Café Amazon Circular Living Concept @สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (พีทีที โออาร์) และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (จีซี)
ร่วมแถลงข่าว ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ เปิดร้าน “คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์” (Café Amazon Circular Living Concept) สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน ตอบโจทย์แนวคิดรักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยนำขยะมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยตกแต่งร้าน

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ปตท. ได้ร่วมผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์สีเขียวในประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา สำหรับร้าน คาเฟ่ อเมซอน สาขา พีทีที สเตชั่น สามย่าน แห่งนี้ สถาบันนวัตกรรม ปตท. ได้นำเยื่อกาแฟ (Coffee Chaff) ซึ่งเป็นของเหลือหลักจากโรงคั่วกาแฟ นำมาบดและอบเพื่อไล่ความชื้น และขึ้นรูปเป็นวัสดุคอมโพสิต ร่วมกับน้ำยา อีพอกซี เรซิน (Bio-Based Epoxy) เพื่อใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการทำโต๊ะ ตู้ เคาน์เตอร์ ชั้นวางของ และเฟอร์นิเจอร์ โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คือ น้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้มาก ผิวมันวาว คงทนต่อสารเคมีได้ดี เป็นการนำเยื่อกาแฟมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พีทีที โออาร์ กล่าวว่า คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ ยังสะท้อนเจตนารมณ์ของ พีทีที โออาร์ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. ในการสร้างธุรกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลัก “เทส ออฟ เนเจอร์” (Taste of Nature) ของ คาเฟ่ อเมซอน อีกทั้งการที่ คาเฟ่ อเมซอน เป็นผู้นำทางการตลาดของธุรกิจกาแฟที่มีจำนวนสาขาและยอดขายสูงที่สุด จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะภายในร้านและการลดปริมาณการใช้อุปกรณ์พลาสติก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

โดย คาเฟ่ อเมซอน ได้ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ของใช้ภายในร้านให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ อาทิ แก้วร้อน (Bio PBS) ที่เป็นแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพย่อยสลายสู่ธรรมชาติได้ 100% แก้วเย็น (Bio PLA) ที่ทำจากพืช 100% หลอด (Bio PBS + PLA) รวมถึงการใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกใส่เบเกอรี่ ซึ่งจากการดำเนินงานโดยรวมทั้งหมดสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกของร้านได้ถึง 645 ตันต่อปี

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จีซี กล่าวว่า ในฐานะผู้ผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิวัติการใช้ทรัพยากร (Resource Revolution) ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ให้ความสำคัญในการนำขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งอย่างไร้ค่ามาสร้างสรรค์ออกแบบร่วมกับดีไซน์เนอร์ให้เป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง (Circular Living) ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลก โดยผลิตภัณฑ์รักษ์โลกของ จีซี

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

ความพิเศษของ ร้าน คาเฟ่ อเมซอน คอนเซ็ปต์ สโตร์ คือ ใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาตกแต่งทั้งภายในและภายนอกร้าน ที่ทำมาจากวัสดุเหลือใช้ทั้งจากภายในร้าน คาเฟ่ อเมซอน โรงคั่วกาแฟ และขยะพลาสติกที่นำมาแปรรูปและออกแบบเป็นของตกแต่ง ภายใต้แนวความคิด “เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง” ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพและรู้คุณค่าตามหลักการบริหารจัด การทรัพยากรตามหลัก 5Rs ภายในองค์กร (Reduce การลดการใช้ Reuse การใช้ซ้ำ Recycle การแปรรูปมาใช้ใหม่ Renewable การใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน และ Refuse การปฏิเสธการใช้) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก (BioPlastic) ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติถือเป็นพลาสติกทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ จีซี ให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างถูกวิธี และจัดการอย่างเหมาะสม สามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Café Amazon Circular Living Concept at PTT Station สามย่าน ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนโลกเพื่อคอกาแฟ

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

1.Upcycling Decorative Wall ผนังตกแต่งร้านรูปนกมาคอร์ แก้วกาแฟพลาสติกโพลีโพรพิลีน หรือ PP ของคาเฟ่ อเมซอน กว่า 5,000 ใบ

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

2.Upcycling Table โต๊ะ Coffee Chaff Waste หรือเยื่อกาแฟที่เป็นของเสียจากโรงคั่วกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ถูกนำมาอบและบดเพื่อไล่ความชื้น และขึ้นรูปนำมาประกอบเป็นโต๊ะที่แข็งแรง และทนทานต่อการใช้งาน

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

3.Upcycling Shelves ชั้นวางของ Coffee Chaff Waste หรือเยื่อกาแฟที่เป็นของเสียจากโรงคั่วกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ถูกนำมาอบและบดเพื่อไล่ความชื้น และขึ้นรูปนำมาประกอบเป็นชั้นวางของที่แข็งแรง และทนทานต่อการใช้งาน

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

4.Upcycling Cabinet ตู้ Coffee Chaff Waste หรือเยื่อกาแฟที่เป็นของเสียจากโรงคั่วกาแฟคาเฟ่ อเมซอน ถูกนำมาอบและบดเพื่อไล่ความชื้น และขึ้นรูปนำมาประกอบเป็นตู้ที่แข็งแรง และทนทานต่อการใช้งาน

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

5.Upcycling Vertical Garden กระถางสวนแนวตั้ง จากแกลลอนนมพลาสติกที่ใช้ภายในร้านคาเฟ่ อเมซอนกว่า 6,300 ขวด

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

6.Eco-Board ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟคาเฟ่ อเมซอนที่ใช้แล้วกว่า 7,200 ถุง ถูกนำมาบดอัดขึ้นรูปกลายเป็น Board สีสันสวยงาม นำมาติดตั้งเป็นผนังตกแต่งหลังเคาน์เตอร์

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

7.Upcycling Ceiling เพดาน ถาดพลาสติกชนิด Polystylene ที่ใช้ในร้านคาเฟ่ อเมซอน กว่า 75,000 ชิ้น ถูกนำมาบดขึ้นรูปใหม่และติดตั้ง นำมาออกแบบติดตั้งเป็นเพดานร้าน

Café Amazon สามย่าน ร้านกาแฟรักษ์โลก

8.Upcycling Armchair จากขยะขวดน้ำดื่ม PET จำนวน 1,200 ขวดถูกนำมาใช้ใหม่นำมาใช้ผลิตเป็นชุดเก้าอี้และโซฟาที่ใช้ภายในร้านคาเฟ่อเมซอน

พีทีที โออาร์ เล็งเห็นว่าวัสดุใช้แล้วภายในร้านจำนวนมากสามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์ได้อีก จึงเป็นที่มาของความร่วมมือจนเกิดเป็น คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ สาขาต้นแบบ ทั้งนี้ พีทีที โออาร์ ยังคงมีแผนการขยายร้านคาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ ในอนาคตเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับกลุ่ม ปตท. ต่อไป

จนท.เข้าช่วยเหลือ หมีหมาถูกยิงด้วยปืนลูกซอง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เข้าช่วยเหลือหมีหมาได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยปืนลูกซอง ทีมสัตวแพทย์ระดมกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่แต่สุดยื้อชีวิต

วันที่ 9 ก.ค. 2562  หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน  รายงานการช่วยเหลือสัตว์บาดเจ็บในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน  เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562    เมื่อเวลา 17.30 น. ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) ได้รับแจ้งจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยันว่า.มีราษฎรแจ้งข่าวว่า พบหมีหมา 1 ตัว ได้รับบาดเจ็บอยู่บริเวณบ้านคลองชุน หมู่ 13 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี

จึงได้ประสานงานและสั่งการนายสัตวแพทย์ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้การช่วยเหลือหมีหมาดังกล่าว 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า หมีหมาตัวดังกล่าวมีบาดแผลตามร่างกาย คาดว่าอาจจะถูกยิงด้วยปืนลูกซอง (ลูกปราย) ลักษณะภายนอกที่สังเกตได้ ร่างกายผอม ไม่มีแรง มีแผลบริเวณหลัง และด้านข้างลำตัว ลักษณะบาดแผล เน่า มีหนอนอยู่เต็มในบาดแผล จึงได้ทำการวางยาและนำมาดูแลรักษา ให้การช่วยเหลือที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาท่าเพชร

สำหรับแนวทางการรักษาเบื้องต้น วันที่  9 ก.ค.2562   นายสัตวแพทย์ ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.4 จะทำการวางยาอีกครั้ง เพื่อทำการล้างแผล และโรยยาฆ่าหนอนแมลงวัน พร้อมทั้งฉีดยาฆ่าเชื้อ ยาลดการอักเสบ-ลดปวด และยาบำรุงต่างๆ รวมทั้งให้พักผ่อน และทำการดูแลในกรงเลี้ยงที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาท่าเพชรต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น. หมีได้เสียชีวิตลง  ทีมสัตวแพทย์กำลังทำการผ่าตัดชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

กรมอุทยานฯ เผย! คดีจับหอยมือเสือ รายการเกาหลีออกนอกพื้นที่ขออนุญาตถ่ายทำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงกรณีการแจ้งความดำเนินคดีรายการ The Law of Jungle จับหอยมือเสือ ชี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พบมีการออกนอกพื้นที่ขออนุญาตถ่ายทำรายการ
  • อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เห็นว่าการกระทําดังกล่าวเป็นความผิด จึงได้จัดทําบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา และดําเนินคดี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ชี้แจงถึงกรณีที่สื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปและภาพการจับหอย มือเสือซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2562 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ชี้แจงดังนี้

1. กรมการท่องเที่ยว มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตสร้างภาพยนตร์ ประเภท รายการโทรทัศน์ เรื่อง “Law of the Jungle” ในราชอาณาจักร เรียนถึง กรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะ ซิกซ์ เอลลิ เม้นท์ จํากัด แจ้งว่ามีมติอนุญาตให้สร้างภาพยนตร์ ประเภทรายการโทรทัศน์ เรื่อง “Law of the Jungle” ใน ราชอาณาจักร

ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในการเข้าไปถ่ายทําในพื้นที่ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งการใช้โดรน ของให้ผู้ประสานงานการถ่ายทําแจ้งขออนุญาต รวมทั้งต้องระมัดระวังไม่ให้ การถ่ายทําส่งผลกระทบ หรือทําลายภูมิทัศน์ในบริเวณสถานที่ถ่ายทําและไม่รบกวนการ ดํารงชีวิตของสัตว์ป่าในพื้นที่ดังกล่าว

2. กรมการท่องเที่ยว มีหนังสือขอความอนุเคราะห์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาอนุญาตให้คณะถ่ายทําเข้าไปถ่ายทําในพื้นที่บริเวณหาดเจ้าไหม เกาะ แหวนและเกาะมุก ในวันที่ 29 มีนาคม และ 2-3 เมษายน 2562 และขอความอนุเคราะห์จัดส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกํากับดูแลการถ่ายทําให้เป็นไปตาม เนื้อหาที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ทําให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ประเทศไทย

3. เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีหนังสือแจ้งกรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะ ซิกซ์ เอลลิเม้นท์ จํากัด ว่า อนุญาตให้เข้าไปถ่ายทําในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยให้บริษัทชําระค่าธรรมเนียม สําหรับการถ่ายทํา อัตราวันละ 4,000 บาท จํานวน ๔ วัน เป็นเงิน 16,000 บาท

รวมทั้งค่าบริการสําหรับบุคคล และยานพาหนะ โดยให้ชําระค่าบริการดังกล่าวเพียงครั้งเดียวในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทําในเขตอุทยาน แห่งชาติ และค่ากํากับดูแลการถ่ายทําสําหรับเจ้าหน้าที่ตามที่กําหนดไว้ พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและ ระเบียบด้วย และได้มอบหมายให้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นผู้แทนไปกํากับดูแลการถ่ายทําตามกําหนด

  • บริเวณหาดเจ้าไหม วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2562
  • บริเวณเกาะมุก วันอังคารที่ 2 และวันพุธที่ 3 เมษายน 2562
  • บริเวณเกาะแหวน วันจันทร์ที่ 1 เมษายน และวันพุธที่ 3 เมษายน 2562

4. ในช่วงระยะเวลาการถ่ายทํา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ควบคุมกํากับดูแลตามที่กรมอุทยานแห่งชาติฯสั่งการ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ไม่ปรากฏว่าคณะผู้ถ่ายทําได้กระทําความผิดตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ยกเว้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 คณะผู้ถ่ายทําแจ้งว่า จะทําการถ่ายทําใน บริเวณอ่าวสบาย เกาะแหวน และถ้ำมรกต โดย

  • ช่วงเช้า จนกระทั่งถึงช่วงบ่าย คณะถ่ายทําได้ดําเนินการถ่ายทําบริเวณอ่าวสบาย โดยมี เจ้าหน้าที่ควบคุมการถ่ายทํา
  • คณะถ่ายทําจํานวน 2 คน ไปทําการถ่ายทําในบริเวณเกาะแหวน หลังจากนั้นช่วงบ่ายได้ เกิดพายุลมแรง ทําให้คณะถ่ายทําแจ้งยกเลิกการถ่ายทําบริเวณถ้ำมรกต โดยจะขอเลื่อนการถ่ายทําไปเป็นวันที่ 2 เมษายน 2562 และหลังจากนั้นมิได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานว่าจะไปถ่ายทําที่ใดอีก
  • จากข้อมูลซึ่งทางอุทยานฯได้สอบถามกับคนขับเรือที่ปรากฏอยู่ในสื่อ แจ้งว่า ได้ไปรับ คณะถ่ายทําที่บริเวณอ่าวสบาย ในวันที่มีคลื่นลมแรง เพื่อนําไปยังบริเวณอ่าวโต๊ะอุดัง (บริเวณที่เกิดเหตุ) โดยที่มิได้มี การแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานได้รับทราบ หลังจากนั้นผู้ขับเรือได้นําคณะกลับมาส่งยังอ่าวสบาย

5. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 สื่อโซเชียลโดยผู้ใช้เฟสบุ๊ค นามว่า Bussaba Wanlapatith ได้ส่ง คลิปให้ทางอุทยานตรวจสอบ ว่ามีการจับสัตว์น้ำชนิดหอยมือเสือมาเผยแพร่ในโซเชียล

6. อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้ว เห็นว่าเป็นการกระทําความผิด กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่า จากพฤติการณ์ที่ปรากฏเป็นการกระทําต่อหอยมือเสือ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม กฎกระทรวงที่กําหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๔๖ ประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ ลําดับที่ ๑๑

จากการกระทําดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๒๖ (๓) นําสัตว์ ออกไปหรือกระทําด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ และความผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๖ ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง

เว้นแต่เป็นการกระทําโดยทางราชการที่ ได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๒๖, มาตรา ๑๙ ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของ สัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กําหนดตาม มาตรา ๑๗ ที่ได้มาจาก การเพาะพันธุ์หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว

และโดยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีแลต้องปฏิบัติตามข้อกฎกระทรวงและ เงื่อนไขที่กําหนดไว้ในใบอนุญาต มาตรา ๒๑ ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ทําอันตรายหรือมีไว้ครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง”

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เห็นว่าการกระทําดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงได้จัดทําบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา และดําเนินคดี ที่ สภ.กันตัง เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป