กองทัพบก เสียใจ นายทหารร่มไม่กางเสียชีวิต สั่งเลื่อนขั้นเป็น พล.ต.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผบ.ทบ. เสียใจ นายทหารเสียชีวิต ระหว่างฝึกโดดร่ม
  • สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องดูและครอบครัว พร้อมปูนบำเหน็จเป็นกรณีพิเศษ
  • ส่วนสาเหตุได้สั่งให้นายทหารนิรภัยการบิน ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์สุดเศร้า ร.ท.วัชรพงษ์ จันทรชาติ อายุ 29 ปี สังกัดศูนย์การทหารราบประจวบคิรีขันธ์ ได้เสียชีวิตลง หลังจากประสบอุบัติเหตุร่มไม่กางขณะทำการฝึกที่ จ.ลพบุรี นั้น

ล่าสุด พล.อ.อภิรัช คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นได้ส่งนายทหารนิรภัยการบิน เข้าตรวจสอบพื้นที่และสอบสวนบุคคลที่เห็นเหตุการณ์แล้วในเบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุองอุบัติเหตุสุดเศร้านี้ต่อไป

ขณะเดียวกัน ได้กำชับหน่วยต้นสังกัดให้ดูแลช่วยเหลือครอบครัว ตามสิทธิอันพึงมีของทางราชการอย่างดีที่สุด รวมทั้งสิทธิจากโครงการประกันภัยที่กองทัพบกทำไว้เพิ่มเติม โดยปูนบำเหน็จเลื่อนชั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 7 ชั้น ให้กับ ร้อยโท วัชระพงษ์ และขอพระราชทานยศสูงขึ้นเป็น “พลตรี”

ไม่รอด!! สั่งปรับ โชเฟอร์รถร่วมสาย 29 ขับปีนเกาะกลางถนน

ประเด็นน่าสนใจ

  • โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปรถเมล์สาย 29 ขับปีนเกาะกลางถนน สร้างความตกใจให้แก่ผู้ที่พบเห็น
  • ล่าสุดทาง ขสมก. ได้สั่งปรับคนขับ 1 พันบาท พร้อมพักงาน 3 วัน

จากกรณีคลิปรถเมล์สาย 29 ปีนเกาะกลางถนนเพื่อเปลี่ยนเลนหนีกะทันหัน สร้างความตื่นตกใจและห่วงใยผู้โดยสารบนรถคันดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เหตุบริเวณบนถนนเส้นหนึ่งย่านเมืองเอก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านต่อ : ระทึก! คลิปรถเมล์ ปีนเกาะกลางเปลี่ยนเลนกะทันหัน)

ล่าสุดทาง บริษัท สหขนส่งธนบุรี จำกัด ผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการสาย 29 ได้ส่งตัวนาย สุจี (สงวนนามสกุล) พนักงานขับรถโดยสารสาย 29 คนที่ก่อเหตุ มารายงานตัว เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งนายสุจี ได้ยอมรับผิดโดยไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด พร้อมให้สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ขสมก.พิจารณาแล้วจึงดำเนินการลงโทษ ดังนี้

  1. เปรียบเทียบปรับ นายสุจี (สงวนนามสกุล) เป็นเงิน 1,000 บาท และพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 ก.ค.62
  2. อบรมพนักงานเกี่ยวกับการขับรถให้บริการประชาชนด้วยความปลอดภัย
  3. หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกจะดำเนินการลงโทษสถานหนักต่อไป

เลขาฯ ป.ป.ส. แจงภาพทำลายยาเสพติด ยันไม่มีเล็ดลอดออกไปได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพการเผาทำลายยาเสพติด ประจำปี 2562 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการนำยาเสพติดออกก่อนช่วงเวลาการเผา
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ยืนยันกระบวนในการส่งยาเสพติดของกลางไปตรวจพิสูจน์และเผาทำลายนั้น ไม่มีช่องว่างให้ยาเสพติดเล็ดลอดออกไปได้เพราะการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนนั้นมีความเข้มงวดรัดกุม

จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อสงสัยของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยตั้งข้อสงสัยเป็นคำถามถึงภาพการเผาทำลายของกลางยาเสพติด ปี 2562 ที่ผ่านมาว่า ไม่ตรงกับที่เคยเห็น ทั้งลักษณะรูปร่าง ขนาดเม็ดของยาบ้า และลักษณะการบรรจุใส่ถุงก่อนนำไปเผาทำลายนั้น

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ก.ค.62) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า กระบวนในการส่งยาเสพติดของกลางไปตรวจพิสูจน์และเผาทำลายนั้น ไม่มีช่องว่างให้ยาเสพติดเล็ดลอดออกไปได้เพราะการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนนั้นมีความเข้มงวดรัดกุมและมีการตรวจสอบซึ่งกันและกันในทุกขั้นตอน

โดยตั้งแต่ขั้นของการจับยึดทดสอบยืนยันว่า เป็นยาเสพติดเบื้องต้น นับจำนวนและชั่งน้ำหนัก นำส่งยาเสพติดของกลางให้พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนรับยาเสพติดของกลาง พนักงานสอบสวนนำยาเสพติดของกลางส่งสถานตรวจพิสูจน์ สถานตรวจพิสูจน์รับยาเสพติดของกลางไว้ตรวจพิสูจน์ การรายงานผลการตรวจพิสูจน์ การส่งยาเสพติดของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ไปเก็บรักษา การนำของกลางยาเสพติดที่เก็บรักษาออกมาทำลาย และการทำลายของกลางยาเสพติด

ซึ่งทุกขั้นตอนไม่มีการดำเนินการด้วยบุคคลเดียว แต่กระทำโดยคณะบุคคลที่มีการตรวจสอบซึ่งกันและกันตลอดในแต่ละขั้นตอน ดังนั้นหากเกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง มีความโปร่งใส และพร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มว่า สำหรับปริมาณยาเสพติดที่จับยึดได้มากขึ้นนั้น สะท้อนสถานการณ์ 2 ประการคือ ประการแรกความต้องการยาเสพติดในประเทศโดยเฉพาะยาบ้ายังคงมีอยู่ และความพยายามของขบวนการค้าในการกระตุ้นให้มีการใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น ประการต่อมาคือประเทศไทยถูกใช้เป็นที่พักเก็บและลำเลียงผ่านยาเสพติดโดยเฉพาะไอซ์และคีตามีนไปยังประเทศที่สาม