ปัญหาการทยอยปิดตัวของ ‘ร้านโชห่วย’

ปัจจัยสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงการขยายตัวของเมืองหลวง ถือเป็นปัญหาของการทยอยปิดตัว ‘ร้านโชห่วย’

ปัญหาการทยอยปิดตัวของ ร้านโชห่วย จากการตรวจสอบพบว่าปัจจัยหลักมาจากสภาพเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองหลวง โดยยิ่งนานไปร้านโชห่วยเหล่านี้กลับยิ่งน้อยลง ซึ่งขณะนี้ร้านหลายแห่งจำใจต้องยอมรับสภาพหากวันหนึ่งจะถึงเวลาของการอวสานร้านโชห่วย

บริเวณตลาดสามย่านซึ่งในอดีตที่นี่เป็นชุมชนที่มีคนอยู่กันจำนวนมาก พบว่าเมื่อก่อนมีร้านโชห่วยหลายร้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น โดยผลกระทบจากนโยบายร้านโชห่วยธงฟ้า เป็นเพียงปัจจัยรองที่ทำให้ร้านโชห่วยทยอยปิดตัวลง ทางเจ้าของร้านโชห่วยให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า เนื่องจากร้านของตนตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมือง

เพราะฉะนั้นเมื่อมีการปรับปรุงทำเลให้สอดรับกับคนเมืองมากขึ้น จึงทำให้ร้านโชห่วยในละแวกเดียวกันต้องปิดตัว ส่วนร้านของตนก็มียอดขายลดลงกว่าครึ่ง สินค้าในร้านบางรายการก็ใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะขายหมด ทั้งที่เมื่อก่อนขายดีมากจนต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสินค้าที่ขายได้เรื่อยๆ ก็จะเป็นสินค้าประเภทเครื่องดื่ม และน้ำแข็ง ได้กำไรไม่มาก

ขณะที่เจ้าของร้านอีกราย เปิดเผยว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย รวมถึงร้านสะดวกซื้อยอดนิยมที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนเลือกไปซื้อร้านเหล่านั้นกันมากขึ้น โดยทุกวันนี้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือสามล้อบ้าง คนขับแทกซี่บ้าง ซื้อของแต่ละครั้งก็ไม่ได้เยอะมาก จึงอยากให้รัฐบาลช่วยอนุรักษ์ร้านโชห่วยและควบคุมการเปิดร้านสะดวกซื้อบางเจ้าให้น้อยลง

ขณะเดียวกันจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่าหลายคนหันมาสั่งซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภค หรือบริโภค เนื่องจากสะดวกและไม่เสียเวลาในการเดินทางออกนอกบ้าน อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือธุรกิจร้านโชห่วยยังคงเป็นปัญหาที่ค้างคาว่าจะทำอย่างไรให้คงอยู่ต่อไปได้ในสภาวะปัจจุบัน หรือเจ้าของธุรกิจจะต้องทำใจว่าวันหนึ่งร้านโชห่วยจะต้องกลายเป็นตำนาน

คู่รักเกย์ไต้หวันหย่าหลังแต่งงานได้ 3 สัปดาห์

ประเด็นน่าสนใจ

  • คู่รักเกย์ชาวไต้หวันหย่าร้าง หลังแต่งงานถูกต้องตามกฎหมายได้เพียง 3 สัปดาห์
  • ไต้หวันออกกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 24 เดือนพฤษภาคม
  • ไต้หวันเป็นที่แรกในเอเชีย ที่คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หลังจากไต้หวันออกกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 24 เดือนพฤษภาคม นับเป็นดินแดนแรกในเอเชีย ก็มีรายงานข่าวระบุว่า คู่รักเกย์ที่แต่งงานกันได้ราว 3 สัปดาห์หย่าร้างกันแล้ว เนื่องจากแรงกดดันในสังคม แลtครอบครัวของพวกเขาไม่ได้ยินยอมต่อการแต่งงานของพวกเขา

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไต้หวันนิวส์ รายงานว่า คู่รักเกย์ชายดังกล่าวถือคู่รักเกย์คู่แรกที่หย่าร้างกัน โดยทั้งคู่อาศัยอยู่ในเขตผิงตง ทางตอนใต้ของไต้หวัน

โดยจากสถิติแล้ว ในเขตผิงตงมีคู่รักชาวเกย์แต่งงานกัน 19 คู่ นับตั้งแต่สามารถทำได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่สำนักงานเขตผิงตง ระบุด้วยว่า ในวันที่กฎหมายการแต่งงานคู่รักเพศเดียวกันมีผลบังคับใช้ มีคู่รักเพศเดียวกันคู่หนึ่งนัดกันเพื่อจดทะเบียน แต่ต้องล้มเลิก เพราะทั้งคู่ยังเด็กเกินไป และครอบครัวของพวกเขาคัดค้าน

เจ้าหน้าที่เขตผิงตง แนะนำว่า ไม่ว่าจะเป็นคู่รักชายหญิง หรือคู่รักเพศเดียวกันก็ต่างต้องพิจารณาถึงผลต่างๆ ที่ตามมาก่อนแต่งงานกัน ซึ่งตัวเลขเฉลี่ยของคู่รักที่หย่าร้างกันในเขตผิงตงต่อเดือนอยู่ที่ราว 150 ถึง 160 คู่

ด้านกระทรวงมหาดไทยไต้หวัน เปิดเผยสถิติ 1 เดือนหลังคู่รักเพศเดียวกันแต่งงานได้อย่างถูกกฎหมาย พบว่า มีคู่เกย์แต่งงานกันแล้ว 1,173 คู่ โดยมี 790 คู่เป็นคู่เกย์หญิง และอีก 383 เป็นคู่เกย์ชาย

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกันระหว่างคู่รักชายหญิง กับคู่รักเพศเดียวกัน ช่วง 1 เดือนหลังบังคับใช้กฎหมายคู่รักเพศเดียวกันแต่งงานได้อย่างถูกกฎหมาย มีคู่รักชายหญิงแต่งงานกัน 9,644 คู่ต่อวัน ในขณะที่มีคู่รักเกย์แต่งงานกัน 321 คู่ต่อวัน

ที่มา www.taiwannews.com.tw

‘จ่านิว’ ยัน!! กลับมาเคลื่อนไหวการเมืองหลังหายดี

ประเด็นน่าสนใจ

  • คืบหน้าอาการบาดเจ็บของจ่านิว ล่าสุดแพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว
  • จ่านิว ยืนยันหากหายดีแล้วจะกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก

คืบหน้าอาการบาดเจ็บของจ่านิว หลังถูกลอบทำร้าย ล่าสุดแพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ตาข้างขวายังบอบช้ำ จนทำให้มองไม่เห็น เจ้าตัวยังหวาดกลัวหากต้องอยู่คนเดียว มองการเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ยืนยันหากหายดีแล้วจะกลับมาอีก

ทีมข่าวมีโอกาสได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ จ่านิว หรือนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ โดยจ่านิวบอกว่าอาการทางร่างกายขณะนี้ยังบอบช้ำ โดยเฉพาะที่ดวงตาข้างขวา ยังมองอะไรไม่ชัดเจนนัก ส่วนจมูกที่หักและไปกระทบกับระบบทางเดินหายใจ แพทย์ได้ทำการรักษาในเบื้องต้นแล้ว แต่แผลก็ยังไม่หายสนิทในหลายจุด คาดว่าจะต้องใช้เวลาพักฟื้นราว 1 เดือนและจนกว่าจะหายสนิทประมาณ 6 เดือน

ดังนั้นระหว่างนี้จ่านิวจึงยังไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งของแพทย์ บวกกับขณะนี้จ่านิวยังหวาดกลัว หากต้องอยู่คนเดียว จึงต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีของการร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย แต่กลับได้รับเงื่อนไขว่าจะต้องหยุดการเคลื่อนไหวทางการเมือง จ่านิวบอกว่า ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่คิดว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ออกมาพูดหรือแสดงความคิดเห็น ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนอยู่แล้ว การที่มีการลอบทำร้ายจึงเป็นสิ่งสะท้อนว่าการทำกิจกรรมทางการเมืองไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า กรณีนี้ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ตนเองได้รับรายงานมาว่าจ่านิวได้กลับบ้านแล้ว ซึ่งความหมายของคำว่าไม่ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น คือไม่ให้จ่านิวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า ตำรวจไม่ควรนำเงื่อนไขนี้มาเป็นข้อต่อรองในการคุ้มครองตัวจ่านิว เนื่องจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองถือเป็นสิทธิของประชาชนที่พึงกระทำ อย่างไรก็ตามนายจตุพรเชื่อว่าหลังจากนี้หากมีใครออกมาเคลื่อนไหวแล้วถูกทำร้ายร่างกายอีก ประชาชนจะไม่นิ่งเฉยอีกแล้ว เพราะเหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้