“ชวน” ติวเข้ม ส.ส.ใหม่ เตือน อย่าทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม!

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางประธานสภาผู้แทนราษฎร เตือน! ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าขาดประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ทั้งที่เสียงปริ่มน้ำ อาจทำให้โหวตแพ้
  • ประธานสภาผู้แทนราษฎร ย้ำเตือน ส.ส. ถึงสิทธิการใช้การบริการต่างๆ ต้องยึดมาตรฐานจริยธรรม กระทำตัวให้เหมาะสม โดยทางประธานฯเผยว่า ยอมรับว่า ส.ส.ในอดีตมีพฤติกรรม ที่ก่อให้เกิดการติฉินนินทา

เราอาจจะเคยได้ยินพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของ ส.ส.ที่ใช้สิทธิพิเศษไม่เหมาะสม ไปดูงานต่างประเทศ แต่ไปช็อปปิ้ง ใช้สิทธิขึ้นเครื่องฟรี และอีกหลายอย่าง ถึงวันนี้คงไม่ไม่ใช่แค่เรื่องติฉินนินทาเท่านั้น

เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมายอมรับเองว่า ส.ส.ในอดีตมีพฤติกรรมแบบนั้นจริงๆ จึงต้องเตือน ส.ส.ชุดปัจจุบันว่า อย่าทำอีก รวมการย้ำเตือนการทำงานในสภา ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากเจ้าหน้าที่ จากสถาบันพระปกเกล้า และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ร่วมอธิบายกระบวนการประสานงาน ด้านเอกสารและข้อมูล ในการสัมนา “บทบาทหน้าที่ ส.ส.” แล้ว

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังได้กล่าวย้ำถึงความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร และขอให้ ส.ส.ร่วมกันสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ แม้ในยุคสมัยนี้จะเกิดขึ้นยากก็ตาม

ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังชี้แจงขั้นตอนทำงาน ซึ่งต้องให้ความสำคัญในการพิจารณาร่างกฎหมาย ในชั้นกรรมาธิการ และกำชับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าขาดประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ทั้งที่เสียงปริ่มน้ำ อาจทำให้โหวตแพ้ ส่งผลถึงเสถียรภาพของรัฐบาลได้

ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำถึงการใช้สิทธิด้านการบริการต่างๆ ต้องยึดมาตรฐานจริยธรรม โดยเฉพาะปัญหาการค่าตั๋วเครื่องบิน

และนอกจากเรื่องค่าตั๋วแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังระบุถึงมารยาทในการขึ้นเครื่องบิน ไม่ควรสาย จนต้องให้สายการบินรอ หรือการใช้บริการรถไฟ และรถโดยสาร บขส.ที่ให้สิทธิ์บุคคลอื่นใช้แทน

จนเกิดปัญหาฟ้องร้องปลอมแปลงเอกสาร หรือแม้แต่การเดินทางไปดูงาน หรืออบรมวิชาการต่างประเทศ เป็นเหตุให้สถานทูตอึดอัด-เสียหาย เพราะไม่รู้จักกาลเทศะ ทั้งการแต่งตัว และการบริหารเวลา ที่ต้องสูญเสียไปกับการช้อปปิ้ง

ประกาศปิดเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเชียงดาว หลังพบทำผิดข้อตกลง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ประกาศห้ามผู้ใดเข้าไปท่องเที่ยวบริเวณบ้านนาเลาใหม่ หลังมีการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว แจ้งประกาศเรื่องห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปท่องเที่ยวบริเวณบ้านนาเลาใหม่ หมู่ 10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เนื่องจากผู้ประกอบการบ้านพักโฮมสเตย์ทำผิดเงื่อนไข กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ จนกว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะแล้วเสร็จ

สำหรับการแจ้งครอบครองที่ดินในเขตป่าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้ตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่องยังคงพบผู้ประกอบการบ้านพักนักท่องเที่ยวบางรายที่กระทําผิดเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี และกระทําผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ซึ่งได้ดําเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธรเชียงดาวเรียบร้อยแล้ว

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวจึงขอห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปท่องเที่ยวบริเวณบ้านนาเลาใหม่ หมู่ที่ 10 ตําบลเชียงดาว อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จนกว่าการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่จะแล้วเสร็จ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มิให้เกิดผลกระทบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ หากผู้ใดมีความจําเป็นจะต้องเข้าไปในเขตพื้นที่ดังกล่าว จะต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาเป็นกรณีรายๆ ไปตามนัยมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และให้ถือปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยเคร่งครัด จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

เตรียมขอศาล ออกหมายจับคนส่งยาให้ “ปุ๊กกี้”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตำรวจย้ำ ยังไม่พบดาราคนไหนเกี่ยวข้องคดีปุ๊กกี้ค้ายา
  • ต้นทางยาเสพติดที่ปุ๊กกี้นำมาขายต่อ พบแล้วว่ามีคนไทยเป็นคนส่งยาเสพติดให้ เตรียมขอศาลออกหมายจับ
  • ปุ๊กกี้มีทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท พบเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก

กรณีกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การจับกุมอดีตนักร้องดังอย่างปุ๊กกี้ ทำให้หลายคนสนใจว่า จะมีคนในวงการบันเทิงคนอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่พบดาราคนไหนเกี่ยวข้องอีก แต่ที่พบเบาะแสแล้วคือ ต้นทางของยาเสพติดที่ปุ๊กกี้นำมาขายต่อ น่าจะเป็นคนไทยที่ร่วมกับกลุ่มค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน เตรียมขอศาลออกหมายจับเพิ่ม

ความคืบหน้าของคดีที่นางสาวปริศนา พรายแสง หรือ ปุ๊กกี้ ร่วมกันค้ายาเสพติด รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ้มนี้ ที่เริ่มการสืบสวนมาจากกลุ่มผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวไต้หวัน จนมาพบว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องคือปุ๊กกี้ ขณะนี้ได้พบแล้วว่ามีคนไทยเป็นคนส่งยาเสพติดให้ และเตรียมขอศาลออกหมายจับเร็วๆ นี้

ด้านผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบทรัพย์สินทางบัญชีเงินฝากของปุ๊กกี้ที่มีอยู่ 2-3 บัญชี รวมกว่า 10 ล้านบาท พบเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากพอสมควร แต่ยังไม่พบดารานักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเกี่ยวข้องในการร่วมค้ายาเสพติด

แต่กรณีดังกล่าว เลขาธิการ ป.ป.ส.ก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีกลุ่มดารานักแสดง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะทุกวงการมักจะพบคนใช้ยาเสพติดอยู่แล้ว

สำหรับคดีของปุ๊กกี้ ตำรวจได้ตั้งเป็นคณะทำงานสืบสวนสอบสวนร่วมกัน เพื่อทำให้สำนวนคดีรัดกุมมากขึ้น และจะเร่งส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้ในเร็วๆ นี้

ส่วนเรื่องเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยเฉพาะที่ไต้หวัน สัปดาห์หน้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไต้หวัน จะมาร่วมหารือกับผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เนื่องจากปัจจุบันพบว่าที่ไต้หวันยาเสพติดกำลังแพร่ระบาด โดยเฉพาะเคตามีน