มิติใหม่ไลฟ์สดขายชุดนอน ใส่จริง หลับจริง ยอดสั่งถล่มทลาย

มิติใหม่ของการไลฟ์สดขายชุดนอน ใส่จริง หลับจริงจนลูกค้าต้องโทรปลุก ปรากฎมียอดสั่งซื้อถล่มทลาย

เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการไลฟ์สดขายของ และถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อเพจ โคตรถูก shop live ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่มีพ่อค้าไลฟ์สดจัดเต็มใส่ชุดนอนหวานแหววเพื่อเรียกลูกค้า แต่เนื่องจากบรรยากาศเงียบเหงา ไม่มีคนดู สุดท้ายพ่อค้าคนดังกล่าวเผลอหลับไป จนลูกค้าต้องโทรศัพท์ไปปลุก แถมงานนี้ยังได้ยอดขายอีกเพียบ

โดยคลิปวิดีโอไลฟ์สดขายชุดนอนดังกล่าว ความน่ารักของคลิปอยู่ตรงที่พ่อค้าใส่ชุดนอนสีหวานแหววและทำกานรีวิวเอง แต่กลับไม่มีคนดู จนต้องเขียนเบอร์วางทิ้งไว้ จากนั้นตัวพ่อค้าได้นอนหลับโชว์และเกิดหลับไปจริงๆ ซึ่งปรากฎว่าช่วงที่พ่อค้าหลับไปประมาณ 10 กว่านาที กลับมีคนเข้ามาดูเกือบ 4 พันคน แถมยังมีลูกค้าโทรมาปลุกให้ลุกมาขายของ

ซึ่งงานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จโดยมียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างมากมาย ทั้งนี้นับเป็นมิติใหม่ของการขายของออนไลน์ที่หลายคนต่างชื่นชอบและต้องการอยากควักเงินซื้อของแบบไม่ต้องคิดเยอะ

รัฐบาลเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลวงยันไม่ได้แจกเงิน 3 พันรับเข้าพรรษา

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาล เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวหลอกลวงผ่านสื่อโซเชียล
  • แนะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางการ
  • ยืนยันไม่ได้แจกเงิน 3,ooo รับเข้าพรรษา

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตือนประชาชนใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะข้อความที่ส่งต่อกันผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียและข่าวที่บอกกันปากต่อปาก ซึ่งไม่มีแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ เช่น บัตรพลังงานช่วยรักษาโรค

ซึ่งล่าสุดมีข่าวลือว่า รัฐบาลแจกเงินสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นของขวัญวันเข้าพรรษา 3,000 บาท ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการจำนวนมากเดินทางไปยังธนาคาร เป็นต้น

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละเรื่อง และหน่วยงานระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนหมั่นติดตามข่าวและแจ้งเตือนสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึง รวมทั้งเร่งตรวจสอบต้นตอของข่าวที่ไม่ถูกต้องเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้

สำหรับเงินสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการจ่ายเงินเพิ่มใดๆ นอกเหนือจากที่เคยกำหนดไว้แล้ว เช่น ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่ารถโดยสาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ และอยู่ระหว่างเตรียมการลงทะเบียนรอบต่อไป

จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวหลอกลวง และหากต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงขอให้ติดต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรง หรือ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345 หรือศูนย์บริการข้อมูลของรัฐ 1111

โดนด้วย!! ผู้ปกครองเข้าข่ายความผิด กรณีเด็ก 13 ซิ่งบิ๊กไบค์

ประเด็นน่าสนใจ

  • คืบหน้าเหตุเด็กอายุ 13 ปี ซิ่งบิ๊กไบค์จนเกิดอุบัติเหตุ ด้านครอบครัวเผยลูกชายชอบขี่มอเตอร์ไซค์ จึงส่งเสริมและส่งลงแข่ง ชี้แม้จะอายุน้อยแต่ก็มีทักษะไม่แพ้ผู้ใหญ่
  • วันนี้ทางตำรวจ ได้นัดคู่กรณีเข้าเจราจา ขณะที่ ผู้ปกครองก็อาจมีความผิด ฐานะผู้ปกครอง เข้าข่ายเป็นผู้ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

จากกรณีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับขี่โดยเยาวชนอายุ 13 ปี พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของสองตายาย และรถยนต์อีก 1 คัน เหตุเกิดหน้าตลาดศรีอรุณ ท้องที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเด็ก 13 ได้รับบาดเจ็บ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นายสุวิทย์ พ่อของเด็กชายวัย 13 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุ ซิ่งรถจักรยานยนต์ ยนต์ บิ๊กไบค์ เปิดเผยว่าอาการของ น้อง โดยได้รับบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าด้านซ้ายหัก ซึ่งช่วงก่อนเกิดเหตุลูกชายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์มาทางตรง แต่เมื่อ ถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ตัดหน้าจึงเกิดเหตุดังกล่าว

ส่วนในประเด็นที่ว่าลูกชายอายุเพียงแค่ 13 ปี ทำไมถึงซื้อบิ๊กไบค์ เครื่องยนต์ขนาด 1,000 CC. ให้ขับนั้น ทางครอบครัวอธิบายว่า ก่อนหน้าลูกชายชอบขี่มอเตอร์ไซค์และอยากขับรถแข่ง จึงส่งไปเรียน และก็ลงแข่งขันที่สนามแม่ลาว เซอร์กิต ซึ่งคว้ามาได้หลายรางวัล แม้จะอายุน้อยแต่ก็มีทักษะไม่แพ้ผู้ใหญ่แน่นอน

ล่าสุดวันนี้ (9 ก.ค.62) ทางตำรวจภูธรสันกำแพง ได้นัดคู่กรณี เข้าเจราจาซึ่งหากผิดจริงก็พร้อมยอมรับ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ หลังปรากฎข่าวออกไป ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าอายุ เพียง 13 ปี สามารถขี่รถจักรยานยนต์ได้หรือไม่

สำหรับเรื่องนี้ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก ระบุไว้ชัดเจนว่า การขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนได้นั้นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งผู้ที่จะยื่นขอใบอนุญาตขับขี่นั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบรูณ์ / แต่ถ้ารถจักรยานยนต์นั้นมีกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบรูณ์ ก็สามารถขอใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวได้

ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนข้อหาขับขี่รถโดยไม่พกพาใบอนุญาตขับรถจะถูกปรับในอัตราเดียวกัน ขณะที่ ผู้ปกครองก็อาจมีความผิด ฐานะผู้ปกครอง เข้าข่ายเป็นผู้ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดต้องรับโทษ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กด้วย