สถานการณ์ราคาน้ำมันวันนี้ (21 มิ.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐ – อิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น
  • กระทรวงพลังงานกำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (21 มิ.ย.) สถานการณ์น้ำมันดิบ ยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับ อิหร่าน หลังจากที่อิหร่านได้ยิงเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ ตกเมื่อวันก่อน

ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นอีกเกือบ 3 ดอลล่าห์สหรัฐ จากเหตุการณ์นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก

กระทรวงพลังงานฯ เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากสถานการณ์ต่างๆ ทางกระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมในการสำรองพลังงานรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยมีปริมาณน้ำมันสำรองสามารถใช้ได้ในประเทศราว 49 วัน ซึ่งเพียงพอสำหรับการป้องกันการขาดแคลนในระยะสั้นๆ หากเกิดวิกฤต

โดยภาพรวมปริมาณน้ำมันสำรอง วันนี้

  • น้ำมันดิบ (สำรอง) คงเหลือ 3,222 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 26 วัน
  • น้ำมันดิบ (อยู่ในระหว่างขนส่ง) 1087 ล้านลิตร ใช้ได้ 9 วัน
  • น้ำมันสำเร็จรูป (เบนซิล-ดีเซล-อากาศยาน) 1647 ล้านลิตร ใช้ได้ 14 วัน

ราคาน้ำมันวันนี้

สำหรับราคาน้ำมันสำเร็จรูปขายปลีกของปตท. ในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑลวันนี้

  • เบนซิน 95 ลิตรละ 34.46 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 26.78 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 27.05 บาท
  • แก๊สโซฮอล์ อี20 ลิตรละ 24.04 บาท
  • แก๊สโซออล์ อี85 ลิตรละ 19.62 บาท
  • UltraForce Diesel ลิตรละ 25.79 บาท

อัจฉริยะ ประกาศเตรียมแฉทุจริต ตร.ภูธรภาค 1

อัจฉริยะ ไม่เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ ขณะที่ประกาศเตรียมแฉทุจริต ตร.ภูธรภาค 1

จากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้เข้าแจ้งความ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ข้อหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ แล้วร่วมกันสร้างพยานหลักฐานเท็จ จากกรณีให้ตำรวจ สภ.บางปะอิน คัดลอกสำเนาทะเบียนราษฎร์ของภรรยานายเศรษฐ์ เดชสุภา ลูกเพจ Red Skull

โดยในวันที่ พนักงานสอบสวนสภ.บางปะอิน ได้ออกหมายเรียก พ.ต.ท.เรืองยศ เกษรบัว และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์
มารับทราบข้อกล่าว เวลา 10.00 น. แต่ปรากฎว่านายอัจฉริยะไม่มาตามนัด เจ้าหน้าที่จึงมีการพิจารณาขอหมายจับจากศาล เพื่อนำตัวนายอัจฉริยะฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ล่าสุด เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้มีความเคลื่อนไหวโดยโพสต์ข้อความระบุว่า “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเตรียมเปิดโปงกระบวนการทุจริตของตำรวจภูธรภาค 1 (เมืองโบราณ) เร็วๆ นี้ รับรองเลยว่าสะเทือนทั้งประเทศแน่นอน รูปประกอบข้างล่างนี้เป็นของจริง ลองพิจารณากันเอง”

สรรพสามิต จัดชุดใหญ่ ชงขึ้นภาษีเบียร์ 0%, อาหารเค็ม-มัน, บุหรี่ไฟฟ้า, กัญชา, แบตเตอรี่

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ เก็บภาษีสินค้ารายการใหม่หลายรายการ ทั้งเบียร์ 0%, อาหารเค็ม-มัน, บุหรี่ไฟฟ้า, กัญชา, แบตเตอรี่
  • สำหรับเบียร์ 0% เตรียมเสนอเปิดพิกัดภาษีใหม่ เนื่องจากปัจจุบันเก็บในอัตราต่ำเท่าน้ำอัดลม และเก็บเหมือนเบียร์ทั่วไปไม่ได้ และเป็นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่
  • ส่วนกองทุนแบตเตอรี่นั้น ต้องการให้มีแผนจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วสำหรับรถยนต์ไฮบริดจ์และ EV หากไม่ทำตามแผนจะถูกเรียกเงินเก็บเข้ากองทุนสูงสุด 1 ล้านบาทต่อแบตเตอรรี่ 1 ลูก

กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอแผนการจัดเก็บภาษีรายการสินค้าใหม่ให้รัฐบาลใหม่พิจารณา เพื่อความชัดเจนและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากที่ผ่านมากรมฯ ได้ผลักดันการเก็บภาษีสรรพสามิตสำเร็จไปหลายเรื่องแล้ว

โดยแผนเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้ารายการใหม่ ประกอบด้วย

  • ภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ หรือเบียร์ 0%
  • ภาษีสรรพสามิตกัญชา
  • ภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไฟฟ้า
  • ภาษีความเค็มและความมันในอาหาร
  • การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารจัดการแบตเตอรี่

สำหรับการเก็บภาษีเบียร์ 0% นั้น เพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี เนื่องจากเบียร์ 0% เก็บภาษีในอัตราเดียวกับน้ำอัดลมคือ 14% ขณะที่เบียร์ทั่วไปเก็บ 22% จึงจะเสนอให้เปิดพิกัดภาษีใหม่สำหรับเบียร์ 0% โดยเฉพาะ และไม่ให้โฆษณาว่าเป็นเบียร์ แต่ให้เรียกว่าเครื่องดื่มมอลต์แทน

ส่วนภาษีกัญชาและบุหรี่ไฟถือเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เนื่องจากทั้งสองรายการยังไม่ได้เปิดใช้เพื่อการพาณิชย์อย่างถูกกฏหมาย ขณะที่ภาษีความเค็ม-มันในอาหารจะเลือกเก็บจากสินค้า ขนม อาหารที่มีไขมันและความเค็มผสมในปริมาณสูงก่อน เพราะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคร้ายแรงที่ไม่ติดต่อ (เอ็นซีดี) แก่เด็กและเยาวชน

ขณะที่การจัดตั้งกองทุนแบตเตอรี่นั้น เพื่อต้องการให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดจ์มีแผนจัดการแบตเตอรี่ที่ใช้งานแล้ว หากไม่ทำตามแผนจะถูกเรียกเก็บเงินเข้ากองทุน สูงสุด 1 ล้านบาทต่อแบตเตอรี่ 1 ลูก