รูปแบบใหม่! ขบวนการลักลอบทำไม้เขมร ใช้ เด็ก-ผู้หญิง ขนไม้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขบวนการลักลอบตัดไม้ เริ่มส่งผู้หญิงและเด็กเยาวชน เข้ามากระทำผิด เพื่อต่อสู้กับขบวนการยุติธรรมของกฏหมายไทย
  • เจ้าหน้าที่เผย มีการใช้อาวุธ(สงคราม) ในการคุ้มกันการกระทำผิด ยิงปืนเปิดทาง และข่มขู่ ข่มขวัญ เจ้าหน้าที่ไทย

วันที่ 9 ก.ค.2562 นายวุฒิกุล งามปัญญา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ รายงานว่า พฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการทำไม้ แนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ. 9 อุบลราชธานี ได้สั่งการตามแผน การเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ SMART Patrol System สำรวจและป้องกันภัยคุกคาม ทุกด้านโดยเฉพาะ การทำไม้พะยูง /ไม้มีค่า และการล่าสัตว์ป่า

จนท.กรมอุทยานฯ เผย 9 เดือนที่ผ่านมาทราบว่า ป่าตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ถูกตัดโค่นไม้เป็นอย่างมาก จากการลาดตระเวณพบมีการคุ้มกัน ชุดคุ้มกันมีอาวุธสงครามประจำกาย คอยเปิดทาง และนำส่งให้ถึงพื้นที่ แล้วคอยคุ้มกันรอบนอก ถ้า จนท.กรมอุทยานฯ ตรวจพบ ก็จะหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ถ้าเจอขณะขนย้ายไม้ เหตุนี้ชุดคุ้มกัน จะยิงเพื่อเปิดทางและยิงสกัดต่อสู้

ในขณะเดียวกันช่วงนี้ กลุ่มขบวนการทำไม้ เปลี่ยนแนวทำใหม่ โดยใช้เด็กและผู้หญิง ขึ้นมาขน ส่วนชุดตัด และชุดคุ้มกัน ยังเป็นผู้ชาย ซึ่งการใช้เด็กหรือผู้หญิง จะได้รับสิทธิ์คุ้มครอง

ทาง จนท.กรมอุทยานฯ ได้เปิดเผยผลการสนธิกำลังร่วมกับ ตชด.21 และกองกำลังสุรนารี ลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ช่องกระโดน ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ว่า

วันที่ 6 กค.2562 เวลาประมาณ 17:20 น.ขณะที่ลาดตระเวน ได้ยินเสียงเลื่อยยนต์ ในระยะห่าง จึงเคลื่อนตัวเข้าใกล้เพื่อตรวจสอบ แต่ได้ยินเสียงปืนยิงเตือนรัวเป็นชุดๆ ประมาณ 8-10 นัด เนื่องจากอยู่ใกล้ชายแดนและพลบค่ำ จนท. จึงได้ ซุ่มรอตรวจสอบในวันรุ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2562 เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบไม้มะค่าโมงถูกตัดและแปรรูป กระจายอยู่ใกล้กันจำนวน 6 ต้น ไม้แปรรูปถูกขนย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว จึงดักซุ่มใกล้ที่เกิดเหตุ

จากนั้นวันจันทร์ที่ 8 ก.ค. 2562 เวลา 15:20 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาหญิงชาวกัมพูชา 1 คน พร้อมจักรยานยนต์ 1 คัน และ ไม้มะค่าโมง 1 ท่อน

และวันนี้ 9 ก.ค.2562 จะเข้าตรวจยึดไม้ของกลางในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม

ข้อมูลจาก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ. สบอ. 9 อุบลราชธานี

กรมสุขภาพจิตแนะผู้ติดสุรา ค่อยๆ ลดการดื่ม ป้องกันอาการถอนพิษสุรารุนแรง

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมสุขภาพจิต แนะผู้ที่ติดสุราและต้องการจะงดสุราในช่วงเข้าพรรษานี้ ควรจะค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มสุราลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะงด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการถอนพิษสุรารุนแรง และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตเผยว่า ผู้ติดสุราจะเสี่ยงต่อการเกิดโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า ผู้ที่ซึมเศร้าเมื่อดื่มหนักจะเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตายค่อนข้างสูง
  • ครอบครัวและคนรอบข้าง ถือเป็นผู้สนับสนุนและผู้สร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญในการเลิกดื่มสุรา

วันนี้ (9 กรกฎาคม 2562) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สุรามีผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ดื่ม เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการดื่มสุราของประชากร พ.ศ.2560

จากผลสำรวจ พบว่า จากจำนวนประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปีที่แล้วประมาณ 15.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 28.4 โดยเป็นผู้ที่ดื่มสม่ำเสมอ 6.98 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.5 และเป็นผู้ที่ดื่มนานๆ ครั้ง 8.91 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.9 ในกลุ่มอายุ 25-44 ปี มีอัตราการดื่มสุราสูงสุด ร้อยละ 36 กลุ่มอายุ 20-24 ปี ดื่มสุราร้อยละ 33.5 กลุ่มอายุ 45-49 ปี ดื่มสุราร้อยละ 31.1 กลุ่มผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ดื่มสุราร้อยละ 15.2 และกลุ่มเยาวชน อายุ 15-19 ปี มีอัตราการดื่มสุราต่ำสุด ร้อยละ 13.6

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า การดื่มสุราเป็นอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งปัญหาสุขภาพ เช่น การบาดเจ็บ ที่เกิดจากการทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุจราจร การเจ็บป่วย อาทิ ปวดหัว แผลในกระเพาะ ตับอักเสบ ตับแข็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ วิตกกังวล ซึมเศร้า

อีกทั้งการใช้สุราในทางที่ผิดและการติดสุรา มักพบร่วมในผู้ป่วยโรคจิตเวชอื่น ตัวอย่างเช่น ผู้ติดสุราจะเสี่ยงต่อการเกิดโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า 2.1-4.8 เท่า และโรคจิต 6 เท่า ผู้ที่ซึมเศร้าเมื่อดื่มหนักจะเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตายค่อนข้างสูง การดื่มหนักจะทำให้อาการซึมเศร้าและโรควิตกกังวลแย่ลง และการดื่มสุราจะทำให้ผู้ป่วยโรคจิตเภทมีผลการรักษาไม่ดี เป็นต้น

โดยลักษณะอาการถอนพิษสุรา คือ ผู้ที่ติดสุราหรือดื่มหนักมากหรือดื่มติดต่อกันหลายวัน เมื่องดหรือหยุดดื่มสุราจะเกิดอาการขาดสุรา หากเกิดระดับไม่รุนแรงมักเกิดขึ้นใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากหยุดดื่มสุรา จะเริ่มมีอาการวิตกกังวล รู้สึกกระวนกระวาย เบื่ออาหาร มือสั่น ใจสั่น อาการจะเริ่มหายไปใน 48 ชั่วโมง

ส่วนอาการขาดสุราระดับรุนแรง มักเกิดขึ้นหลังงดหรือหยุดดื่มสุรา 12-48 ชั่วโมง เริ่มจากอาการแสดงออกระบบประสาทอัตโนมัติทำงานมากผิดปกติ บุคคลเกิดความสับสนอย่างมาก พร้อมกับอาการมือสั่น ตัวสั่น นอกจากนี้ ยังมีคนจำนวนไม่น้อยมีอาการถอนพิษสุรารุนแรง ในวันที่ 3-4 ของการงดดื่มสุรา ทำให้เกิดอาการเพ้อ สับสน หูแว่ว ประสาทหลอน หวาดระแวง หลงผิด หรือเกิดอาการชักได้

ดังนั้น กรมสุขภาพจิตขอแนะนำผู้ติดสุราที่ตั้งใจจะงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษาที่จะถึงนี้ ว่าควรจะค่อยๆ ลดปริมาณการดื่มสุราลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะงด โดยเริ่มลดตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันเข้าพรรษา 17 กรกฎาคม ก็จะสามารถเลิกหรือหยุดดื่มได้อย่างที่ตั้งใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการถอนพิษสุรารุนแรง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากต้องการงดหรือหยุดดื่มทันทีก็สามารถทำได้ ซึ่งต้องไปพบแพทย์ก่อนวันที่จะเริ่มงด   โดยแพทย์จะให้ยารับประทาน เพื่อลดการเกิดอาการถอนพิษสุรารุนแรง ทำให้ผู้ที่ต้องการงดเหล้าเข้าพรรษา สามารถงดได้ตามความต้องการอย่างปลอดภัย และสามารถโทรปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตจากสุรา เพิ่มเติมได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ครอบครัวและคนรอบข้าง ถือเป็นผู้สนับสนุนและผู้สร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญในการเลิกดื่มสุรา โดยครอบครัวต้องพร้อมที่จะเข้าใจ เห็นใจ ให้กำลังใจ และยอมรับ เพื่อให้เขารู้ว่า ยังมีครอบครัวที่หวังดีและจริงใจ แม้ในยามเผชิญเหตุการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งจะช่วยให้ ผู้ติดสุรามีความพยายามตั้งใจในการเลิกดื่มได้นานขึ้น โดยครอบครัวหมั่นสำรวจติดตาม และชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จเป็นระยะๆ รวมทั้งกล่าว   ชื่นชมในทุกความสำเร็จ ตลอดจนจะช่วยลดการกลับไปดื่มซ้ำ

หลังจากเลิกดื่มสุราแล้ว ไม่ให้กลับไปดื่มอีก อีกทั้งยังสามารถบอกกล่าวให้ไปรับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่ติดสุราหรือผู้ที่มีอาการถอนพิษสุราได้ โดยจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของสุรา และให้การปรึกษาเพื่อลดและหยุดดื่มสุรา

ปตท. – บางจาก ปรับราคาน้ำมัน พรุ่งนี้ (10 ก.ค. 62)

วันนี้ (9 ก.ค. 2562) บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก (PTTOR) และ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 30 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 เพิ่มขึ้น 15 สตางค์ต่อลิตร โดยผลการปรับขึ้นราคาดังกล่าวให้มีผลเวลา 05.00 น. ของวันที่ 10 ก.ค. 2562

สำหรับการขึ้นราคาใหม่ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันต่างๆ ปรับขึ้นดังนี้
แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 27.58  บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 27.85 บาทต่อลิตร
เบนซิน 95 เฉพาะปตท. อยู่ที่  35.26 บาทต่อลิตร
ดีเซล อยู่ที่  26.59 บาทต่อลิตร
และ E85 อยู่ที่ 20.09 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าขนส่งของแต่ละพื้นที่