ขสมก.- ขนส่ง ทราบเรื่องแล้ว รถเมล์สนิมเขรอะ – รถตู้ราขึ้นฝ้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนแห่วิจารณ์รถเมล์สนิมเขรอะ – รถตู้ขึ้นรา แต่กลับถูกนำมาวิ่งให้บริการประชาชน
  • ด้านขนส่ง – ขสมก. สั่งตรวจสอบ และห้ามนำออกมาบริการอีก

จากกรณีที่เพจ JS100 Radio ได้มีการเผยแพร่ภาพรถเมล์สาย 182 ที่มีสภาพเก่าสนิมเกาะเต็มตัวถึง แต่กลับถูกมานำมาวิ่งบนถนนเพื่อให้บริการประชาชน ก่อนทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่สงสัยมาตรฐานการตรวจสอบอยู่ตรงไหนถึงปล่อยออกมาได้ขณะนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบนั้น

วันนี้ (14 ก.ค. 2562) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้ออกมาเปิดเผยว่าทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และขณะนี้ได้มีการสั่งให้ผู้ให้บริการรถเมล์ 182 ที่ปรากฏในภาพ ห้ามนำรถคันดังกล่าวมาให้บริการประชาชนโดยเด็ดขาด อีกทั้งให้มีการไปปรับปรุงสภาพรถให้อยู่ในสภาพสมบรูณ์เรียบร้อยก่อนนำมาให้บริการอีกครั้ง

รถเมล์สนิมเขรอะ

ทั้งนี้นอกจากรถเมล์สนิมเขรอะแล้ว เพจ JS100 Radio ยังได้มีการเผยแพร่ภาพรถตู้โดยสารสายกรุงเทพ-สระบุรี คันหนึ่งที่บริเวณฝ้าเพดานเต็มไปด้วยเชื้อรา แถมคนขับยังพูดจาไม่สุภาพกับผู้โดยสารทำนองว่าจะมีการทำร้ายหากมีการเปิดประตูรถเพื่อระบายอากาศเวลาเติมแก๊สด้วย จนเกิดเป็นความกังวลใจในสุขภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วย

เข้าใจว่าการบำรุงรักษาหรือการทำความสะอาดคงมีราคาสูง แต่คนขับรถสาธารณะต้องให้ผู้โดยสารเปิดประตูหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์บ้าง

รถตู้ราขึ้นฝ้า

ซึ่งจากเรื่องที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานขนส่ง จ.สระบุรี ทราบเรื่องแล้ว และเตรียมเรียกตัวคนขับรถตู้คันดังกล่าวมาชี้แจงถึงเรื่องการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพกับผู้โดยสาร และตรวจเช็คสภาพเชื้อราบนเพดานหลังคารถแล้ว หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

พบซาก ‘พะยูน’ ขนาดใหญ่ลอยตายกลางทะเลเมืองกระบี่

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบซากพะยูนขนาดใหญ่ ประมาณ 400 กิโลกรัม ลอยอยู่กลางทะเลกระบี่
  • เบื้องต้น พบมีบาดแผลอยู่ด้านหลัง สภาพเขี้ยว ทั้งสองข้างยังสมบูรณ์ ไม่มีการถูกทำลาย

วันนี้ 14 ก.ค. 62 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับแจ้งจาก สมาชิกแฟนเพจกรมอุทยานฯ ว่า เมื่อเวลา 8.00 น. มีชาวประมงพื้นบ้าน จ. กระบี่ พบซากพะยูนขนาดใหญ่ ประมาณ 400 กิโลกรัม ลอยอยู่กลางทะเล ระหว่าง เกาะปูกับเกาะพีพี จ.กระบี่

จากสภาพเบื้องต้น พบมีบาดแผลอยู่ด้านหลัง สภาพเขี้ยว ทั้งสองข้างยังสมบูรณ์ ไม่มีการถูกทำลาย จึงได้จับมัดไว้ และได้ประสานแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี เพื่อเข้าตรวจสอบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ ได้นำซากกลับเข้าฝั่ง และเตรียมประสาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง เข้าตรวจสอบอีกครั้ง

“พะยูน” เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เป็นสัตว์น้ำชนิดแรกของประเทศไทยที่ถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าสงวน

ขอบคุณ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพหวาดเสียว! หนุ่มขับเก๋งชนแท่งแบริเออร์ขาด 2 ท่อน แต่รอดปาฏิหาริย์!!

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุรถชนแท่งแบริเออร์ขาด 2 ท่อน ช่วงลงทางด่วนงามวงศ์วาน
  • โชคดีที่คนขับและผู้โดยสารรอดชีวิต
  • ด้านผู้รอดชีวิตเผยเพราะคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ใช่ของขลัง

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (14 ก.ค.62) ร.ต.อ.ยงยุทธ สังข์สิริยะกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนแท่งแบบริเออร์ ขาดสองท่อนเกิดไฟไหม้ เหตุเกิดถนนลงจากทางด่วนงามวงศ์วาน ก่อนเข้าถนนงามวงศ์วาน หลังรรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่ทางด่วน 2

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งซูบารุ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7กภ 1227 กรุงเทพมหานคร ชนแท่งแบริเออร์ จนขาดสองท่อน ส่วนท้ายเกิดไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ทางด่วนได้ใช้น้ำยาฉีดเพื่อดับไฟ ห่างกันพบส่วนหัวรถที่ขาดไถลไปไกลกว่า 10 เมตร เจ้าหน้าที่ต่างพยายามเข้าไปเพื่อช่วยคนเจ็บแต่กลับไม่พบ

ซึ่งต่อมาพบว่าคนขับและผู้โดยสารที่มากันสองคน นั่งอยู่สนามหญ้าห่างออกไป ทราบชื่อคนขับนายไท พันธุรัตน์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102/5 หมู่ 2 ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี ไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด มีเพียงรอยแดงที่คอด้านขวาเท่านั้น

สอบสวนนายไท พันธุรัตน์ ให้ปากคำว่า ไปรับแฟนสาวเพื่อจะกลับบ้าน ได้ขับรถลงจากทางด่วนเพื่อเข้าถนนงามวงศ์วาน ช่วงทางโค้งได้สะดุดก้อนหิน ทำให้รถเสียการทรงตัวฝั่งขวาช่วงกลางรถได้ชนเข้ากับแท่งแบริเออร์

จนรถขาดสองท่อนและถุงลมนิรภัยได้กางออกตนไม่เห็นอะไร ก่อนที่รถจะหยุดตนได้ถอดเข็มขัดนิรภัยและช่วยแฟนลงมาจากรถ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนกับแฟนรอดตายมาได้เพราะขาดเข็มขัดนิรภัย

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทางด่วน 2 ได้นำรถเครนยกส่วนหัวออกไว้ข้างทาง และทำความสะอาดพื้นถนนเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ก่อนเชิญตัวนายไท คนขับไปโรงพักเพื่อสอบปากคำ และแจ้งข้อหาขับรถประมาท พร้อมจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้