ศุลกากรเข้ม เผยมาตรการเร่งด่วน แก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมศุลกากรจะดำเนินการติดตาม กำหนดเป้าหมายต้องสงสัยที่จะกระทำความผิดทางศุลกากร และเข้าตรวจสอบเพื่อติดตามและขยายผลอย่างต่อเนื่อง
  • กรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดทางศุลกากรที่เกี่ยวกับของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก กรมศุลกากรจะดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีทันที จากเดิมยึดของกลาง เสียค่าปรับ
  • ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ถึง 2562 กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดีลักลอบและหลีกเลี่ยงนำเข้าเศษพลาสติกได้ทั้งสิ้น 103 คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 17.5 ล้านบาท

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2562) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึง การกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัย

โดยระบุว่า กรณีขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยนั้น ผู้นำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนการนำเข้า แต่เนื่องจากคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2561 มีมติให้ระงับการอนุญาตนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากโรงงานที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามอนุสัญญาบาเซล ทำให้เหลือผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าเพียง 1 ราย เท่านั้น

นอกจากนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2562 มีมติเห็นชอบมาตรการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แล้วเข้ามาในประเทศ โดยได้อนุมัติร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดชนิดและแหล่งกำเนิดวัตถุดิบที่จะทำมาใช้ในโรงงาน พ.ศ. …. เพื่อกำหนดนิยามและข้อห้ามไม่ให้โรงงานใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตของโรงงาน พร้อมมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการออกประกาศห้ามนำเข้าซึ่งสินค้าอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แล้วที่จะนำมาถอดแยก เพื่อนำโลหะกลับมาใช้ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา มีการลดโควตาการนำเข้าของเศษพลาสติกจากหลายแสนตัน เหลือเพียง 70,000 ตัน เท่านั้น จากข้อมูลสถิติการนำเข้าของขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเข้าเศษพลาสติก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ของประเทศไทย พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมีแนวโน้มลดลงในปี พ.ศ. 2562 เนื่องจากมีการควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวดจากภาครัฐ

อย่างไรก็ดี คาดว่าความต้องการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศยังคงมีอยู่ และอาจมีการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และมีแนวโน้มในการนำเข้าโดยไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กรมศุลกากรจึงมีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ดังนี้

1. กรมศุลกากรได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ดำเนินการติดตาม กำหนดเป้าหมายต้องสงสัยที่จะกระทำความผิดทางศุลกากร และเข้าตรวจสอบเพื่อติดตามและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

2. สั่งการให้ กอง สำนักงาน และด่านศุลกากรทุกแห่ง เข้มงวดในการตรวจสอบของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก หรือของที่มีการสำแดงพิกัด หรือมีรูปลักษณ์ ใกล้เคียงกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเพื่อป้องกันการลักลอบหรือหลีกเลี่ยงทางศุลกากร

3. กรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดทางศุลกากรที่เกี่ยวกับของประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก กรมศุลกากรจะดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป โดยไม่เปรียบเทียบงดการฟ้องร้องในชั้นศุลกากร

ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ถึง 2562 กรมศุลกากรสามารถจับกุมคดีลักลอบและหลีกเลี่ยงนำเข้าเศษพลาสติกได้ทั้งสิ้น 103 คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 17.5 ล้านบาท (น้ำหนักรวม 4,043 ตัน) โดยในปีงบประมาณ 2561 จับกุมได้ถึง 86 คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 14.5 ล้านบาท (น้ำหนักรวม 3,664 ตัน) และในปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 – พฤษภาคม 2562) สามารถจับกุมได้แล้วถึง 17 คดี คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3 ล้านบาท (น้ำหนักรวม 379 ตัน)

ศิษย์เก่า รร.วัดสุทธิวราราม ขีดเส้นตาย 3 วัน จี้ ผอ.โรงเรียน ชี้แจงปมส่อทุจริต

กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ขีดเส้นตาย 3 วัน จี้ผอ.โรงเรียน ชี้แจงข้อเท็จจริงปมส่อทุจริตหลายกรณี ทั้งกระเป๋าโรงเรียนไม่ได้คุณภาพ ให้บุคคลภายนอกเข้ามาประมูลบริหารร้านค้า

วันนี้ (4 ก.ค. 62) มีรายงานว่า กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้นัดรวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายอารีย์ วีระเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนเกี่ยวกับประเด็นส่อทุจริต 6 ข้อ เช่น กรณีคูปองอุปกรณ์การเรียน กระเป๋าโรงเรียนที่ไม่ได้คุณภาพ การให้บุคคลภายนอกเข้ามาประมูลบริหารร้านค้าของโรงเรียน

ทั้งนี้ กลุ่มศิษย์เก่าต้องการให้ผู้อำนวยการโรงเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมดภายใน 3 วัน และต้องเปิดเผยสู่สาธารณชน ไม่เช่นนั้นจะยกระดับการร้องเรียน โดยการยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้เข้ามาตรวจสอบความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน

ส่วนบรรยากาศภายในโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นักเรียนได้จับกลุ่มพูดคุย และส่งเสียงโห่ร้อง พร้อมชูป้ายเชิงสัญลักษณ์ ให้ทำการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจยานนาวา เข้ามาดูแลความปลอดภัยหน้าโรงเรียน

ขอบคุณข้อมูล MONO 29

ถูกใจแฟนคลับ! ทิม พิธา ลุกอภิปราย หนุนแปรรูปผลผลิตเกษตร

ประเด็นน่าสนใจ

  • พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกอภิปรายในญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
  • เสนอแก้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ 3 ระยะ สั้น กลาง ยาว
  • ซึ่งในการอภิปรายนี้ เขาต้องการสนับสนุน ให้แปรรูปผลิตผลเกษตรเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในระยะยาว

เมื่อวานนี้ ( 3 ก.ค. 62 ) ที่ หอประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายหารือกับที่ประชุมสภาฯเรื่องปัญหาด้านการเกษตร โดยเสนอแก้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ 3 ระยะ “สั้น – กลาง- ยาว”

โดยนายพิธา กล่าวว่า ในระยะสั้นนั้นเป็นเรื่องของฤดูกาล เรื่องการลักลอบ การนำเครื่องจากต่างประเทศ การเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการกดดันราคาเกษตรอย่างต่อเนื่อง ผลไม้ไทยถือได้ว่าเป็นสินค้าเกษตรที่ส่งออกหลักของประเทศ ซึ่งปัญหาสำคัญคือล้งต่างประเทศ

อาทิเช่น ลำไย เป็นสินค้าเกษตรที่มีการผลักดันให้ปลูกนอกฤดูกาล ซึ่งจะแบ่งเกรดของผลผลิตตั้งแต่ดีที่สุดจนคัดเกรดต่ำสุด โดยลำไยที่ส่งออกต่างประเทศจเป็นต้องพึ่งล้งต่างประเทศ ทั้งนี้ล้งต่างประเทศนั้นมีวิธีการในการเอารัดเอาเปรียบกดดันสินค้าให้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เพื่อให้ได้ซึ่งที่มาของราคาลำไยถูกลง

ในส่วนปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรในปัจจุบัน ยกตัวอย่างมะพร้าวที่ตอนราคาอยู่ที่ลูกละ 5 บาท ย้อนหลัง 5 ปี ราคามะพร้าวจะอยู่ที่ประมาณ 17-20 บาทต่อลูก ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคามะพร้าวตกนั้นคือ การลักลอบมะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสู่ประเทศไทย รวมถึงการนำเข้าตามโควต้าการนำเข้ามะพร้าว เข้ามาในช่วงที่มะพร้าวกำลังออกดอกและผล ทำให้เกิดการตกสำรวจไป เช่นเดียวกับสินค้าด้านการประมงมีการลักลอบนำเข้ามาถึง 30-40%

นายพิธา กล่าวต่ออีกว่า ส่วนในระยะกลางนั้น เกษตรของประเทศไทยนั้นมีการพัฒนาแบบพืชเชิงเดียวมาโดยตลอด พืชเศรษฐกิจของไทย 5 ชนิดคือ ข้าว ยาง มัน ปาล์ม และอ้อย รวมกันมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 80% ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการกระจุกตัวของพื้นที่ และเป็นการทำการเกษตรแบบความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการส่งออกสินค้าเกษตรที่กระจุกอยู่แค่ประเทศจีน ซึ่งส่วนนี้ทางพาณิชย์ต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้าการเกษตรไทย

สำหรับการแก้ปัญหาใน ระยะยาว เรื่องการแปรรูป โดยมองว่าพืชผลทางการเกษตรที่เด่นของแต่ละจังหวัด ควรมีการแปรรูปจากในพื้นที่จังหวัดตัวเอง เพื่อลดค่าส่งในการนำสินค้าเกษตรไปแปรรูปอีกจังหวัด ส่วนการแปรรูปข้ามอุตสาหกรรมนั้น ยกตัวอย่างว่าจริงๆ ข้าว 1 เม็ดแปรรูปเป็นข้าวได้แค่ 40% ยังมีแกลบ รำข้าว จมูกข้าว ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปแปรรูปทั้งด้านวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อีกมากมาย

เช่นเดียววัฒนธรรมการดื่มของคนไทย ซึ่งปัจจุบันเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการที่เราไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากร้านค้า นั้นคือเราสนับสนุนสินค้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น หากมองย้อนกลับมาที่สินค้าเกษตรของไทยไม่สามารถแปรรูปไปเป็นเครื่องดื่มแอลกดฮอล์ได้ เนื่องจากกฎหมายบางประการ

“ซึ่งต้องย้ำว่าการการสนับสนุนให้มีการแปรรูปสินค้าเกษตรให้เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เท่ากับการสนับสนุนให้ดื่มแอลกอฮอล์ ในขณะที่มีกฎหมายควบคุมและการสร้างความรับผิดชอบในการดื่มแอลกอฮอล์ เราบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ แต่กฎหมายมีการควบคุมไม่ให้เกษตรกรสามารถแปรรูปสินค้าเกษตรของตัวเอง เค้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเพิ่มมูลค้าให้กับสินค้าเกษตรได้เลยหรือ?” นายพิธา กล่าว