คลิปรถอ๊อฟโรดไม่สนโลก ขับลุยน้ำแก่งทั้งๆ มีเด็กลงเล่นน้ำจำนวนมาก

ประเด็นน่าสนใจ

  • คลิปรถอ๊อฟโรดยกสูงขับลุยน้ำแก่งที่นครนายก
  • คนไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว เพราะถือเป็นการเห็นแก่ตัว เพราะเวลานั้นมีนทท. เล่นน้ำจำนวนมาก
  • จี้หน่วยงานที่ดูแลออกกฎเข้มเพื่อป้องกันเหตุเกิดซ้ำ

วันนี้ (14 ก.ค. 2562) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขาง เมื่อปรากฏภาพของรถยนต์อ๊อฟโรคคันหนึ่ง ขับลุยน้ำแก่งสถานที่ท่องเที่ยวคลายร้อนแห่งหนึ่งของ จ.นครนายก โดยไม่สนใจว่าใครจะได้ความเดือดร้อนหรือไม่ ทั้งๆ ที่บริเวณดังกล่าวมีเด็กจำนวนมากลงแช่น้ำอยู่ก็ตาม

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ ที่นี่ “นครนายก” ที่เผยให้เห็นว่า รถคันดังกล่าวขับลุยน้ำ เบิ้ลเครื่องรถยนต์จนเกิดควันโขมงอยู่บริเวรดังกล่าวเป็นวงกลม จนทำให้น้ำเกิดขุ่นมัว ผู้ที่ลงเล่นน้ำต้องพากันหนีขึ้นบกแตกกระเจิง ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความกำกับว่า เพื่ออะไร ???

เด็กๆ นทท.คนอื่นเล่นน้ำอยู่ วงแตกเลย😡 #ท่าเรือพ่อแก่น, ความเห็นแก่ตัวของคน เด็กๆเล่นน้ำอยุ่น้ำใสๆ ขับรถลงมาในแก่งเลยค่ะเพราะเมื่อกี้เด็กเล่นน้ำเยอะมากวงแตกเลยค่ะ สงสารเด็กๆมากค่ะ ขึ้นจากน้ำแทบไม่ทันค่ะ ตรงนี้คือท่าเรือพ่อแก่นค่ะ

คนแห่รุมถล่มยับ พวกเห็นแก่ตัว จี้ออกกฎคุมเข้ม

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นโจมตีคนขับรถคันดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำลักษณะนี้ อาทิ ความคึกคะนองส่วนตัว ทำให้คนอื่นเกิดความรำคาญ ควรใช้สมองที่มีเพียงน้อยนิด พิจารณาตัวเองว่าสิ่งที่ทำลงไป สมควรทำหรือไม่ แย่มากๆ

ขณะเดียวกันก้เรียกหาเจ้าของสถานที่ว่าปล่อยให้เกิดเหตุลักษณะนี้ได้อย่างไร ควรออกกฎคุมเข้ม มีข้อห้ามมากกว่านี้ เพื่อที่ว่าเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีก

ตื่นตา! ฝูงโลมา – ฉลามหูดำ โผล่ว่ายน้ำในท้องทะเลไทย

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยแพร่ภาพฝูงโลมา – ฉลามหูดำ ว่ายน้ำในพื้นที่อุทยานฯ ทางทะลของไทย
  • การปรากฏของสัตว์ทะเลครั้งนี้บางบอกถึงถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทย
  • เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สั่งเข้มห้ามทำประมง

ธรรมชาติในเมืองไทยถือว่ายังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยเฉพาะระบบนิเวศน์ของท้องทะเล ที่ปัจจุบันมีสัตว์ทะเลแปลกหน้าหลากชนิดโผล่มาแหวกว่ายจำนวนมาก แม้จะมีข่าวเศร้าเกี่ยวกับพะยูนที่มีเกยตื้นตายแล้ว 4 ตัวในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ก็ตาม

ล่าสุดปรากฏมีภาพของฝูงโลมาโผล่แหวกว่ายที่อุทยานฯ สิมิลัน โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ระบุว่า

ทะเลพังงาสมบูรณ์ “จนท.อุทยานฯ สิมิลัน เผยภาพโลมาฝูงใหญ่ขณะลาดตระเวน”

วันอาทิตย์ ที่ 14 ก.ค. 2562 เพจอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เผยภาพ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ทำการตรวจลาดตระเวนทางน้ำ พบฝูงโลมาฝูงใหญ่จำนวนประมาณร้อยตัวที่บริเวณเกาะ 6 พิกัด 47P 351883 E 944959 N ว่ายมุ่งหน้าจากเกาะ 6 ไปเกาะ 3 (ทิศเหนือไปทิศใต้)

โลมา ที่หมู่เกาะสิมิลัน

สำหรับวันนี้ สภาพอากาศโปร่งใส คลื่นลมปกติ จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่พบโลมาแม่ลูกว่ายเป็นคู่จำนวนมาก บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในพื้นที่เป็นอย่างมาก

Cr : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ. พังงา

ขณะเดียวกัน ที่ บริเวณเกาะห้อง และอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ ปรากฏฝูงฉลามหูดำ นับ 100 ตัว แหวกว่ายหาอาหาร บ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเล

ฝูงฉลามหูดำกว่า 100 ตัว โผล่แหวกว่ายริมชายหาดเกาะห้อง

โดย นายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ ได้บันทึกภาพ ฝูงฉลามหูดำกว่า 100 ตัว บริเวณน้ำตื้นชายหาดข้างท่าเรือ หมู่เกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่

โดยฉลามในฝูงมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1-1.50 เมตร ซึ่งฉลามหูดำใช้เวลาขึ้นมาหาอาหาร 30 นาที จึงว่ายน้ำกลับลงไปยังบริเวณน้ำลึก

ด้านนายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า พบเห็นฝูงฉลามหูดำขึ้นมาว่ายน้ำหาอาหารริมชายหาดไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะในช่วงอากาศเปิด และน้ำขึ้นไม่สูง และจะพบในช่วงเช้าเท่านั้น แต่ครั้งนี้มีจำนวนมากที่สุด มีกว่า 100 ตัว ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ เข้ามากินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ใกล้ชายฝั่ง

เนื่องจากส่วนใหญ่ ฉลามหูดำ อาศัยบริเวณน้ำลึกและออกหาอาหารในช่วงกลางคืนรอบๆ หมู่เกาะห้อง ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้มีมาตราการคุมเข้ม ห้ามทำการประมงในบริเวณดังกล่าว และนับว่าน่ายินดี เพราะในการพบฉลามหูดำ บ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลในบริเวณหมู่เกาะห้อง ภายในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

ฉลามหูดำ #อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

แนะอย่าทำตาม ทาอายชาโดว์ แก้ปัญหาเด็กติดมือถือ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คุณแม่เผยวิธีแก้ปัญหาลูกติดมือถือ ด้วยการใช้อายชาโดว์
  • จากนั้นคนแห่ส่งต่อและจะนำไปปฏิบัติบ้าง
  • แพทย์จึงออกมาเตือนว่าไม่ควรทำตาม เพราะเสี่ยงผลกระทบต่อจิตใจเด็กได้

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Solly Kandee ได้มีการเผยแพร่ภาพการแก้ปัญหาลูกติดโทรศัพท์มือถือ ด้วยการทาอายชาโดว์ไว้รอบดวงตาตอนนอนหลับ จากนั้นพอตื่นขึ้นมาก็จะบอกว่ารอยสีดำปรากฏรอบดวงตาเป็นผลมาจากการเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ทำให้ลูกกลัวไม่กล้าที่จะจับมือถือขึ้นมาเล่นอีก ก่อนที่เวลาผู้คนในโลกออนไลน์จะพากันส่งต่อ พร้อมเตรียมจะนำไปใช้บ้างนั้น

อ่านข่าว กดไลค์! คุณแม่ไอเดียเก๋ จัดเต็มจนคุณลูกขยาดเล่นโทรศัพท์

วันนี้ (14 ก.ค. 2562) พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ได้ออกมาเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองว่าอย่าเลียนแบบวิธีการแก้ปัญหาการเล่นโทรศัพท์ของเด็กด้วยวิธีการดังกล่าว

เพราะอาจทำให้เด็กฝังใจ ส่งผลต่อสภาพจิตของเด็กหวาดกลัวได้ในอนาคต ผู้ปกครองควรอธิบายเหตุผลให้เด็กฟัง เปรียบเทียบด้วยเหตุผลว่าเหตุดังกล่าวเกิดจากอะไร หากเด็กยังไม่หายกลัวผู้ปกครองก็ควรเอ่ยปากขอโทษ จะพูดคุยกันจนเกิดความเข้าใจ

ทั้งนี้เข้าใจว่าปัจจุบันการห้ามเด็กเล่นโทรศัพท์นั้นเป็นเรื่องยาก แต่หากมีการสอนถึงข้อดีและข้อเสีย และมีการตั้งเงื่อนไข กติกาในแต่ละครั้ง ก็ถือได้ว่ากิจกรรมนี้สามารถทำร่วมกันได้ อีกทั้งผู้ปกครองก็ควรเป็นตัวอย่างลดการหยิบมือถือขึ้นมาเล่นหากไม่จำเป็น เมื่อเด็กเห็นว่าผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างไม่เล่นโทรศัพท์ เด็กก็จะลดไปเอง