ชายชาวรัสเซียถูกหมีคาบไปซุกถ้ำนานนับเดือน ‘รอดปาฏิหาริย์’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชายชาวรัสเซียได้รับการช่วยเหลือจากถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมี หลังจากชายดังกล่าวถูกหมีทำร้ายอาการสาหัส และทิ้งเขาไว้ในถ้ำนานกว่า 1 เดือน
  • ชายคนนี้ได้รับความช่วยเหลือหลังนายพรานคนหนึ่งไปพบเข้า
  • ร่างกายของเขาบอบช้ำอย่างหนัก จนมีลักษณะคล้ายกับซากศพ

วันที่ 26 มิ.ย. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีชายชาวรัสเซียได้รับการช่วยเหลือจากถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของหมี หลังจากชายดังกล่าวถูกหมีทำร้ายจนหลังหัก และทิ้งเขาไว้ในถ้ำนานกว่า 1 เดือน โดยรายงานระบุว่า หมีลากเขามาซุกในถ้ำ เพื่อที่จะกลับมากินเนื้อของเขาในภายหลัง

ทั้งนี้รายงานระบุว่าชายคนนี้มีชื่อว่าอเล็กซานเดอร์ ถูกค้นพบในสถาพคล้ายซากศพ หลังจากฝูงสุนัขล่าสัตว์ของกลุ่มพรานที่ออกล่าในภูมิภาคตูวา ในพื้นที่ไซบีเรียของของรัสเซียใกล้กับชายแดนประเทศมองโกเลียไปพบเข้า ซึ่งขณะนั้นกลุ่มพรานล่าสัตว์กับฝูงสุนัขเดินผ่านถ้ำ พวกสุนัขก็กรูกันวิ่งเข้าไปแต่พอถึงจุดนึงกลับไม่กล้าวิ่งต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายพรานได้เข้าไปสำรวจภายในถ้ำ และพบร่างที่คล้ายซากศพของมนุษย์ ซึ่งในตอนแรกเหล่านายพรานคิดว่าร่างดังกล่าว เป็นซากมัมมี่ เนื่องจากมีลักษณะแห้งกรัง แต่หลังจากนั้นก็พบว่า ร่างดังกล่าวยังมีชีวิต ทำให้ความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำแห่งนี้

รายงานชี้ว่า ร่างการของอเล็กซานเดอร์บอบช้ำหนัก และเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดที่แห้งกรัง ร่างกายกลายเป็นสีขาวซีด ซึ่งน่าจะเกิดจากการอยู่ในที่มืดนาน ๆ ผิวหนังบางส่วนเน่าและอาการบาดเจ็บหลายจุด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานาการล่าสุดของอเล็กซานเดอร์ ทราบแต่เพียงว่าเขายังคงได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

ก.กลาโหมเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนเดือนหน้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • การจัดประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM) ที่กระทรวงกลาโหมของไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดงานในระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคมนี้
  • การประชุมครั้งนี้ กำหนดนโยบายให้ประเทศสมาชิก 10 ประเทศก้าวไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองสู่อนาคต ภายใต้แนวคิด ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกลยั่งยืน

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในการประชุมสภากลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ เตรียมความพร้อมการจัดประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM) ที่กระทรวงกลาโหมของไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคมนี้ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ ฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในทุกด้าน ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการประชุม โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยผู้นำและผู้แทนประเทศ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการกำหนดนโยบายให้ประเทศสมาชิก 10 ประเทศก้าวไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมองสู่อนาคต ภายใต้แนวคิด ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกลยั่งยืน เป็นก้าวสำคัญของการยกระดับความร่วมมือในด้านทางทหารของอาเซียน และจะมีการรับรองเอกสารว่าด้วยแนวคิดใหม่ 4 ฉบับ ประกอบด้วย

ทั้งนี้แนวคิดในการประเมินผลการปฎิบัติการริเริ่มกรอบอาเซียน ตามนโยบายด้านความมั่นคงของภูมิภาคที่ทันสมัย และสภาพแวดล้อม  แนวคิดบทบาทของฝ่ายทหารอาเซียนบริหารจัดการชายแดน แนวคิดขยายโครงสร้างการศึกษาโดยตรง หรือฮอตไลน์อาเซียนพลัส ร่วมกับอีก 8 ประเทศคู่เจรจา และแนวคิดแพทย์ทหารอาเซียน เสนอโดยกัมพูชาเพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางการแพทย์ พร้อมกันนี้ จะมีการลงในร่างปฎิญญาว่าด้วยความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งไทยได้ส่งเสริมการตระหนักรู้ต่อการประมง หรือไอยูยู จะเป็นการรับทราบแนวทางต่างๆ ในบทบาทของทหารเข้ามาแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงการประชุม ADMM ที่ผ่านมา ว่าเป็นเวทีหารือแลกเปลี่ยนความเห็นในความร่วมมือ เพื่อความเชื่อมั่นการและไว้ใจร่วมมือบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็ง แต่ประเด็นที่ยังกังวลอยู่ คือการก่อการร้าย การใช้ความรุนแรงแบบสุดโต่ง ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาเซียนต้องเตรียมการรับมือไว้ในทุกรูปแบบ

จาตุรนต์ จัดหนัก “นายกฯ สองคนในเวลาเดียวกัน”

วันนี้ (26 มิ.ย.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ได้ทวีตข้อความถามถึงประเด็นของการประชุมสภาในวันนี้ โดยให้ความเห็นถึงการตรวจสอบรัฐบาลว่า ถ้าสภาไม่มีอำนาจการตรวจสอบการทำงานของ คสช. เข้าใจได้ แต่รัฐสภาวันนี้ สามารถดำเนินการตรวจสอบหรือตั้งกระทู้ถามนายกฯ ได้หรือไม่

เนื่องจากนายจาตุรนต์ ตั้งข้อสังเกตว่า สถานะของนายกฯ แม้ว่ามีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการทูลเกล้าเสนอรายชื่อ ครม. ซึ่งกลายเป็น ครม.ใหม่ ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ครม.เก่า ก็ยังคงรักษาการอยู่ และตั้งคำถามว่า เงินเดือนนายกฯ ในวันนี้ เป็นนายกฯ ของเมื่อวันที่ 24 สค. 57 หรือ ที่แต่งตั้งเมื่อ 9 มิย. 62 หรือทั้งสองตำแหน่ง กันแน่ ก่อนปิดท้ายว่า #มีเลือกตั้งแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตย

สภาไม่มีอำนาจตรวจสอบการทำงานของคสช.นี่พอเข้าใจ ก็ระบบเผด็จการไง แต่ถามหน่อยครับว่าสภาผู้แทนวันนี้สามารถตั้งกระทู้ถามนายกฯได้หรือไม่ #นายกฯสองคนในเวลาเดียวกัน

นายกฯและครม.ปัจจุบันไม่มีความรับผิด (accountability) ต่อรัฐสภา ส่วนนายกฯคนใหม่ยังไม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ สภาก็เลยตรวจสอบใครไม่ได้ ! #รัฐบาลเหนือการตรวจสอบ

ความจริงคงไม่ได้ติดภารกิจสำคัญอะไรหรอก ครม.ชุดนี้เขาไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภานี้ไว้ เขาไม่มีความรับผิดอะไรต่อสภานี้ เขาจึงไม่มา มาก็จะตอบคำถามยากๆไม่ได้

ทั้งตามประเพณีปฏิบัติและตามระบบกฎหมายของไทยตลอดมา รัฐบาลวันนี้ต้องเป็นรัฐบาลรักษาการ ส่วนนายกฯใหม่ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนให้ครม.เดิมยังเป็นครม.อยู่โดยสมบูรณ์ ชั่วแต่ว่าไม่รู้สภาจะตรวจสอบกันยังไง ซึ่งก็คือตรวจสอบไม่ได้

ก่อนหน้านี้ท่านก็กำชับให้สส.ฝ่ายรัฐบาลอย่าขาดประชุม กลัวกฎหมายไม่ผ่าน ล่าสุดท่านก็เป็นห่วงรัฐบาลปริ่มน้ำ แล้วก็อวดอ้างกันนักหนาว่าท่านเป็นกลาง

มีคำถามเล็กๆที่อาจบอกอะไรอยู่พอสมควรเกี่ยวกับการควบ 2 ตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์ คำถามคือสิ้นเดือนนี้ พลเอกประยุทธ์จะรับเงินเดือนเต็มทั้งเดือน หรือจะรับเงินเดือน 22 วัน หรือจะรับ 1 เดือน + 22 วัน อ่านคำถามนี้แล้วอย่างเพิ่งงงกันนะครับ

ขยายความคำถามเกี่ยวกับการควบสองตำแหน่ง พลเอกประยุทธ์จะรับเงินเดือนนายกฯที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 24 สค. 57 หรือ ที่แต่งตั้งเมื่อ 9 มิย. 62 หรือทั้งสองตำแหน่งครับ ระบบเอกสารของทำเนียบจะทำกันอย่างไรครับ ที่ผมถามเรื่องเงินเดือนพลเอกประยุทธ์ ไม่ใช่จะจับผิดเล็กๆน้อยๆ แต่กำลังจะบอกว่าไม่ถูกต้องที่พลเอกประยุทธ์ควบสองตำแหน่งและยังทำงานเต็มที่โดยไม่ถูกตรวจสอบ ที่ถูกแล้วควรปฏิบัติตัวเป็นนายกฯรักษาการมานานแล้วหรือไม่ก็ลาออกไปก่อน

สังคมไทยจะได้เรียนรู้กันคราวนี้ว่า ถึงแม้มีเลือกตั้งมาแล้ว มีสภาแล้ว แต่ก็ยังมีรัฐบาลที่ทำหน้าที่ได้ตามใจชอบโดยสภาตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย นี่ไงครับ #มีเลือกตั้งแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตย

หลังจากผ่านการเลือกตั้งมาหลายเดือนและเห็นความเลอะเทอะในการ#ตั้งรัฐบาล สังคมไทยจึงเริ่มรู้ถึงความเลวร้ายของกติกาที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พิสูจน์ว่าตอนลงประชามติคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญมีเนื้อหาอย่างไรจริงๆ ที่เป็นอย่างนี้เพราะประชาชนไทยถูกโกงตั้งแต่ตอนลงประชามติ

จาตุรนต์ ฉายแสง