ร้องดีเอสไอ.ปมแชร์ลูกโซ่-บัตรพลังงาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้เสียหายแชร์ลูกโซ์ OD capital(โอดี.แคปปิตอล) เกือบ 100 คน มายื่นหนังสือให้รับเป็นคดีพิเศษ และทวงถามความคืบหน้าคดีบัตรพลังงาน
  • เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะนำเรื่องของแชร์ โอดี.แคปปิตอลนั้นไปประชุมว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนคดีบัตรพลังงานตั้งคณะทำงานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว
  • มีการเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายดำเนินคดีแชร์ให้ทันสมัยทันยุค มากขึ้นเพื่อนำไปต่อสู้กับขบวนการโกงประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 26 มิ.ย. 2562 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ.) ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายสามารถ เจนชัยจิตรนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.เขต 2 พิจิตร พรรคพลังประชารัฐ และผู้เสียหายแชร์ลูกโซ์ OD capital(โอดี.แคปปิตอล) เกือบ 100 คน มายื่นหนังสือให้รับเป็นคดีพิเศษ และทวงถามความคืบหน้าคดีบัตรพลังงาน โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ. และ พ.ต.ท.อานนท์ อุณทริจันทร์ รักษาราชการแทน ผอ.กองคดีธุรกิจและธุรกรรมการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ.เป็นผู้แทนรับหนังสือร้องเรียน

นายสามารถ กล่าวว่า คดีแชร์โอดี.แคปปิตอล ผู้เสียหายเคยไปร้องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เลยมาร้องเรียนให้ ดีเอสไอ.รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลกว่าหมื่นล้านบาท นอกจากนี้มาทวงถามความคืบหน้าที่ร้องให้ตรวจสอบคดีบัตรพลังงานด้วย ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ อีกทั้งสำนักงานปรมณูเพื่อสันตินำบัตรไปตรวจพบสารกัมมันตรังเป็นอันตรายสูงมาก

“โดยเวลา 13.00 น.ที่สถาบันพระปกเกล้า ชั้น 5 ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุม ร่างกฏหมายปราบปรามแชร์ลูกโซ่ ฉบับใหม่ ที่จะให้ภาคประชาชนเข้าชื่อผู้ริเรื่ม โดยตน และส.ส.อีก 2 ท่าน จะเข้าร่วมประชุมจะเข้าร่วมประชุมหารือให้กฎหมายแชร์ลูกโซ่ดังกล่าวเกิดขึ้นด้วย” นายสามารถ กล่าว

นายศาสตรา เผยว่า มาทวงถามคดีบัตรพลังงานที่มาร้องเรียน ดีเอสไอ.ก่อนหน้านี้ โดยบัตรพลังงานดังกล่าวมีบริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ท เวิร์ด จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นผู้ขายให้ประชาชน มีพฤติกรรมเปิดๆปิดๆบริษัทเป็นช่วงเวลา คล้ายเป็นการนัดประชุมสัมมนามีแม่ข่าย และลูกขาย คล้ายแชร์ลูกโซ่ ส่วนใหญ่แล้วจะไปหลอกผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และมหาสารคาม เป็นส่วนใหญ่ ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ยังไม่มีประชาชนมาแจ้งความว่าถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงานดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.อานนท์ ระบุว่า พฤติการณ์ของบริษัทที่ขายบัตรพลังงานนั้นมีการจำหน่ายบัตรและแม่ทีมให้การหาสมาชิก ต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายแขร์ลูกโซ่หรือไม่ ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ท้องที่ในการตรวจสอบ ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และพบมีความผิดจริงมีข้อหาฉ้อโกงประชาชน และโฆษณาเกินเจริง ทาง ดีเอสไอ.จะประสานการทำงานร่วมกับตำรวจ รวมถึงได้ฝากเตือนประชาชนที่หลงเขื่อเป็นเหยื่อให้เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า จะนำเรื่องของแชร์ โอดี.แคปปิตอลนั้นไปประชุมว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนคดีบัตรพลังงานตั้งคณะทำงานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

ต่อมาเวลา 13.00 น.ที่สถาบันพระปกเกล้า ชั้น 5 ศูนย์ราชการ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุม ร่างกฏหมายปราบปรามแชร์ลูกโซ่ฉบับใหม่ ให้ภาคประชาชนเข้าชื่อผู้ริเรื่ม ร่วมประชุมจะเข้าร่วมประชุมหารือให้กฎหมายแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้น

ด้านนายกอบศักดิ์ เผยว่า ที่ผ่านมาในอดีตมีประชาชนถูกโกงจากแชร์ต่างๆ อาทิ แชร์แม่ชม้อย แชร์โชกุน แชร์น้ำมันตะเกียง ชาวบ้านที่โดนโกงเจ็บปวด ตนเข้าใจความทุกข์ยาก ชาวบ้านไปร้องตำรวจ สำนักอัยการ กระทรวงต่างๆ และดีเอสไอ.แต่ทุกหน่วยก็ดำเนินการอะไรมากไม่ได้เพราะติดปัญหาด้านกฎหมาย เพราะกฎหมายดำเนินคดีคดีโกงแชร์ต่างๆมันล้าหลัง ตั้งแต่สมัยแชร์แม่ชม้อย 20-30 ปี ที่แล้ว ฉะนั้นต้องต้องมีการปรับปรุงกฎหมายดำเนินคดีแชร์ให้ทันสมัยทันยุค มากขึ้นเพื่อนำไปต่อสู้กับขบวนการโกงประชาชน พร้อมมีการตั้งกองทุนบรรเทาความเดือนร้อนของเหยื่อแชร์ต่างๆด้วย

ราชาเฟอรี่ฯ ปรับตัวรับมือนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลังกำลังซื้อในประเทศและนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ฯ จึงเตรียมขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเจาะกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนทดแทน
  • นอกจากนี้ยังเตรียมร่วมทุนเมียนมาให้บริการสายการบิน พร้อมทุ่ม 100 ล้านบาทขยายท่าเทียบเรือเพิ่มแก้ปัญหาคอขวด

นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ยังชะลอตัวอยู่ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ลดลง ประกอบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักอย่างจีนและรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักชะลอตัวลง ทำให้บริษัทเตรียมขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยจะหันมาจับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซียและสิงคโปร์มาทดแทน

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ขยายเส้นทางการท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มเติม และขยายธุรกิจเดินทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวทั้งจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของบริษัทในภาคใต้ให้เชื่อมโยงเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้าน

“ล่าสุดบริษัทได้ทำสัญญาร่วมลงทุนกับสายการบินในประเทศเมียนมา เพื่อให้บริการจอง/จำหน่ายตั๋วเครื่องบินสายการบิน ในอนาคตยังมีแผนเข้าไปเปิดให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่ในต่างประเทศ รวมทั้งอยู่ระหว่างศึกษาเส้นทางที่เป็นไปได้ในการเปิดให้บริการเดินรถเส้นทางด่านสิงขร หากด่านสิงขรเปิดเป็นด่านถาวรเมื่อไหร่ น่าจะมีความชัดเจนขึ้น” นายอภิชาติ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มกองเรือจากปัจจุบันมีกองเรือทั้งหมด 15 ลำ พร้อมทั้งเตรียมลงทุนมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือที่ 4-5 เพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการให้บริการและยังเป็นการเตรียมพร้อมรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอใบอนุญาต ซึ่งหลังจากได้รับใบอนุญาตจะสามารถก่อสร้างได้ทันที คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 1 ปี

ทั้งนี้ ยังได้เตรียมขอภาครัฐปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารขึ้นตามภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งบริษัทมีการลงทุนเพิ่มเรือจำนวน 3 ลำ ลงทุนท่าเทียบเรือที่เกาะสมุย และลงทุนส่วนกลาง นอกจากนี้ค่าแรงที่ปรับตัวขึ้น คาดว่าจะอยู่ประมาณ 20% ตามต้นทุนเนื่องจากได้ตรึงราคามาจากปี 2552

สำหรับทิศทางผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/2562 คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับจากไตรมาส 1/2562 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นธุรกิจ แต่อย่างไรก็ดีบริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตของรายได้ปีนี้ ไว้ที่ 5-10% จากปีก่อน 750.43 ล้านบาท

มติ ก.ตร. ถอดถอนชื่อ บิ๊กโจ๊ก พ้นอนุกรรมการแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ฮือฮาชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล โผล่ในคณะอนุกรรมก.ตร. ทั้งๆถูกปลดจากการทำหน้าที่ตำรวจ
  • เกิดข่าวลือว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะกลับมาทำหน้าที่ที่ สตช. อีกครั้ง
  • พล.อ.ประวิตร เผยเรื่องดังกล่าวเป็นคำสั่งเก่า ที่มีการใส่ชื่อก่อนถูก คสช. สั่งปลด
  • ที่ประชุม ก.ตร. มีมติให้ถอดถอนชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากคณะอนุกรรมก.ตร.
  • ให้ตั้งพ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 มาปฏิบัติหน้าที่อนุกรรมการ ก.ตร. แทน

จากกรณีที่วันนี้ (26 มิ.ย. 2562) ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ

เนื่องจากถูก คสช. มีคำสั่งตามมาตรา 44 สั่งปลดให้พ้นหน้าที่ตำรวจ ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีชื่อปรากฏเข้าทำหน้าที่ในอนุกรรมการดังกล่าวได้อยู่

จนทำให้เกิดความสงสัยว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อาจได้กลับเข้ามาทำหน้าที่เป็นข้าราชการตำรวจอีก ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลข้าราชการตำรวจ ได้เผยว่า

เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทราบว่าเป็นคำสั่งเก่าที่มีการแต่งตั้งไว้ก่อนหน้าที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะถูกปลดพ้นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาเป็นข้าราชการพลเรือน นั้น

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธาน เพื่อพิจารณาในเรื่องที่เกิดขึ้น ได้มีการเปิดเผยว่า ที่ประชุม ได้มีมติให้ถอดถอนชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกจากอนุกรรมการ ก.ตร.แล้ว

โดยให้เหตุผลว่าอาจไม่มีเวลามาประชุม เนื่องจากดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 มาปฏิบัติหน้าที่อนุกรรมการ ก.ตร. แทน พล.ต.ท.สุรเชษ หักพาลด้วย