‘มาร์ค พิทบูล’ ประกาศลาออกจากรองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทยเข้าพบ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ยื่นเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก กกต. กรณี ผู้บริหารพรรคไทยศิวิไลย์ รังแกข้าราชการผู้ปฎิบัติหน้าที่
  • มีการระบุถึงนายณัชพล สพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล”ว่าได้ดำเนินการ “คุกคามข่มขู่ และใส่ร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเหตุเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2561 ถึงช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด
  • มาร์ค พิทบูลได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ Pitbullzone ระบุถึงการขอลาออกจากตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมระบุสาเหตุ ว่าตนต้องการออกมาต่อสู้กับตำรวจเลวๆ

ในวันนี้หลังจากที่นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ยื่นเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก กกต. กรณี ผู้บริหารพรรคไทยศิวิไลย์ รังแกข้าราชการผู้ปฎิบัติหน้าที่

นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ หัวหน้าพรรคพลังเพื่อไทย

โดยมีการระบุถึงนายณัชพล สพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล”ว่าได้ดำเนินการ “คุกคามข่มขู่ และใส่ร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเหตุเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2561 ณ สำนักงานจเรตำรวจ ต่อเนื่องจนถึงช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ล่าสุดมาร์ค พิทบูลได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ Pitbullzone ระบุถึงการขอลาออกจากตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมระบุข้อความชี้แจงว่า

ตามที่หลายท่านคงทราบดีว่า ผมได้รัองเรียนและแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูงท่านหนึ่ง และนายตำรวจท่านนี้ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผมเช่นกัน ซึ่งขณะนี้คดีความของทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าสู่ขบวนการไต่สวน แต่ล่าสุดผมทราบข่าวมาว่า เหตุการณ์เริ่มจะลุกลามบานปลาย กลายเป็นว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ กำลังขัดแย้งกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายณัชพล สพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล”

ดังนั้นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับพรรค ผมจึงคิดว่า การลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และยุติบทบาทการทำงานในฐานะคณะกรรมการบริหารพรรค ในช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อออกมาต่อสู้กับตำรวจเลวๆ ในฐานะประชาชนธรรมดาโดยตัดขาดจากทางพรรคอย่างเด็ดขาด ผมไม่ต้องการให้ใครเอาไปอ้างได้ว่า ผมใช้ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคการเมือง ไปกลั่นแกล้งรังแกใคร

ผมจึงขอแจ้งให้ทุกท่านทราบในเบื้องต้นผ่านเพจแห่งนี้ เพื่อให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน และผมจะยื่นเรื่องเป็นเอกสารต่อทางพรรคเป็นลำดับต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขอให้ผู้สนับสนุนผมทุกท่านเคารพในการตัดสินใจ ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกความปราถ นาดี

กปน. จัดงาน MWA CG & CSR DAY 2019 “สรรค์สร้างความดีสู่ความยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ประธานกรรมการ กปน. เป็นประธานเปิดงาน MWA CG & CSR DAY 2019 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายใน กปน. ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล และคำนึงถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ตามยุทธศาสตร์การประปานครหลวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2561-2564) ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์องค์กร “เป็นองค์กรสมรรถนะสูงที่ให้บริการงานประปามีธรรมาภิบาล และได้มาตรฐานในระดับสากล”

แนวคิดในการจัดงานปีนี้คือ “สรรค์สร้างความดีสู่ความยั่งยืน” โดยได้จัดประกวดโครงการ “กล้า ทำ ดี” ปี 3 ด้วยการนำหลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance : CG) ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดรับชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ และหลักความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

รวมถึงด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) มาดำเนินการต่อยอด ในโครงการวิชาชีพช่างประปาเพื่อประชาชน ที่นำสมรรถนะหลักขององค์กร (Core Competency) มาให้ความรู้และทักษะงานด้านประปา สร้างอาชีพและรายได้เสริมให้แก่ประชาชน

และโครงการฉลากประหยัดน้ำ ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าให้เป็นรูปธรรม ด้วยการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เป็นการช่วยดูแลและรักษาทรัพยากรน้ำที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตให้ยั่งยืน

นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการ กปน. เปิดเผยว่า ผลการประกวดโครงการ “กล้า ทำ ดี” ปี 3 รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงการ “สายผลิตเสริมสร้างชุมชน 2562” ซึ่งเป็นการดำเนินการ CSR In Process ของสายงานผลิตและส่งน้ำ
ในการส่งเสริมกิจกรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

และส่งเสริมกิจกรรมช่างประปาเพื่อประชาชน ด้วยการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง กปน. และชุมชนในพื้นที่รับน้ำดิบใกล้สถานีสูบน้ำดิบสำแล และคลองหมายเลข 3 (คลองน้ำอ้อม คลองบ้านพร้าว และคลองบางหลวงเชียงราก) ให้ความรู้ความใจกับชุมชนเกี่ยวกับระบบประปา

การต่อท่อประปา การติดตั้งระบบเก็บน้ำใช้แล้วจากเครื่องซักผ้า หรืออ่างล้างจาน เพื่อนำไปใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ การใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า การมีส่วนร่วมรักษาแหล่งน้ำ ลดการสร้างมลพิษ ลงในแหล่งน้ำ เพื่อแหล่งน้ำที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการจัดประกวด MWA CSR Ambassador 2019 เพื่อค้นหาผู้แทนในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจด้าน CSR ให้กับทุกสายงานภายในองค์กร การจัดนิทรรศการด้าน CG & CSR ของ กปน. ตลอดจนการออกร้านจำหน่ายสินค้าปลอดสารพิษภายใต้ชื่อ ตลาดสุขยั่งยืน@กปน. อีกด้วย

กรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่งห้ามล่า-ขาย ‘หอยมือเสือ’ โทษหนักคุก 4ปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สั่งห้ามล่า-ขาย ‘หอยมือเสือ’ โทษหนักคุก 4ปี
  • ’หอยมือเสือ’ เกือบอยู่ในข่ายสัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์

วันนี้ (8 ก.ค.62) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยถึงสถานการณ์สัตว์น้ำอย่าง หอยมือเสือ ซึ่งเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว เนื้อของหอยมือเสือโดยเฉพาะกล้ามเนื้อยึดเปลือก เป็นอาหารซึ่งมีราคาแพง เป็นที่นิยมบริโภคในหลายประเทศ เปลือกใช้ทำเครื่องใช้, เครื่องประดับ รวมทั้งไข่มุกซึ่งหอยมือเสือก็สามารถให้ได้เหมือนกัน และเป็นไข่มุกที่มีราคาแพงกว่าไข่มุกปกติธรรมดา เนื่องจากมีขนาดใหญ่และหาได้ยากมาก

ส่วนหอยมือเสือขนาดเล็กนิยมนำมาเลี้ยงในตู้ปลาทะเลสวยงาม จึงทำให้หอยมือเสือถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์มากจนเกินกำลังธรรมชาติจะทดแทนได้ทันในทุกแหล่งการแพร่กระจายจนกระทั่งอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ หรือบางชนิดถูกทำลายจนหมดไปจากบางแหล่ง จึงเป็นหนึ่งในจำนวนสัตว์น้ำที่ได้รับการขึ้นบัญชีในรายชื่อสัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์หรือหายากในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือ CITES และจัดอยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ของกฎหมายไทย

ในน่านน้ำไทยพบหอยมือเสืออยู่ทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พบทั้งหมด 5 ชนิด จำนวนประชากรหอยมือเสือในน่านน้ำไทยในปัจจุบันมีเหลืออยู่ไม่มาก เนื่องจากหอยมือเสือมีแหล่งอาศัยอยู่ตามแนวปะการังที่มีระดับน้ำไม่ลึกเพราะต้องอาศัยแสงสว่างในการดำรงชีพเพื่อให้สาหร่ายซึ่งอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อสามารถสังเคราะห์แสงได้จึงทำให้หอยมือเสือถูกจับขึ้นมาได้ง่าย

ปัจจุบัน หอยมือเสือทุกชนิดได้มีการเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในประเทศไทย โดยชนิดแรกที่เพาะขยายพันธุ์ได้ คือ หอยมือเสือเล็บยาว (T. squamosa)[9] ส่วนชนิด หอยมือเสือยักษ์ (T. gigas) ที่เป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดนั้นไม่สามารถเพาะได้เนื่องจากหาพ่อแม่พันธุ์ไม่ได้

หอยมือเสือ จัดเป็นหอยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อาจมีความยาวเปลือกได้ถึง 100-120 เซนติเมตร น้ำหนักได้กว่า 200 กิโลกรัม และมีอายุยาวได้ถึง 100 ปีหรือมากกว่านั้น ขนาดเล็กสุดยาวเพียง 15 เซนติเมตร พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตน้ำตื้นตามแนวปะการังของน่านน้ำแถบอินโด-แปซิฟิก

เขตน่านน้ำไทยแหล่งที่พบหอยมือเสือได้มากที่สุด คือ เกาะไข่ ในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพร ที่สามารถพบหอยมือเสือได้หลายขนาดและหลากหลายสีในเขตแนวปะการังน้ำตื้นรอบ ๆ เกาะ โดยเป็นหอยมือเสือทั้งจากการเพาะขยายพันธุ์และขยายพันธุ์กำเนิดเองในธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลมาจากการอนุรักษ์

ขอบคุณ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช