‘บิ๊กป้อม’ สั่งไล่ล่าจับโจรใต้ รุมยิงอาสาสมัครและชาวบ้านผู้บริสุทธิ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เกิดเหตุโจรใต้รุมยิงอาสาสมัครและชาวบ้าน อ.เมือง จ.ยะลา ส่งผลให้อาสาสมัครเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย ชาวบ้านโดนลูกหลงอีก 1 ราย
  • พล.อ.ประวิตร แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุรุนแรง รวมถึงสั่งไล่ล่าจับโจรใต้

‘บิ๊กป้อม’ แสดงความเสียใจเหตุการณ์ลอบยิงอาสาสมัครและชาวบ้าน จ.ยะลา สั่งไล่ล่าจับโจรใต้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความเสียใจในเหตุการณ์ลอบยิงอาสาสมัครและชาวบ้าน อ.เมือง จ.ยะลา และได้กำชับสั่งการฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและฝ่ายข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ให้เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบ

หลังเกิดเหตุลอบยิง อส. เสียชีวิต และชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำของเครือข่ายกลุ่มที่สูญเสียผลประโยชน์และต้องการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล ในความพยายามสร้างสันติสุขอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้

โดย พล.อ.ประวิตร สั่งการเร่งติดตามผู้ก่อเหตุและเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มาดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดโดยเร็ว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของผู้ก่อเหตุ และช่วยกันต่อต้านการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ

รวมถึงร่วมกันเฝ้าระวังความปลอดภัยทุกพื้นที่ หากพบเห็น หรือสังเกตพบคนแปลกหน้า วัตถุต้องสงสัย หรือสิ่งบอกเหตุ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ทันที

พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการเพิ่มเติม กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บโดยด่วน ทั้งยังคงดำรงความมุ่งหมายเดินหน้าในภารกิจหลัก ด้านการพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ด้านการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนร่วมกับผู้นำศาสนา

ทั้งนี้ขอให้คงความพยายามเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุขควบคู่กันไป เพื่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป


ภาพจาก  thaigov.go.th

ยูเนสโก ยังไม่ขึ้นทะเบียน ‘แก่งกระจาน’ เป็นมรดกโลก

ยูเนสโก ยังไม่รับรองกลุ่มป่า ‘แก่งกระจาน’ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ให้เวลา 3 ปี ชี้แจงข้อกังวลเรื่องขอบเขตระหว่างไทยและเมียนมา

การประชุมมรดกโลกครั้งที่ 43 ยังไม่รับรองกลุ่มป่าแก่งกระจานขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และให้เวลา 3 ปี เพื่อชี้แจงข้อกังวล 3 เรื่องใหม่ คือ ให้ดำเนินการเรื่องขอบเขตระหว่างไทยและเมียนมา รวมถึงให้ไปทำข้อศึกษาเปรียบเทียบเรื่องขอบเขตพื้นที่ที่ลดลงว่ายังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามระเบียบข้อที่ 10 ของการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางธรรมชาติ และ ให้จัดการในข้อห่วงกังวลเรื่องชุมชนในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ระบุว่า แม้ข้อมูลทั้งหมดที่ทางคณะกรรมการเป็นกังวล ทั้งเรื่องการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับเมียนมา และเรื่องสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มชาติพันธุ์ จะดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว แต่ข้อมูลทั้งหมดจะต้องถึงที่ประชุมภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 แต่การแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นการแก้กฎหมายคนและชุมชนอยู่กับป่านั้น กฎหมายเพิ่งประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากนี้จะนำเสนอข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการพิจารณาในปี 2563

ดุสิตโพล เผย คนส่วนใหญ่ผิดหวังหลังเลือกตั้ง

ดุสิตโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกผิดหวังหลังการเลือกตั้ง เพราะการเมืองมีความวุ่นวาย และสถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม

สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่องที่ประชาชน สมหวัง หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ร้อยละ 42.67 ระบุ ประชาชน คนรุ่นใหม่ตื่นตัว ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากขึ้น // รองลงมา ร้อยละ 38.00 ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย // ร้อยละ 21.33 ผู้สมัครที่เลือกชนะเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ชอบได้ ส.ส.หลายคน

ส่วนเรื่องที่ประชาชนรู้สึกผิดหวัง หลังการเลือกตั้งนั้น ประชาชนร้อยละ 54.75 ระบุ ปัญหาการทำงานของ กกต. การเลือกตั้งไม่โปร่งใส ประกาศผลล่าช้า // ร้อยละ 30.68 ยังคงขัดแย้ง แตกแยก ถึงจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองได้

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงบทเรียนจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ประชาชนคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ร้อยละ 43.63 ระบุว่า ต้องมีระบบตรวจสอบการนับคะแนนที่เป็นมาตรฐาน โปร่งใส // ร้อยละ 33.05 ระบุว่า การทำหน้าที่ของ กกต.ต้องเป็นกลาง ตรวจสอบได้ // ขณะที่ร้อยละ 17.41 ระบุว่า ควรมีการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า จัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนการจัดโผ ครม. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ณ วันนี้ ประชาชน ร้อยละ 60.52 มองว่า การเมืองไทยด้านต่างๆ แย่ลง มีความวุ่นวายทางการเมือง // ร้อยละ 57.92 มองว่าด้านความมั่นคงทางการเมือง อายุรัฐบาลแย่ลง // ร้อยละ 47.96 มองว่าการทำงานเพื่อประชาชนของรัฐบาลแย่ลง // และร้อยละ 43.85 มองว่าการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแย่ลง ขณะที่ประชาชน ร้อยละ 42.69 มองว่าการปฏิบัติงานของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนอยากลืมในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ คือ การแบ่งโควต้า แย่งชิงตำแหน่งกันเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ถึงร้อยละ 43.39