วอนหยุดความเชื่อผิดๆ เนื้อ-กระดูก พะยูน ไม่ใช่ยาบำรุงกำลัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • พะยูนเกยตื้นตายปริศนาในทะเลไทยและถึง 3 ตัวในระยะเวลาเพียง 4 เดือน
  • ด้านเพจ Street Hero Project คาดสาเหตุมาจากความเชื่อผิดหลังมีคนคิดว่าชิ้นส่วนของมันเป็นยาบำรุงร่างกาย-ทำเสนห์ยาแฟก
  • วอนหากพบเห็นกลุ่มคนซื้อ-ขาย ชิ้นส่วนพะยูน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที

ช่วงนี้มีบ่อยครั้งมากที่ได้ทราบข่าวของพะยูนต่างเกยตื้นตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยในระยะ 4 เดือนที่ผ่านมาพบพวกมันเกยตื้นตายแล้ว 3 ตัว อีกทั้งในช่วงเวลาเดียวกันยังมีพะยูนน้อยอีก 2 ตัวที่พลัดหลงจากฝูงเกยตื้นในืพ้นที่ จ.กระบี่ ก่อนที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยชีวิตได้ คือ มาเรียม และ ยามีล สร้างความแปลกใจให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมากถึงการเกิดเหตุดังกล่าวในครั้งนี้

วันนี้ (14 ก.ค. 2562) เพจ Street Hero Project ได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นกับพะยูนในทะเลไทยในครั้งนี้ นอกจากมาจากธรรมชาติแล้ว ส่วนหนึ่งคงไม่พ้นมาจากน้ำมือของมนุษย์ เพราะยังมีคนออกล่าพะยูน จากมีความเชื่อผิดๆ ว่า

เนื้อกับกระดูกของพะยูนใช้บำรุงร่างกาย เขี้ยวของมันใช้ทำเครื่องราง แถม “น้ำตา” นั้นเชื่อว่าทำเสน่ห์ได้! ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก และอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของพะยูนในท้องทะเลไทยได้

โดยเพจดังกล่าวได้เผยว่า ความเชื่อนี้มาจากเนื้อเพลงของเพลงๆ หนึ่งที่เผยว่า ผู้ชายเขาโอดว่าไปไหนไม่รอด เพราะถูกเสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง หรือน้ำตาพะยูนนั่นเอง แม้เรื่องนี้เป็นเพียงข้อสัญนิษฐาน แต่หากลองคิดดีๆ การที่ มาเรียม พลัดหลงฝูงออกมา ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่มีคนไปจับตัวมา เพื่อให้แม่พะยูนปล่อยน้ำตาแห่งความคิดถึงลูกก็เป็นได้

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ เพจ Drama-addict ที่นำไปขยายความต่อพร้อมเรียกร้องว่า หากพบเห็นการซื้อขายเขี้ยวพะยูน น้ำตาพะยูน ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันทีเพื่อจะได้เข้าตรวจสอบและจับกุมอย่าให้ขบวนการนี้มีที่ยืนอีกต่อไป ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์ฝห้พะยูนอยู่คู่ทะเลต่อไปอีกนานเท่านาน

พะยูน ถือเป็นสัตว์ป่าสงวน

สำหรับ พะยูน นั้นถือเป็น 1 ในสัตว์สงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองป่า พ.ศ.2535 หากพบว่ามีการล่า หรือพยายามล่า โดยที่ไม่เป็นข้อยกเว้น มีโทษคือ จำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท สำหรับความผิดดังต่อไปนี้ มีไว้ในครอบครอง สัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

โทษปรับไม่เกินห้าพันบาท สำหรับความผิดดังต่อไปนี้ นำสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี นำสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า โดยไม่แจ้งหรือแสดงใบอนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสัตว์ป่า เป็นต้น

ผบ.ตร. ห่วงอุบัติเหตุช่วงหยุดยาวเข้าพรรษา ขอปชช. ตรวจสภาพรถ-คน ก่อนเดินทาง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผบ.ตร. สั่ง เจ้าหน้าที่อำนวจความสะดวกประชาชนช่วงหยุดยาวเทศกาลเข้าพรรษา
  • แนะประชาชนเตรียมความพร้อมรถ-คน ก่อนออกเดินทาง
  • มีน้ำใจให้กันและกันระหว่างการใช้ถนน ลดอุบัติเหตุ และการกระทบกระทั่ง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงการอำนวยความสะดวกการจราจร และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ห้วงวันหยุดติดต่อหลายวัน ของวันสำคัญทางศาสนา วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 2562 ว่า

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนที่เดินทางสัญจรไปมา

พร้อมเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนน รวมทั้งขยายผลปลุกสำนึกวินัยจราจรไปด้วยกันอย่างกว้างขวาง เพื่อช่วยเตือนประชาชนให้มีสติตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ลดพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

และมีมาตรการสำคัญเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน ยานพาหนะและสภาพแวดล้อม การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ และมาตรการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรวดเร็วและปลอดภัย

สั่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจในพื้นที่สำคัญ

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องลงไปกำกับดูแลการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บูรณาการกับ ทหารฝ่ายปกครอง หน่วยงานภาครัฐ ประชาชน

และที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ ออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรตามสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ท่าเรือ

เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่จะเดินทางไปยังภูมิลำเนาหรือสถานที่สำคัญต่างๆทั่วประเทศ โดยให้มีแผนเผชิญเหตุและการซักซ้อมแผนการปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุหมู่ หรือ ภัยพิบัติต่างๆ มีการตรวจสอบความพร้อมเส้นทาง การเปิดช่องทางจราจร ทางเลี่ยง

พร้อมมีมาตรการให้ผู้ประกอบการรถขนส่งสาธารณะตรวจสภาพรถ สภาพความพร้อมคนขับ เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตรวจวัด ปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จากสาเหตุเมาแล้วขับ

วอนประชาชนง่วงควรพัก – เคารพกฎจราจร ลดอุบัติเหตุช่วงเดินทาง

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ประชาชนขับรถตามกฎจราจร มีวินัย และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง หากขับรถเป็นเวลานานรู้สึกเพลีย หรืออ่อนล้า ก็สามารจอดพักผ่อนก่อนจะเดินทางต่อ ตามจุดบริการประชาชนของตำรวจทางหลวง หรือ จุดบริการที่หน่วยงานต่างๆได้จัดเตรียมไว้

อีกทั้งหากต้องการแจ้งเหตุ สอบถามข้อมูลเส้นทาง หรือ ติดต่อขอความช่วยเหลือ สามารถโทรได้ที่หมายเลข 191 , 1193(ตำรวจทางหลวง) ,1599 และ SMS 191 หรือผ่านแอปพลิเคชั่น Police I Lert u ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘ศรีสุวรรณ’ ชี้ถ้า ‘ธนาธร-ช่อ พรรณิการ์’ พูดเพื่อชังชาติ จ่อยื่นฟ้อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • “ศรีสุวรรณ จรรยา” โพสต์ข้อความกรณี ธนาธร และ ช่อ พรรณิการ์ เดินทางไปต่างประเทศพบปะนักการเมือง ชี้หากพูดชิงชาติประเทศ จะะยื่นให้อัยการส่งศาล รัฐธรรมนูญสั่งระงับ
  • นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางไปหลายประเทศในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 9-15 กรกฎาคม 2562

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ศรีสุวรรณ จรรยา” ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางไปหลายประเทศในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 9-15 กรกฎาคม 2562 เพื่อพบปะกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป และพูดคุยเรื่องสถานการณ์การเมืองในไทย โดยมีข้อความระบุว่า

“การเดินทางไปพบปะกับนักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป สหประชาชาติ สื่อมวลชนในหลายประเทศ และการบรรยายสาธารณะ ถ้าไปพูดเพื่อชังชาติ เดี๋ยวจะยื่นให้อัยการส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับ”