อย.-ปปส. ตรวจเยี่ยมโครงการเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่ ปปส. ตรวจเยี่ยมระบบการเพาะปลูก และระบบความปลอดภัยกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม ทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติความปลอดภัยที่ดี GSP (Good Security Practice)อย่างเคร่งครัด พร้อมเป็นต้นแบบการดำเนินการที่ดีแก่หน่วยงานอื่น

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำโดย ภญ.กรพินธุ์ ณ ระนอง รองผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นำโดยนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ที่ปรึกษาสำนักงานป.ป.ส. ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามโครงการเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม โดยมีดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

ดร.ภญ.นันทกาญจน์ กล่าวว่า วันนี้คณะเจ้าหน้าที่จาก อย.และปปส. ได้เดินทางเข้ามาตรวจเยี่ยมเรื่องการจัดระบบการเพาะปลูกและระบบความปลอดภัยในโครงการเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม ระยะที่ 1 ตามที่องค์การฯ ได้ขออนุญาตไว้ ซึ่งการมาของทั้ง 2 หน่วยงาน เป็นการติดตามความก้าวหน้าของโครงการ

รวมทั้งมีการตรวจสอบสถานที่ว่าองค์การฯ ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ สำหรับมาตรการการกำกับดูแลการเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์นั้นองค์การฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโดยมีหน้าที่ตรวจรับและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์และผลผลิตกัญชาทางการแพทย์ เป็นตามแนวทางของหลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติความปลอดภัยที่ดี GSP (Good Security Practice)

ตลอดทั้งกระบวนการอย่างเคร่งครัด อาทิ การจัดทำบัญชีรายละเอียดแสดงสถานะการเพาะปลูกและผลผลิตกัญชาทางการแพทย์ การเก็บรักษากุญแจสถานที่เก็บเมล็ดพันธุ์และผลผลิตกัญชาทางการแพทย์ การจัดทำรายงานประจำเดือนและประจำปี ส่งให้อย. การการเก็บรักษา การจำหน่าย และการทำลายหรือเพื่อการอื่นใดในโครงการ ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม หรือผู้แทนก่อน แล้วแต่กรณี

ด้านความปลอดภัยได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับผิดชอบตรวจตราพื้นที่รอบอาคารตลอด 24 ชั่วโมง และดูแลการเข้า – ออก ของเจ้าหน้าที่บริหาร เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และบุคคลภายนอก บุคคภายนอกที่ต้องการเข้าพื้นที่เพาะปลูกกัญชา ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อน กรณีมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องปฏิบัติตามแผนกรณีฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตามโครงการนั้น ขณะนี้องค์การฯ ได้มีการเก็บเกี่ยวดอกกัญชาที่มีเติบโตและมีสารสำคัญสมบูรณ์เต็มที่ไปแล้ว 2 รอบ และมีแผนจะเก็บเกี่ยวอีกในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ และได้นำกัญชาที่เก็บมาแล้วไปผึ่งให้แห้งและดำเนินการตามมาตรฐานขององค์การฯ เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น

คาดว่าปลายเดือนกรกฎาคมนี้ จะได้ผลผลิต ประมาณ 2,500 ขวด กระจายสู่ระบบของโรงพยาบาล ผ่านกรมการแพทย์ เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยในโครงการวิจัยต่างๆ รวมถึงใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้สารสกัดกัญชาต่อไป และจากนี้ก็จะดำเนินการโครงการในระยะที่ 2 เป็นการดำเนินการในระดับกึ่งอุตสาหกรรม
โดยจะขยายพื้นที่ปลูกเป็นแบบ Indoor และแบบ Greenhouse พร้อมดำเนินการปรับปรุงสายพันธุ์ทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์ลูกผสม ให้ได้สารสำคัญที่เหมาะสม และสามารถปลูกในสภาพอากาศของไทยได้ ซึ่งจะสามารถเพิ่มผลผลิตเป็น 150,000 – 200,000 ขวด ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการปลูกได้ในต้นปี 2563

ภญ.กรพินธุ์ กล่าวว่า จากการเข้ามาตรวจเยี่ยมในวันนี้ก็เพื่อที่จะเข้ามาตรวจสอบสถานที่ที่ขอรับใบอนุญาตผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออกหรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามที่องค์การฯ ได้มีการขออนุญาตไว้หรือไม่ ซึ่งพบว่าองค์การฯ มีความพร้อม และดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดไว้ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น มีระบบกล้องวงจรปิด ตรวจสอบการเข้าออก 24 ชั่วโมง มีการจำกัดบุคลคลเข้าสถานที่ มีระบบการสแกนนิ้วมือด้วยเครื่อง finger scan โดยตั้งรหัสผ่านให้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมีการติดป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้า-ออก ก่อนได้รับอนุญาต มีการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก เพื่อป้องกันการลักลอบนำกัญชาออกนอกระบบ

รวมถึงได้มีการจัดทำระบบออนไลน์กล้องวงจรปิดพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และในกระบวนการปลูกดังกล่าวองค์การฯมีระบบการควบคุมที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งองค์การฯ เป็นต้นแบบของการดำเนินการและปฏิบัติได้เป็นอย่างดี

ด้านนายเพิ่มพงษ์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีภารกิจควบคุมไม่ให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด และจากการมาตรวจเยี่ยมพื้นที่การปลูกกัญชาทางการแพทย์ขององค์การฯในวันนี้พบว่า องค์การฯได้มีมาตรการควบคุมความปลอดภัยเป็นอย่างดี มีการพัฒนา และมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยนำแนวทางการปลูกมาจากการศึกษาที่ต่างประเทศ รวมถึงยึดหลักวิชาการที่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนดมาใช้กับโครงการดังกล่าว

ซึ่งเป็นไปตามที่ปปส.ได้กำหนดไว้ และองค์การฯเป็นต้นแบบที่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ อีกทั้งองค์การฯ เป็นส่วนสำคัญในการวางแผนทั้งเรื่องการปลูก การวิจัย ตามมาตรฐานเมดิคัลเกรด เพื่อให้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปแนวทางทางเดียวกันและสอดคล้องกัน

และในโอกาสต่อไปทางปปส.จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อจัดทำทุกอย่างให้เป็นระบบ และร่วมกันสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในการที่จะดำเนินการให้ถูกต้องทั้งในเรื่องของการปลูกและการนำไปใช้ต่อไป

สมัชชานโยบายชู 4 มติ รองรับสังคมสูงวัย วางแผนออมก่อนแก่

สมัชชานโยบายรองรับผู้สูงวัยชู 4 มติ เชื่อมทุกภาคส่วน เคลื่อนทั้งสังคมวางแผนออมก่อนแก่ สร้างคุณค่าชีวิต เดินทางสะดวก สุขภาพดีมีคนดูแล

วันนี้(4 ก.ค.) ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ มีการจัดงานสมัชชานโยบายรองรับสังคมสูงวัย ครั้งที่ 1 พ.ศ.2562 โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย เพื่อรวบรวมสถานการณ์และข้อเสนอต่างๆ หวังจัดทำนโยบายสาธารณะรองรับสังคมสูงวัย โดยมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในทุกภูมิภาค และผ่านการพิจารณาของพลเมืองใน 4 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสภาพแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านสังคม มีผู้เข้าร่วมประชุมจากทางภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมกว่า 500 คน

นางทิพย์รัตน์  นพลดารมย์ กรรมการบริหาร รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า นโยบายรองรับผ้สูงวัย เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนปรึกษาหารือและทำงานร่วมกัน ซึ่งงานนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาประเทศตามแนวทางประชารัฐ เพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านผู้สูงอายุขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

ด้าน ผศ.ดร.ทพ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี ประธานกรรมการดำเนินการประชุมสมัชชานโยบายรองรับสังคมสูงวัย เผยว่า ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่ทำงานเรื่องดังกล่าว แต่มักจะแยกส่วนกันทำงานตามหน้าที่เฉพาะที่ตนเองรับผิดชอบ สมัชชาสุขภาพจึงรวบรวมข้อเสนอจากภาคส่วนต่าง ๆ มาทำให้เกิดการบูรณาการในการวางแผน นำเสนอนโยบายและดำเนินการ โดยหลังจากที่ประชุมรับรองมตินโยบายรองรับผู้สูงวัยในวันนี้แล้ว จะได้นำเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

กปน. ปล่อยหนังสั้น “Change for Better เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน”

การประปานครหลวง เปลี่ยนท่อประปาใหม่ระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร ภายในปี 2564 ทดแทนท่อประปาเดิมที่ใกล้ครบอายุการใช้งานที่อาจชำรุดแตกรั่วได้

ซึ่งการปรับเปลี่ยนท่อน้ำครั้งนี้ทาง การประปาฯ เผยว่า ประชาชนจะมีน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำประปาปลอดภัย (Water Safety Plan : WSP) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) พร้อมใช้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มความสุขให้ประชาชนด้วยน้ำประปาที่ไหลแรงขึ้น ไม่ต้องหยุดจ่ายน้ำเพื่อซ่อมท่อประปาบ่อย ๆ ลดปัญหาการจราจรติดขัด ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการซ่อมท่อประปาได้ ลดอัตราการแตกรั่ว ที่ทำให้เกิดน้ำสูญเสียเป็นจำนวนมาก

การประปานครหลวง

และเสริมความมั่นคงของน้ำประปา สาธารณูปโภคสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เสริมสร้างเศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคหลักที่สำคัญของประเทศให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การประปานครหลวง มุ่งหวังให้ประชาชนได้ตระหนัก และมีส่วนร่วมในการช่วยลดน้ำสูญเสีย ใส่ใจในการรักษาทรัพยากรน้ำให้มีใช้อย่างเพียงพอในอนาคต เหนือสิ่งอื่นใดเพื่อให้บริการน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างยั่งยืน