ดราม่า! ศาลเจ้า ‘โชว์งิ้ว’ เสียงดังกระทบชาวคอนโด ตำรวจสั่งหยุดทำการแสดงทันที

กลายเป็นดราม่าเสียงดังอีกครั้ง จากกรณีเฟซบุ๊กของ Charlie Lew ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “รู้สึกจิตตกทั้งวันกับเหตุการณ์ที่มีตำรวจมาสั่งให้งิ้วหยุดทำการแสดงตอน 4 ทุ่ม เพราะเสียงรบกวนคอนโดข้างๆ ที่อยู่ติดกัน ซึ่งคอนโดนี้เพิ่งขึ้นเมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว”

ทั้งนี้ ศาลเจ้าแปะกงซาตี๋เชียงฮกตั๋ว ซอยนราธิวาส 14 จัดการแสดงงิ้วประจำปีมาหลายสิบปีแล้ว จนปี 2561 มีเรื่องร้องเรียนว่าศาลเจ้าเล่นงิ้วเสียงดัง ทำให้ต้องเลิก 5 ทุ่ม ส่วนปีนี้ 2562 ทางเขตขอให้เลิก 4 ทุ่ม ทางศาลเจ้าและคณะงิ้วก็พยายามให้ความร่วมมือโดยการลดเสียงลำโพงลง และเริ่มแสดงเร็วขึ้น พร้อมตัดฉากออกไปหลายฉากเพื่อให้จบในเวลาที่กำหนด โดยเมื่อคืนวันที่ 3 ก.ค. 62 เป็นฉากสุดท้ายของการแสดงงิ้ว ทางคณะงิ้วอยากแสดงให้จบเพื่อไม่ให้ผู้ชมรู้สึกคาใจ แต่ตำรวจได้เข้ามาสั่งให้หยุดทำการแสดงงิ้วทันที

นอกจากนี้ โพสต์ดังกล่าวยังให้ข้อมูลว่า “งิ้วเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดมาหลายสิบปี แต่ถูกชุมชนใหม่เรียกร้องให้เลิกเพราะเป็นการรบกวน ทั้งที่ประเพณีนี้ก็มีเพียงปีละไม่กี่วัน ถ้าจะพูดถึงประเพณีอื่นๆ เช่นขบวนแห่ที่มีการปิดถนน คนในท้องที่ก็ให้ความร่วมมือ ยินดีเสียสละเพื่อสืบทอดประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ตำรวจเองก็อำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร แต่ทำไมงานงิ้วแห่งนี้ตำรวจถึงเข้ามาสั่งระงับการแสดง แล้วงานงิ้วหรืองานวัดที่อื่นจะมีมาตรฐานอย่างไรต่อจากนี้ไป หรือเป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะงาน งานไหนคนร้องเรียนมีอิทธิพลก็สามารถสั่งได้ คนในชุมชนที่อยู่อาศัยมานานก็ต้องยอมพ่ายแพ้ไป เพราะกำลังเงิน กำลังอำนาจไม่เพียงพอ”

และยังฝากถึงผู้อยู่อาศัยในคอนโดที่สร้างใหม่ว่า “การเลือกที่อยู่อาศัย ต้องปรับตัวให้เข้ากับชุมชนเดิมที่อยู่มาก่อน ไม่ใช่ขับไล่ชุมชนเดิมหรือวิถีชีวิตแบบเดิมออกไป”

พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ โร่แจ้งความ มือดีปลอมชื่อ ทำร้าย จ่านิว

ประเด็นน่าสนใจ

  • พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. แจ้งความ หลังมีคนอ้างโพสต์ใส่ความมี ตร.ผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลังทำร้ายจ่านิว
  • การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีตามที่สื่อสังคมโซเชียลมีเดียได้มีผู้โพสต์เกี่ยวคดีทำร้ายร่ายกาย ”จ่านิว” โดยอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ

ประกอบกับได้มีการนำชื่อ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ลงข้อความเผยแพร่ในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกในสังคม อย่างกว้างขวางว่า

ขณะนี้ ได้รับรายงานจาก บก.ปอท. ว่า พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ได้ใช้สิทธิ์ในทางส่วนตัวโดยแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่นำเข้าและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ตลอดจนขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ให้การสนับสนุน สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด และจะใช้สิทธิฟ้องร้องในทางแพ่งตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า การกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แก้ไข พ.ศ.2560 ม.14 (1) นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และ ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

โดยในขณะนี้ ทาง บก.ปอท. ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้ที่กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้าข้อมูล โพสต์และผู้แชร์ ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนข้อมูล สร้างความสับสน แก่ประชาชนและสังคม

ก่อให้เกิดความเสียหาย สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง ต่อตัวบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างเด็ดขาดและถึงที่สุด

ทั้งนี้ ขอเตือนไปยังผู้ที่จะนและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมีเจตนาทุจริต เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือโซเชียลมีเดียและอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย หรือเพื่อมุ่งหวังหวังผลประโยชน์ในทางที่มิชอบหรือ จะด้วยความคึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านก็อาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้

หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลไปยัง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรศัพท์ 02-252-7883 ต่อ 4 โทรสาร 02-252-7881 ต่อ 2 หรือ สายด่วน (ศปอส.) 1155 และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โทร. 02-142-2556 , 02-142-2557

ปอท.แถลงจับกุม 2 ผัวเมียแฮกเกอร์ แฮกเว็บฉกเงินในบัญชีสูญนับล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปอท.แถลงจับกุม 2 ผัวเมียแฮกเกอร์
  • คนร้ายแฮกเว็บขายของและเว็บสารธารณะ เพื่อนำข้อมูลลูกค้าไปขโมยเงินในบัญชี
  • เกิดความเสียหายนับล้านบาท

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ก.ค.ที่บก.ปอท.ชั้น 4 ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากษ์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.วิชพัลภ์ แก้วแสนชัย รอง ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.รัฐพงศ์ แก้วยอด รอง ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.1 บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอท. แถลงจับกุมสองผัวเมียแฮกเกอร์ คือ นายจักรพงศ์ กระแจะจันทร์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 720/2562 ลงวันที่ 22 พ.ค.62 และน.ส.ปนัดดา จิตรากร อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 722/2562 ลงวันที่ 22 พ.ค.62 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านเลขที่ 51/1360 ม.2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อเช้าวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 2 เครื่อง แท็ปเล็ต 2 เครื่อง แฟลชไดรฟ์ 2 ตัว บัตรเอทีเอ็ม  4 ใบ เอ็กซ์เทอนอล ฮาร์ดดิส 2 อัน และอุปกรณ์อื่นๆ รวมทั้งสิ้น 18 รายการก่อนนำตัวมาสอบสวนและแจ้งข้อหา

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายถูกขโมยเงินในบัญชีธนาคารมาแจ้งความ บก.ปอท. พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. จึงสั่งการให้พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ดำเนินการสืบสวน และพบว่านายจักรพงศ์ และน.ส.ปนัดดา สองแฮกเกอร์สามีภรรยาเป็นผู้ก่อเหตุ จึงทำการดำเนินการรวบรวมหลักฐาน และขอศาลอนุมัติหมายจับกระทั่งจับกุมได้ และจะดำเนินการส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนกฎหมาย

ด้านพ.ต.ท.ภานุภัทร เผยต่อว่า ผู้เสียหายใช้ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์แฮกเข้าไปในเว็บไซต์สาธารณะ หรือเว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่มีการป้องกันการแฮกต่ำ เพราะเว็บไซต์ดังกล่าวจะมีข้อมูลต่างๆของลูกค้าที่สมัครสมาชิก กระทั่งแฮกเข้าไปได้จะนำข้อมูลลูกค้า ไปลองเจาะเข้าอีเมล์ของลูกค้า เมื่อเข้าอีเมล์ได้จะทำการเจาะเข้าไปในบัญชีธนาคารผ่านออนไลน์ ก่อนนำไปซื้อสินค้าออนไลน์ หรือบัตรเติมเงิน ก่อนนำไปขายหลายๆทอด และนำเงินออกมาเข้าบัญชีของคนร้ายเอง

พ.ต.อ.วัชรพันธ์ กล่าวว่า เบื้องต้นสอบปากคำเบื้องต้นนายจักรพงศ์ สารภาพ เคยเรียนคณะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ ระดับ ปวช.สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งแต่ไม่เรียนไม่จบ หลังจากนั้นได้ใช้ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์คลุกคลีในโลกโซเชียล ก่อนทำการแฮกเว็บไซต์สาธารณะนานกว่า 2 ปีแล้วพบตรวจสอบบัญชีพบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1 ล้านบาท และจากการตรวจในคอมพิวเตอร์ผู้ต้องหา พบข้อมูลประชาชนที่ถูกแฮกมาจากเว็บไซต์สาธารณะกว่า 10,000 ราย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ได้ฝากเตือนผู้ประกอบการเว็บไซต์สาธารณะและเว็บไซต์ที่ต้องให้ลูกค้าลงทะเบียนข้อมูลส่วนตัว ให้มีการตั้งไฟล์วอลล์ และตั้งการรักษาความปลอดภัยให้สูงๆ เพื่อป้องกันแฮกเกอร์มาเจาะเอาข้อมูลลูกค้าไปได้ ส่วนประชาชนควรตั้งรหัส และพาสเวิร์ดที่ใช้ใน เว็บไซต์ หรือเพจต่างๆ ให้ยากต่อการคาดเดา และควรมีการตั้งค่าความปลอดภัย 2-3 ชั้น และมีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการล็อคอินเค้าไปในเพจ หรืออีเมล์ตัวเอง รวมถึงการใช้ไวไฟสาธารณะที่ไม่รู้จักระวังโดนแฮกเกอร์ปล่อยไวรัสและแฮกเข้าระบบได้