ชลประทานซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำคลองด่าน ล่าสุดน้ำไม่ล้นแนวกั้นแล้ว

ชลประทาน แจ้งผลการซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำคลองด่าน เสริมบิ๊กแบ็ค 2 ชั้น สูง 3 เมตร ล่าสุดน้ำไม่ล้นแนวกั้นแล้ว

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน แจ้งผลการซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำที่อยู่ระหว่างก่อสร้างหน้าสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร 3 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งน้ำไหลล้นทำให้คันกั้นน้ำชำรุดนั้น ได้ดำเนินการซ่อมเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 5 ก.ค.

โดยใช้ดินเสริมเข้าไปที่ความสูงรวม 2.50 เมตร และขณะนี้กำลังวางบิ๊กแบ็คเป็นคันกั้นน้ำ ชั้นที่ 2 ห่างจากแนวแรก 50 เมตร โดยความสูงของคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็คชั้นที่ 2 จะมีความสูง 3 เมตร เรียกง่ายๆ ว่าสูงกว่าแนวแรกอีก 50 ซม.

สำหรับคืนวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลที่หนุนพบว่าสูงกว่าเมื่อวาน 13 ซม. โดยระดับน้ำที่กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือวัดได้ ที่ 3.83 เมตร เมื่อวานน้ำทะเลหนุนอยู่ที่ 3.70 เมตร แต่การป้องกันทำได้สำเร็จ เพราะแนวชั้นแรกที่ทำไว้แข็งแรงและค่อนข้างสูงน้ำจึงไม่ไหลล้นข้ามมา

นายทองเปลว กล่าวว่า ความเสียหาย และการช่วยเหลือในครั้งนี้ กรมชลประทานจะประสานให้ผู้รับจ้างดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นและไหลท่วม ส่วนการให้ความช่วยเหลือตลอดทั้งวันได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอบางบ่อ ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ และจิตอาสา ตั้งโรงครัว และมอบถุงยังชีพในเบื้องต้น

ทั้งนี้ต้องขอบคุณชาวจังหวัดสมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันแก้ปัญหาจนทำให้สำเร็จและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ได้กำชับไปทุกโครงการที่กำลังก่อสร้างให้ตรวจความแข็งแรงของคันกั้นน้ำทุกแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนตกตอนนี้

อย.เผาทำลาย ยาเสพติดอีกล็อต กว่า 9 ตัน

วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้จัดให้มีการนำยาเสพติดให้โทษที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลางมาเผาทำลายอีกล็อต จำนวนกว่า 9 ตัน ณ ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยวิธีไพโรไลติก อินซิเนอะเรชั่น (Pyrolytic Incineration)

ซึ่งเป็นการเผาที่อุณหภูมิสูงมากไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการสลายตัวของโมเลกุลกลายเป็นคาร์บอนในระยะเวลาอันรวดเร็วไม่ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ และจะไม่มียาเสพติดหวนกลับมาใช้ได้อีก

การเผาทำลายครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ซึ่งในครั้งแรกได้มีพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษไปแล้ว จำนวนกว่า 7 ตัน ในวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมีนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลาง ครั้งที่ 49 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก มูลค่าของกลางทั้ง 2 ครั้ง

รวมกว่า 20,047 ล้านบาท ซึ่งสถิติการเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลางที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2520 – 2562 รวม 49 ครั้ง มีน้ำหนัก รวมกว่า 145,243 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 217,390 ล้านบาท

โดยเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนมากที่สุดถึง 90,521 กิโลกรัม รองลงมาคือฝิ่นและอื่น ๆ กว่า 29,258 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 25,270 กิโลกรัม และเอ็คซ์ตาซี่กว่า 193 กิโลกรัม

ก.แรงงาน ฝึกผู้ต้องขัง การันตีทักษะก่อนพ้นโทษ

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูลฝึกอาชีพช่างเชื่อมประกอบผลิตภัณฑ์โลหะให้ผู้ต้องขัง พร้อมมอบวุฒิบัตรการันตีคุณภาพ

นายสุชาติ  พรชัยวิเศษกุล  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล ได้ร่วมกับเรือนจำจังหวัดสตูล จัดฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ สาขา “การเชื่อมประกอบผลิตภัณฑ์โลหะ” มีผู้เข้าอบรม 30 คน

ระหว่างวันที่ 24 – 28 มิถุนายน 2562 ณ เรือนจำจังหวัดสตูล  ผู้เข้าฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานด้านงานเชื่อม แต่ไม่รู้หลักและวิธีการที่ถูกต้อง

รวมถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเชื่อม การฝึกทักษะในครั้งนี้ จึงเน้นภาคปฏิบัติ และย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อให้นำวิชาความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพอย่างสุจริต และสร้างการยอมรับของคนในสังคมด้วย 

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตรเพื่อการันตีฝีมือ  และที่ผ่านมาสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูลได้บูรณาการกับเรือนจำจังหวัดสตูล ดำเนินการฝึกอบรมสาขาอื่นๆ เช่น สาขาช่างไม้ก่อสร้าง ให้กับผู้ต้องขังชาย สาขาการประกอบอาหารไทย และสาขาการมัดย้อมผ้า ให้กับผู้ต้องขังหญิง

สำหรับในปี 2562 สนพ.สตูล มีเป้าหมายดำเนินการ 100 คน ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ได้รับเป้าหมายให้ดำเนินการฝึกให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้พื้นโทษเช่นกัน เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สร้างโอกาสในการมีงานทำของผู้ต้องขัง คืนคนดีสู่สังคม โดยมีเป้าหมาย 2,465 คน ดำเนินการทั่วประเทศแล้ว 4,474 คน  

​จากการสอบถามข้อมูลจากผู้คุมเรือนจำจังหวัดสตูล ให้ข้อมูลว่า การฝึกทักษะต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังนั้น เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงาน บางคนกระทำความผิดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง แต่ต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พวกเขาสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประกอบอาชีพได้เลย เช่น การฝึกช่างเชื่อมประกอบผลิตภัณฑ์โลหะ สามารถรับงานได้หลายอย่าง รับเชื่อมเหล็กดัด ประตู หน้าต่าง เชื่อมโครงหลังคาเหล็ก ทำเฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างเป็นโลหะ เป็นต้น

นอกจากนี้ วิทยากรผู้สอนยังเป็นผู้ติดต่อรับงานให้อีกด้วย ช่วยให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถอยู่ในสังคม มีรายได้ดูแลตนเองและครอบครัว ไม่หันไปกระทำผิดซ้ำอีก ผู้คุมเรือนจำยังบอกอีกด้วยว่า การหันไปกระทำผิดซ้ำนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจาก เมื่อออกไปใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคมแล้ว ไม่ได้รับการยอมรับ ไม่มีผู้จ้างงาน คนในสังคมส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าผู้พ้นโทษจะไม่กระทำผิดอีก จึงไม่ได้ให้โอกาสปรับปรุงตนเอง 

ด้านนายกาจก้อง รัตนะ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึก จากสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล กว่า 200 คน ออกไปประกอบอาชีพและอยู่ร่วมกับคนในสังคม ยังไม่มีรายใดกระทำผิดซ้ำและกลับเข้ามาในเรือนจำแห่งนี้อีกเลย แสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้รับโอกาส และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว มีรายได้เพียงพอกับการดำรงชีพ จึงไม่หันไปกระทำผิดซ้ำอีก 

การให้โอกาสกับผู้ที่หลงผิด ได้ปรับปรุงตนเอง จึงเป็นเสมือนการให้ชีวิตใหม่  และการฝึกทักษะ ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นการเพิ่มโอกาสทางเลือกให้ผู้ต้องขังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นการขับเคลื่อนนโยบาย ของรัฐบาลและนโยบาย 3A กระทรวงแรงงาน ด้านการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอีกด้วย