจี๊ยบ ซัด พรรคการเมืองแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลอย่างมูมมาม สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพ และความล้มเหลวของกติกาการเลือกตั้งที่ออกแบบโดยรัฐธรรมนูญปี 60

ในช่วงก่อนและหลังการประชุมรัฐสภาฯ เพื่อลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ได้มีกระแสข่าวกรณีการดีลจัดตั้งรัฐบาลโดยมีตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ มาเป็นข้อเสนอ ก่อนที่จะมีข่าวสะพัดออกมาว่าพรรคพลังประชารัฐเดินหน้าต่อรองทวงเก้าอี้รัฐมนตรีคืน

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยืนยันยึดตามโควตาเดิมที่ได้หารือไว้คือ รมว.พาณิชย์​ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

อีกทั้งเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอย่างดุเดือดว่า “กระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา จบข่าว” และต่อมานายอนุทินได้ตอบคำถามในโพสต์ดังกล่าวว่า “คมนาคม สาสุข ท่องเที่ยวครับ เปลี่ยนไม่ได้” ส่งผลให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

ล่าสุดวันที่ 9 มิ.ย. 2562 ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง หรือ หมวดเจี๊ยบ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีความไม่ลงตัวของการจัดตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงๆ โดยมองว่าระบบรัฐบาลผสมจะสามารถบริหารประเทศอย่างเป็นเอกภาพได้อย่างไร ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของกติกาการเลือกตั้ง อีกทั้งยังมองว่าการเมืองจะกลายเป็นเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ ทั้งนี้ข้อความระบุว่า

ภาพการยื้อแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างมูมมามในขณะนี้ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของกติกาการเลือกตั้งที่ออกแบบโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งทำให้ผลการเลือกตั้งบิดเบี้ยวจนเกิดระบบรัฐบาลผสมเกือบ 20 พรรค จะบริหารประเทศอย่างเป็นเอกภาพอย่าง ทั้งยังสะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองโดยยังไม่ต้องดูหน้าตา ค.ร.ม. ด้วยซ้ำ

และเป็นลางร้ายว่าการเมืองจะกลายเป็นเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ เพราะรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ จึงต้องง้อพรรคเล็กพรรคน้อยเพื่อแลกกับการยกมือสนับสนุนในสภาฯ ซึ่งจะเป็นช่องทางหากินของนักการเมืองที่ไม่ดีและใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา

จะเห็นว่าสวนดุสิตโพลล่าสุดระบุว่า คนไทย ร้อยละ 72.2 มองการแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลว่าเป็นการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพราะเป็นกระทรวงที่มีงบประมาณมาก ไม่ได้มองว่าเป็นการแย่งกระทรวงกันทำงานแต่อย่างใด

สาเหตุที่ทำให้ระบบการเมืองไทยอ่อนแอในขณะนี้มีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญ ทางแก้คือต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ใช่แก้แค่เพียงบางมาตรา เพราะมีการหมกเม็ดกลไกสืบทอดอำนาจเผด็จ และมีการวางโครงสร้างทางอำนาจแบบผิดๆ อย่างเป็นระบบ จึงต้องวางโครงสร้างทางการเมืองกันใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง

แต่ประชาชนที่เห็นพิษภัยของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยสร้างแรงกดดันทางสังคมนอกสภาฯ ด้วยอีกทางหนึ่ง เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่ารอให้นักการเมืองแก้ฝ่ายเดียว

เพราะต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองบางพรรคที่ได้ประโยชน์จากกติกาการเลือกตั้งบิดเบี้ยวแบบนี้ ก็คงไม่อยากเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ไม่หวังชัยขนะในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แต่ก็ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ทั้งที่รู้ตัวว่าจะแพ้ เพราะถึงจะแพ้ก็ยังเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อได้

จะเห็นว่านี่เป็นกติกาเลือกตั้งที่ประชาชนเสียประโยชน์ แต่นักการเมืองบางพรรคได้ประโยชน์ ซึ่งคนที่ได้เป็น ส.ส. เพราะรัฐธรรมนูญแบบนี้ย่อมไม่ดิ้นรนที่จะเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง ทั้งที่กติกาแบบนี้ทำให้เจตจำนงค์ในการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชนถูกบิดเบือนและผิดเพี้ยนไปจากความต้องการที่แท้จริง ทั้งยังทำให้ระบบการเมืองอ่อนแอ และทำลายความเข้มแข็งของระบบรัฐสภา

หากประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็ต้องมีส่วนร่วมโดยการสร้างแรงกดดันทางสังคมและต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อยกระดับให้เป็นประเด็นสาธารณะ ไม่อย่างนั้นระบอบรัฐประหารจะหลอกหลอนประเทศไทยไปจนชั่วลูกชั่วหลาน