กรมอุตุฯ เตือน ฉ.1 ฝนตกหนักภาคใต้ ตะวันออก กระทบ 16-21 ก.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 1 ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน
  • อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เตือนประชาชนเฝ้าระวัง กระทบ 16-21 ก.ค.62

วันนี้ (16 ก.ค.62) กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16-21 กรกฎาคม 2562) ”

ในช่วงวันที่ 16-21 กรกฎาคม 2562 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยภาคใต้และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซี่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 16-19 กรกฎาคม 2562

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก : จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก : จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในช่วงวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562

ภาคตะวันออก : จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก : จังหวัดระนองและพังงา

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มี ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มี ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนตัวผ่านหัวเกาะฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2562

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คืบหน้า!! เหตุ นร.หญิง รุมตบทวงหนี้ยืมเงินแล้วไม่คืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการแชร์คลิปเหตุการณ์กลุ่มนักเรียนหญิงรุมทำร้าย เพื่อนนักเรียนด้วยกัน เหตุเพราะทวงเงินแล้วไม่ยอมจ่าย
  • เบื้องทางผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่าย เจราจาไกล่เกลี่ยกันด้วยดี ไม่ติดใจเอาความและแจ้งความเพิ่มเติมแต่อย่างใด
  • ทางโรงเรียนจะมีการลงโทษนักเรียนตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะเป็นการว่ากล่าวตักเตือน และอาจภาคทัณฑ์ไว้เพื่อไม่มีก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีก

กลายเปนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับคลิปเหตุการณ์นักเรียนหญิงกำลังรุมทำร้าย ซึ่งระบุว่าเป็นการทวงหนี้เพื่อนที่ยืมเงินไปประมาณ 5 พันบาท แต่กลับไม่ได้เงินคืน เลยใช้ให้เพื่อน 9 คนรุมทำร้าย ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปสังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมความรุนแรงดังกล่าวของเยาวชนกลุ่มนี้

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ก.ค.62) ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว พร้อมด้วยผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย ได้ร่วมประชุมเจราจรไกล่เกลี่ยกัน โดยราวเรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา

ซึ่งเหตุวิวาทในครั้งนี้ เนื่องมาจากนักเรียนหญิงฝ่ายที่รุมทำร้าย ได้ตามไปทวงหนี้กับนักเรียนหญิงที่ยืมเงินไปประมาณ 4,200 บาท ซึ่งก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ทางผู้ปกครองของนักเรียนหญิงที่ถูกทำร้าย ได้โอนเงินไปให้อีกฝ่ายแล้ว จำนวน 2,000 บาท โดยที่ผู้ปกครองก็ไม่ทราบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าอะไร ซึ่งยังเหลือเงินที่ติดค้างอีก 2,200 บาท

ทั้งนี้จากการประชุมร่วมของผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่าย สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ด้วยดี ไม่มีการเอาเรื่องหรือแจ้งความเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทางโรงเรียนจะมีการลงโทษนักเรียนตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะเป็นการว่ากล่าวตักเตือน และอาจภาคทัณฑ์ไว้เพื่อปกป้องไม่ให้มีก่อเหตุทะเลาะวิวาทซ้ำอีก

บุกค้นห้องพักย่านรัชดา จับแก๊งค้ายาข้ามชาติ พบเฮโรอีน 50 กิโลกรัม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แอบเช่าไว้เพื่อลักลอบใช้เป็นสถานที่บรรจุยาเสพติด เพื่อส่งออกนอกประเทศ
  • พบยาเสพติดประเภทเฮโรอีน 50 กิโลกรัม และยาไอซ์ 18 กิโลกรัม
  • เครือข่ายนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของสามีนางสาวปริศนา พลายแสง หรือปุ้กกี้ ที่เพิ่งถูกจับกุมไป

เมื่อวานนี้ (16 ก.ค.62) ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อม เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกา หรือ ดีอีเอ และ ตำรวจไต้หวันนำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักในอาคารแมนชั่น 2 แห่ง ในซอยรัชดา 7 /1 หลังสืบทราบว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติแอบเช่าไว้เพื่อลักลอบใช้เป็นสถานที่บรรจุยาเสพติด เพื่อส่งออกนอกประเทศ

โดยจากการตรวจค้นห้องพัก ในอาคารแมนชั่นแห่งแรกพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีน 50 กิโลกรัม อยู่ระหว่างบรรจุลงแคปซูล เพื่อใส่ในขวดยาสมุนไพร และ ใต้พื้นรองเท้าผ้าใบ ส่วนอีกห้องซึ่งอยู่ในอาคารใกล้กันพบยาไอซ์ 18 กิโลกรัม อยู่ระหว่างการบรรจุแคปซูล เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมผู้ต้องในเครือข่ายได้ 3 คน ประกอบด้วย Mr.Naw Naw อายุ 40 ปี
สัญชาติจีน นายเหยิ่นเจี๋ย (อาชิง) แซ่เจียง อายุ 25 ปี และนายเควิน อายุ 48 ปี (ไม่มีหนังสือเดินทาง)

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีความเชื่อมโยงกับชาวไต้หวัน 2 คน ที่ตำรวจไต้หวันจับกุมได้ที่เกาะไต้หวัน เป็นไปได้ว่ายาเสพติดทั้งหมดน่าจะถูกส่งไปประเทศไต้หวันแต่มาถูกจับเสียก่อน

ทางด้านพลตำรวจโทชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า เครือข่ายนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของสามีนางสาวปริศนา พลายแสง หรือปุ้กกี้ ที่เพิ่งถูกจับกุมไป และ จากหลักฐานที่ยึดได้มีความเป็นไปได้ว่าอาจถึงขั้นผลิตยาเสพติดด้วยการทำให้ยาไอซ์ที่เป็นน้ำตกผลึกเป็นเกร็ด ก่อนนำลงบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ