เด้ง! ตำรวจหลักสอง 7 นาย เซ่นคลิปซ้อมผู้ต้องหา

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปตำรวจ สน.หลักสอง 7 นาย รุมทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือและอยู่บนท้ายกระบะ ขณะคุมตัวมาดำเนินคดี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (11 ก.ค.62) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 มีคำสั่งให้ตำรวจหลักสองทั้ง 7 นาย ที่ปรากฏในคลิปทั้งหมด

ซึ่งเป็นสารวัตร 1 นาย, รองสารวัตร 2 นาย และตำรวจสายตรวจ 4 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความโปร่งใสตอบคำถามสังคมได้

พร้อมทั้ง ต้องดูข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง พฤติการณ์ของผู้ต้องหาว่ามีการขัดขืนการจับกุม ต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตามหลักยุทธวิธีตำรวจ จะคำนึงถึงความปลอดภัย ระดับการใช้กำลังในขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่การจับกุมการตรวจค้น การควบคุมผู้ต้องหา ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็มิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้ที่ถูกจับกุมหรือประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บ กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน จากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สังคมให้เกิดความสงบเรียบร้อย

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกทำร้ายร่างกาย เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุคลุ้มคลั่ง ที่วัดบุณยประดิษฐ์ ย่านบางแค ซึ่งจากการตรวจปัจสาวะเป็นสีม่วง ส่งตัวดำเนินคดี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และมีประวัติเคยถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติด

เครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ทอ. ตก ที่เชียงใหม่ นักบินดับ 1 รอด 1 นาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เครื่องบินฝึกขับไล่ของกองทัพอากาศตกที่เชียงใหม่
  • ทำให้นักบิน 2 นาย เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 1
  • สาเหตุมาจากเครื่องขัดข้องต้องดีดตัวสละอากาศยานเป็นการด่วน

เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ของกองทัพอากาศตกที่ บริเวณวัดป่าเปอะซอย 11 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้มีนักบินเสียชีวิต 1 นาย และปลอดภัย 1 นาย

โดยพล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เผยว่าสาเหตุของเครื่องบินตกครั้งนี้เกิดจากเครื่องขัดข้อง ทำให้นักบินต้องทำการสละอากาศยานดีดตัวออกมา แต่นักบินที่ 2 เกิดพลาดท่าเสียชีวิต ขณะที่นักบินที่ 1 ปลอดภัย บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

สำหรับ เครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ZA/ART เป็นเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นบรรจุประจำการตั้งแต่ปี 2537 มีอายุการใช้งานกว่า 25 ปี มีเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ไม่สามารถตอบสนองภารกิจการฝึกกับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงของกองทัพอากาศต่อไปได้ ปัจจุบันมีสภาพความพร้อมปฏิบัติการ (FMC) ลดลงมีข้อขัดข้องด้านการส่งกำลังและซ่อมบำรุง มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเพิ่มขึ้น และไม่คุ้มค่าในการยืดอายุการใช้งาน

กองทัพจึงมีแนวคิดจะปลดประจำการ เครื่องบินแบบฝึก L-39(Aero L39ZA/ART) และจัดหาเครื่องบินฝึกแบบใหม่เพื่อมาทดแทน ปัจจุบัน L-39 (Aero L39ZA/ART) ก็ได้เริ่มทยอยปลดประจำการไปบ้างแล้ว และกองทัพอากาศเตรียมรับมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นแบบใหม่ ที่กองทัพอากาศได้จัดซื้อจากประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) นั่นก็คือ “บ.T-50”

ภาพจาก กูรูเชียงใหม่ เรื่องเชียงใหม่กูรู้ และ กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force

ชื่นชม! กลุ่มพนง.ขนสินค้า ‘ไวไว’ หยุดช่วยเหลือครอบครัวรถเสียกลางดึก

ประเด็นน่าสนใจ

  • พ่อ-แม่-ลูก เกิดรถเสียกลางดึกอยู่ข้างถนนทางไป อ.ด่านซ้าย จ.เลย
  • กลุ่ม พนง. บริษัทผู้ผลิต ไวไว มาเห็นจึงเข้าช่วยเหลือ ด้วยการยกรถและไปส่งถึงบ้าน
  • คนชื่นชมในความมีน้ำใจ และทำให้เห็นว่าคนไทยไม่เคยทิ้งกันในยามลำบาก

นายวัชรินทร์ มหานาม พนักงานขับรถฝ่ายการตลาดของบริษัทโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จํากัด หรือที่รู้จักกันดีในชื่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราไวไว ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวสุดประทับใจ หลังจากพวกเขาได้เข้าช่วยเหลือพ่อ-แม่-ลูก ครอบครัวหนึ่ง ที่เกิดรถเสียข้างทางกลางดึก

บนถนนในพื้นที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่เต็มไปด้วยป่า ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางไปเปิดบูธในงานเทศกาลผีตาโขน สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ติดตามเรื่องราวดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าในความลำบากคนไทยก็ไม่เคยทิ้งกัน

โดยนายวัชรินทร์ เผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ขบวนรถอยู่บนถนน ตนเห็นว่ามีแสงสีขาวเลือนลางอยู่ริมทาง จึงตัดสินใจพากันหยุดรถและส่องไฟดูให้แน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะพบว่ามีครอบครัวหนึ่งที่ประกอบไปด้วยพ่อ-แม่-ลูก กำลังช่วยกันซ่อมรถจักรยานยนต์อยู่ท่ามกลางความมืด จากนั้นรอเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่ขับตามหลังมา เพื่อจะได้ลงไปพร้อมกันทั้งหมด หากเกิดอะไรขึ้นก็จะได้ช่วยกัน

หลังจากนั้นจึงได้ลงไปสอบถามกับพ่อของเด็กทราบว่า โซ่รถจักรยานยนต์ขาดจึงถามไปว่าทำไม่ไม่เอาไฟจากโทรศัพท์มาส่อง พ่อเด็กตอบว่าผมไม่มีโทรศัพท์ พวกตนจึงตัดสินใจยกรถจักรยานยนต์ที่เสียขึ้นรถบรรทุกสี่ล้อเล็กที่มากับขบวน จากนั้นก็ไปส่งถึงบ้านซึ่งหากจากจุดเกิดเหตุประมาณ 8 กิโลเมตร เพราะเห็นว่าคงไม่สามารถซ่อมได้แล้วดังกล่าว