ยิ่งลักษณ์ โพสต์ครบรอบ 8 ปี เลือกตั้ง54 ย้ำไม่เคยลืมคะแนนจากประชาชน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยิ่งลักษณ์โพสต์ข้อความรำลึก 8 ปี เพื่อไทยชนะเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค.54
  • หยอดไม่คืนลืมบุญคุณของประชาชน ที่ส่งให้เป็นนายกฯ หยิงคนแรกของไทย
  • หัวหน้าและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประกาศลาออก หลีกทางคนรุ่นใหม่สานต่องานของพรรค

วันนี้ (3 ก.ค. 2562) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้อนรำลึก 8 ปีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 3 ก.ค. 2554 จนทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และส่งให้เจ้าตัวได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

โดยอดีตนายกฯ หญิงได้มีข้อความว่า เธอไม่เคยลืมบุญคุณประชาชน ที่ให้ความไว้วางใจ จนสามารถคว้าคะแนนการเลือกตั้งได้สูงสุด และทำให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้ ซึ่งการโพสต์ข้อความดังกล่าวนอกจากจะเป็นการรำลึกการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แล้ว

วันนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพรรคเพื่อไทย เมื่อ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ได้พร้อมใจกันยื่นใบลาออก เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่องานของพรรคด้วยนั่นเอง สำหรับข้อความทั้งหมดระบุว่า

8 ปี ผ่านไปแล้ว ก็ยังไม่เคยลืมบุญคุณที่ประชาชนให้ความไว้วางใจดิฉันในวันที่ ดิฉันและพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ

กรณีพบช้างป่าภูหลวง ล้มกลางไร่มันชาวบ้าน คาดโดนพิษไซยาไนด์

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ชี้แจงประเด็น”พบช้างป่าภูหลวงล้มกลางไร่มันชาวบ้าน คาดโดนพิษไซยาไนด์”
  • เจ้าหน้าที่ฯยังไม่ทราบสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากการที่ช้างกินหัวมันสำปะหลังซึ่งมีสารไซยาไนต์จึงตาย จึงได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ พร้อมหัวมันสำปะหลังที่พบที่ปลายงวง เพื่อนำไปตรวจสอบหาสารพิษหรือสาเหตุการตายตามหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2562 นักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ชี้แจงประเด็นที่ลงข่าวทางโทรทัศน์ และสื่อทางไลน์อิเล็กทรอนิค กรณี “พบช้างป่าภูหลวงล้มกลางไร่มันชาวบ้าน คาดโดนพิษไซยาไนด์” ดังนี้

1.วันอังคารที่ 2 ก.ค.2562 เวลาประมาณ 09.45 น. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ได้รับแจ้งจากฝ่ายปกครอง อ.ภูหลวง ว่าชาวบ้าน บ.ศรีเจริญ ต.เลยวังไสย์ อ.ภูหลวง จ.เลย แจ้งว่าพบช้างป่าล้ม (ตาย) จำนวน 1 ตัว ขอให้เขตฯ เข้าไปตรวจสอบด้วย

2. จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ช้างล้มบริเวณทุ่งนา นอกพื้นที่เขตฯ

3. เจ้าหน้าที่เขตฯภูหลวง และหัวหน้าโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ร่วมตรวจสอบกับ นายอำเภอภูหลวง ฝ่ายปกครองอำเภอภูหลวง ปศุสัตว์อำเภอภูหลวง พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเลย และตำรวจ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ดังนี้

  • ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 45-50 ปี
  • เส้นรอบวงตีนหน้า 128 ซม.
  • น้ำหนักประมาณ 3-3.5 ตัน
  • สภาพซากนอนตะแคงซ้าย หัวพาดขอบทาง ปลายงวงพบหัวมันสำปะหลัง 1 หัว จากการสอบถามราษฎรที่พบซากช้างซึ่งมีพื้นที่เกษตรบริเวณนี้ แจ้งว่า ได้เดินทางมาทำไร่นาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2562 และเดินทางกลับบ้านเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันเดียวกัน และได้เดินทางกลับมาอีกครั้งในวันที่ 2 ก.ค.2562 เวลาประะมาณ 08.50 น. และได้มาพบซากช้างป่าดังกล่าว คาดว่าช้างล้มมาแล้วประมาณ 2 วัน
  • บริเวณหน้าผากพบร่องรอยกระสุนลูกปรายจากปืนลูกซอง ตรวจสอบแล้วเป็นรอยแผลที่เกิดมานานแล้ว
  • สภาพพื้นที่เกิดเหตุเป็นไร่มันสำปะหลัง สลับนาข้าว สวนกล้วย
  • จุดเกิดเหตุอยู่ที่พิกัด 772954E 1890372N อยู่นอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงประมาณ 1.5-2 กม.

4.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเลยตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบเพียงร่องรอยการเดินหากินของช้างตัวที่ล้ม และไม่พบสิ่งผิดปกติในบริเวณจุดเกิดเหตุ

5.ปศุสัตว์อำเภอ และเจ้าหน้าที่เขตฯได้ร่วมทำการผ่าซากช้างป่าพบว่าในท้องช้างมีแก๊สเป็นจำนวนมาก จากการชันสูตรเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากการที่ช้างกินหัวมันสำปะหลังซึ่งมีสารไซยาไนต์ จึงตาย

ปศุสัตว์อำเภอได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (ปลายลิ้น ปลายงวง ขน ตับ เนื้อเยื่อในกระเพาะ กระเพาะ) และตัวอย่างอาหารในกระเพาะ พร้อมหัวมันสำปะหลังที่พบที่ปลายงวง แล้วมอบให้ จนท.ขสป.ภูหลวง นำส่งให้สัตวแพทย์ กรมอุทยานฯ เพื่อนำไปตรวจสอบหาสารพิษหรือสาเหตุการตายตามหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

6.จะได้ดำเนินการฝังทำลายซากช้างป่าตามหลักวิชาการ

7. ได้มอบหมายให้นายบัวพันธ์ ธรรมกุล พนักงานพิทักษ์ป่าระดับ ส 3 เป็นผู้นำบันทึกการตรวจสอบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรภูหลวง จ.เลย เพื่อดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ สบอ.8 (ขอนแก่น) ได้สั่งการและกำชับให้เขตฯภูหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพิ่มการลาดตระเวณเชิงคุณภาพอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ให้ทั่วทั้งพื้นที่ และรอบนอกเขตฯ ที่คาดว่าช้างป่าจะออกนอกพื้นที่

ตลอดจนให้เน้นการสร้างความเข้าใจ การประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบระหว่างช้างป่ากับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น)

‘สรรพากร’ แจงอีกครั้ง ‘ภาษีแบบใหม่’ เผยแพร่ในโซเชียลฯ เป็นแค่ข้อเสนอ ยังไม่มีผลบังคับใช้ในปี 2562

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีข่าวเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์มาตั้งแต่เมื่อปลายปี 2561 เรื่องการปฏิรูปภาษีสรรพากรแบบใหม่ทั้งระบบ พร้อมระบุว่าจะนำมาปรับใช้ภายในปี 2562
  • สรรพากรชี้แจงว่า การปฏิรูปภาษีสรรพากรเป็นเพียงข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร ยังไม่เป็นกฎหมาย และไม่มีผลบังคับใช้ในปี 2562

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ข้อความตามที่เผยแพร่ดังกล่าว เป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากรที่ได้มีการนำเสนอในการจัดสัมมนา เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา

โดยต่อมาทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ส่งข้อเสนอดังกล่าวให้กรมสรรพากรเพื่อพิจารณา ซึ่งปัจจุบันกรมสรรพากรอยู่ระหว่างการศึกษาและนำข้อเสนอแนะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อเสนอแนะของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) มาประกอบการพิจารณาเพื่อปรับปรุงประมวลรัษฎากรในประเด็นต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน พร้อมทั้งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดเก็บภาษี การยกระดับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ข้อความตามที่เผยแพร่ดังกล่าว เป็นการสรุปภาษีสรรพากรแบบใหม่ โดยระบุว่าเตรียมปรับใช้ภายในปี 2562 เช่น

  • อายุ 18 ปี ทุกคนต้องยื่นแบบภาษีไม่ว่ารายได้เท่าไหร่ จากเดิมที่รายได้ไม่เกิน 120,000 บาทต่อปี ไม่ต้องยื่นภาษี
  • ลดเพดานภาษีบุคคลจาก 35% เหลือ 25% เพื่อส่งเสริมรายย่อยให้ทำธุรกิจ ปรับเงินได้ใหม่เหลือ 3 ประเภท และให้หักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
  • ปรับลดเงินได้นิติบุคคลเป็นรวมไม่เกิน 25% จาก 28%
  • ปรับภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการ เดิมรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ปรับเป็นรายได้เกิน 10 ล้านบาท (ถ้าไม่ถึงเสีย 2% แทน)