ตำรวจออกหมายจับ คนขับเครนถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุเครนก่อสร้างโรงแรมถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ทำให้มีนักเรียนบาดเจ็บ 10 สาหัสอีก 1 ราย
  • ด้านเจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรม ยอมรับ เกิดจากกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันรอบตึกทั้ง 17 ชั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ก่อสร้าง และไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งระงับการก่อสร้าง
  • โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์กำหนดเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันจันทร์ ที่ 24 มิ.ย.นี้

ความคืบหน้าเหตุเครนก่อสร้างโรงแรมดัง ถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ จนนักเรียนบาดเจ็บ 10 ราย และสาหัส 1 ราย ขณะที่อาการของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บล่าสุดรู้สึกตัวแล้ว

จากเหตุการณ์เครนก่อสร้าง โรงแรมริเวอร์ การ์เด้น ถล่มใส่หลังคาลานอเนกประสงค์ โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ซอยเจริญกรุง40 เขตบางรัก เป็นเหตุให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 10 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

ทางด้านนายวรพล อุดมโชคปิติ ตัวแทนผู้บริหารของบริษัท Bangkok Hospitality จำกัด ที่เป็นเจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรม River Garden ได้ออกมายอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันรอบตึกทั้ง 17 ชั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ก่อสร้างแต่อย่างใด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งระงับการก่อสร้าง สำหรับสาเหตุเกิดจากเครนไม่หยุดทำงานต้องขอตรวจสอบ ส่วนเรื่องการดูแลอาการบาดเจ็บได้มีการเข้าไปให้การช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลแล้ว

ในส่วนของโรงเรียน มีกำหนดเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันจันทร์ ที่ 24 มิ.ย.นี้ ส่วนความคืบหน้าของคดีทางด้านพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลบางรักได้มีการออกหมายจับชาวกัมพูชาที่เป็นพนักงานขับรถเครนแล้ว ขณะที่ผู้รับเหมาทั้ง 6 บริษัท ได้ออกหมายเรียกมาสอบปากคำแล้ว หากไม่มาก็จะต้องออกหมายจับต่อไป

ขณะที่ความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของนักเรียน ด.ญ.พรทิพย์ สิริรุ่งตระกูล อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ถูกแผ่นเหล็กหล่นทับ นพ.สมพงษ์ ตันจริยาภรณ์ ผอ.โรงพยาบาลเลิดสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าอาการดีขึ้น สามารถโต้ตอบสื่อสารได้ จากการเอกซเรย์และสแกนสมองไม่พบเลือดออกถือว่าพ้นขีดอันตราย

แต่ยังต้องเฝ้าระวัง และอยู่ที่โรงพยาบาลอีกประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะกะโหลกศีรษะด้านหลังแตกและร้าวมาถึงโพรงจมูกไซนัส จึงมีความกังวลว่าอาจจะติดเชื้อจากภายนอก เท่าที่ประเมินสถานการณ์ ผู้ป่วยน่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จากนี้จะให้จิตแพทย์เข้าไปประเมินสภาพจิตใจอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหว ครม. ปรับโผใหม่ ก่อนส่งทูลเกล้าฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกฯ ยันโผ ครม.นิ่งแล้ว แต่มีรายชื่อขยับอยู่
  • 2 ตำแหน่งที่ขยับคือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรฯ
  • คาดนำรายชื่อ ครม.ใหม่ ทูลเกล้าฯ ก่อนสิ้นเดือน มิ.ย.นี้

คงพอทราบข่าวกันบ้างแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่า รายชื่อคณะรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาค 2 ได้มีการเตรียมส่งรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามสูตรคัดสรร 1 : 3 : 4 คือ 1 รองนายกฯ , รมต. 3 กระทรวง และ 4 รัฐมนตรีช่วยฯ

ด้วยคำยืนยันจากนายกรัฐมนตรีเอง และนายวิษณุ เครืองาม ที่ต่างบอกว่า การพูดคุยในเรื่องดังกล่าวจบลงแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการตรวจสอบตามกฎหมาย เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ส่วนใครที่ไม่ทำงานหรือตำแหน่งก็ต้องมาดูว่าจะสามารถช่วยงานส่วนไหนได้บ้าง เพราะตำแหน่งมีเพียง 36 เก้าอี้ จะให้หมดทุกคนคงไม่ได้

แต่กระนั้นแม้หัวหน้าจะการันตีในเรื่องดังกล่าว กลับมีข่าวคราวการปรับตัว เปลี่ยนชื่อรัฐมนตรีในชุดนี้อยู่ โดยเฉพาะในฟากของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพลังประชารัฐ ที่ยังจัดสรรไม่ลงตัว เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะได้นั่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โผยังไม่นิ่ง หวั่นไม่ผ่านคุณสมบัติรัฐมนตรี

แต่ไปๆ มาๆ กลับมีชื่อของนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกฯ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาดำรงตำแหน่งแทน ส่วนนายพุทธิพงษ์ นั้นถูกโยกให้เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีกคำรบ

เนื่องด้วยเหตุผลยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ จึงให้ทำหน้าที่นี้ไปก่อน ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ บอกเพียงให้เป็นตามความเหมาะสม ของนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหน ทำหน้าที่อะไร ตนก็พร้อมช่วยงานรัฐบาลชุดนี้เสมอ

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคร่วม 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยนั้น ทุกตำแหน่งถือว่าโอเคผ่านการตรวจสอบจากนายกรัฐมนตรีไม่มีปัญหา แม้ว่าพรรคภูมิใจไทย

จะถูกค่อนขอดในรายชื่อของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส. เขตจากจังหวัดอุทัยธานี ในตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากถูกมองเป็นเจ้าพ่อ เพราะถูกทางการเข้าบ้านตรวจค้นในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา จากมาตรการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ของ คสช.

แต่เมื่อมีการยอมถอยสลับสับเปลี่ยนตัวนายชาดา มาเป็น น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาว ซึ่งมีดีกรีเป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ให้ไปนั่งในตำแหน่งดังกล่าวแทน ทุกอย่างก็ไฟเขียวเปิดทางผ่านให้ร่วมรัฐบาลได้สะดวก

ขณะเดียวกันทางพรรคเตรียมส่ง พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย มาเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีกตำแหน่งด้วย

กระทรวงทรัพย์ฯ ต้อง พลังประชารัฐ

ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธธรมชาติและสิ่งแวดล้อม เหมือนว่าจะเรียบร้อย แต่กลับมีปัญหา เพราะนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่า ซึ่งอกหักถูกเมินไม่ให้นั่งเก้าอี้ ได้ออกมาทักท้วงถึงการจัดสรรในตำแหน่ง วางตัวรัฐมนตรีไม่เหมาะสม ใช้คนไม่ถูกกับงาน

ดังนั้นหากจะให้ราบรื่นพรรคพลังประชารัฐควรดูแลเอง ถึงแม้เจ้าตัวจะยืนกรานไม่ได้เกาเหลาพรรคชาติไทยพัฒนาเจ้าของโควต้า ทว่าที่ทำไปเพราะอยากเห็นการผลักดันนโยบายแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและแท้จริง อีกทั้งพรรคของตนสามารถร่วมทำงานในฐานะคณะทำงานชุดหนึ่งกับพรรคพลังประชารัฐได้ จึงยังไม่เห็นด้วยกับชื่อ ครม. ในชุดนี้

ทั้งนี้แม้เสียงของหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าไม่เห็นด้วย แต่คงเป็นเพียงลมที่แผ่วเบา ไม่สามารถโหมเพื่อมล้มกระดาน ให้มีการเปลี่ยนชื่อ ครม.ได้ อีกทั้งนายกฯ ก็ยันเองโผ ครม.ใหม่นั้นนิ่งแล้ว เหลือเพียงรอตรวจสอบคุณสมบัติและทูลเกล้าฯ เท่านั้น ส่วนหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่เกินสิ้นเดือนนี้เห็นโฉมหน้าแน่นอน

รายชื่อบุคคล ที่คาดนั่งทำหน้าที่ รัฐมนตรี ในรัฐบาลประยุทธ์ 2

พรรคพลังประชารัฐ

  • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง
  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ
  • นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย
  • พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ
  • นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  • นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  • นายดิสทัต โหตระกิตย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปรับเปลี่ยนใหม่)
  • นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

พรรคประชาธิปัตย์

  • นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

พรรคภูมิใจไทย

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นางกนกวรรณ วิลาลัวย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

พรรคชาติไทยพัฒนา

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พรรครวมพลังประชาชาติไทย

  • ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

‘เพื่อไทย’ ซัด คสช. ปกปิดกรรมการสรรหา สว. โหวตเลือกนายกฯส่อ ‘โมฆะ’

ประเด็นน่าสนใจ

  • โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีที่ คสช.กรณีปกปิดกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งอาจทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของ สว.รวมถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นโมฆะ
  • เพื่อไทยซัดพรรคการเมืองที่ไร้สัจ เข้าร่วมเป็นรัฐบาลและสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี
  • โฆษกพรรคเพื่อไทยหวังว่านายชวน หลีกภัย จะเป็นผู้นำในสภาโดยปราศจากเหตุการณ์จลาจล

วันที่ 21 มิ.ย. 2562 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคฯ แถลงข่าวเรื่องความรับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมือง ของ คสช.กรณีปกปิดกรรมการสรรหา ส.ว.

  • ประเด็นการสรรหา สว.

ทั้งนี้นางลดาวัลลิ์ระบุว่าตลอด 5 ปี ที่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจทางการเมือง ทำให้การเมืองไทยได้ถอยหลังเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ประชาธิปไตยยังไม่มีอนาคตว่าจะพัฒนาไปข้างหน้าได้ เนื่องจากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ กำลังสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช. ต่อไปอย่างน้อย 5 ปี โดยมีวุฒิสมาชิกที่ตนเองแต่งตั้งมา เป็นเครื่องมือค้ำบัลลังก์อำนาจให้แก่ตนเอง

นอกจากนี้นางลดาวัลลิ์ ยังระบุว่า หลังจากที่มีการแต่งตั้ง สว.จำนวน 250 คน แต่กลับมีการปกปิดคำสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา สว. ไม่นำคำสั่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งยังไม่มีการเปิดเผยกระบวนการสรรหา สว. ส่งว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจทำให้การสรรหา สว.เป็นโมฆะ (ไม่มีผลใด ๆ ตามกฎหมาย)

ทั้งนี้นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าว่าตนยังเห็นว่ากระบวนการสรรหา สว. ที่มีคณะกรรมการสรรหาเป็น คสช.ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์และความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดแจ้ง ส่งผลให้ สถานะของ สว.ตลอดจน การกระทำที่จะมีผลต่อไป เป็นโมฆะ

รวมถึงการโหวตเห็นชอบให้พลเอกประยุทธ์ฯ เป็นนายก ก็ต้องถือว่าไม่มีผลใดๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หลังจากนี้หากมีการนำประเด็นนี้ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องด้วยอาจจะพังและยุ่งเหยิงกันทั้งาระบบ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา210(2) ส่วนตัวเชื่อว่า ในที่สุดแล้ว เมื่อสิ้น ม.44 ซึ่งทำให้อำนาจเผด็จการอ่อนกำลังลง กระบวนการยุติธรรมไทยทั้งระบบ จะต้องรักษาบ้านเมืองเอาไว้อีกครั้ง นายชุมสายกล่าว

ส่วนกระบวนการสรรหาส.ว. ที่ดำเนินการอย่างปกปิดและผิดทำนองคลองธรรม ทั้งๆที่ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชาวไทย เข้ามาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ไม่ใช่ทำแบบเด็กเล่น คณะกรรมการสรรหาส.ว.ที่นำโดยพลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์ จะต้องรับผิดชอบโดยอาจจะต้องเผชิญทั้งทางกฏหมายและทางการเมือง ความเสียหายที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการสรรหาส.ว. ที่อาจจะเกี่ยวพันคดีทุจริต ประวัติด่างพร้อย มีมลทิน หลายคน เข้ามาเป็นส.ว. ซึ่ง เรื่องนี้ จะได้ถูกตรวจสอบ และเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบต่อไป ถ้าหากนายชวน ไม่บรรจุญัตติ การสรรหา สว.ไม่ชอบ อาจจะเป็นการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ม.157

  • เพื่อไทยฝากถึง ‘ชวนหลีกภัย’

“เราจะเป็นแบบอย่างของสภานิติบัญญัติในยุคที่การเมืองพัฒนามาถึงขนาดนี้ เราได้เป็นประชาธิปไตยมาเกือบ 90 ปี เราจะให้ประชาธิปไตยถอยหลังเป็นสิ่งที่ไม่ควร ต้องเดินไปข้างหน้าในสิ่งที่ดีขึ้น” ชวน หลีกภัย

จากคำกล่าวของนายชวน หลีกภัย  ที่กล่าวในระหว่างงานสัมมนา ส.ส.ทั้ง 500 คน เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2562 ซึ่งนางลดาวัลลิ์ชี้ว่า ฟังคำพูดประโยคเหล่านี้แล้วถ้ามองอย่างผิวเผินก็จะรู้สึกว่านายชวนพูดดี แต่เมื่อมาดูสภาพการเมืองในปัจจุบันที่พรรคไร้สัจจะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลและสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หัวหน้า คสช.เป็นนายกมนตรีโดยนายชวนเป็นประธานสภาฯและเป็นประธานรัฐสภาอีกตำแหน่ง

ชวน หลีกภัย
นายชวน หลีกภัย
  • ประเด็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ประธานสภา

พร้อมกันนี้นางลดาวัลลิ์ ยอมรับว่า มีส.ส.จำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติตนนอกลู่นอกทางเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องพัฒนาและคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี ส.ส.จะได้รับคำชื่นชมนอกจากแก้ไขปัญหาของชาวบ้านได้อย่างแท้จริงแล้ว การทำหน้าที่ในสภาฯซึ่งมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสถาบันนิติบัญญัติ

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยหวังว่ารัฐสภาที่มีนายชวน หลีกภัยเป็นผู้นำสูงสุดจะไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลที่ ส.ส.ก่อเหตุเลวร้ายขว้างปาแฟ้มเอกสารเศษกระดาษเกลื่อนห้องประชุม ตะโกนลั่น ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดึงแขน ลากเก้าอี้ประธานสภาฯกระแทก บีบคอเพื่อนส.ส.ด้วยกัน โดยไม่แยแสต่อสายตาประชาชนและสื่อมวลชนที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ ซึ่งเป็นความอัปยศของสภาฯไทยที่ไม่อาจลบเลือนได้