ไต้หวัน ต่ออายุ ‘ฟรีวีซ่า’ ให้คนไทยถึง 31 ก.ค.63

ไต้หวันประกาศต่ออายุ ‘ฟรีวีซ่า’ ให้นักท่องเที่ยวไทยอีก 1 ปี ตั้งแต่ 1 ส.ค.62 ถึง 31 ก.ค.63 โดยอยู่ได้ไม่เกินครั้งละ 14 วัน

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศต่ออายุมาตรการฟรีวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวจากประเทศไทย บรูไน ฟิลิปปินส์ และรัสเซีย อีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 โดยอยู่ได้ไม่เกินครั้งละ 14 วัน
 โดยระบุว่า ตั้งแต่ที่รัฐบาลได้ให้สิทธิ์ยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่าแก่ประเทศเป้าหมายตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ในปี 2559 เป็นต้นมา

นักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้มาท่องเที่ยวไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปีที่แล้วก็มียอดจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศเป้าหมายมากเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 13.61% แสดงให้เห็นว่านโยบายฟรีวีซ่าดังกล่าวเป็นผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไต้หวัน

ภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่จากภาครัฐ ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวและสายการบิน ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปไต้หวันเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 จากสถิติเดือนมกราคม – เมษายน ปี 2562 พบว่ามีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน 140,925 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 25%

โดยในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยไปเที่ยวไต้หวันมากถึง 42,283 คน คาดการณ์ว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
 อย่างไรก็ตามมาตรการฟรีวีซ่าก็เป็นช่องทางให้คนไทยจำนวนหนึ่งฉวยโอกาสไปค้าบริการทางเพศและค้าแรงงานผิดกฎหมาย

ทำให้รัฐบาลไต้หวันลดเวลาในการอยู่ในไต้หวันจากเดิม 30 วัน เหลือ 14 วันตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา
 จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ในปี 2560 มีการตรวจพบและจับกุมหญิงไทยที่อาศัยมาตรการฟรีวีซ่า ค้าบริการในไต้หวันรวม 309 ราย มากว่าปี 2559 ที่มีจำนวน 18 ราย และปี 2558 ที่ตรวจพบ 3 ราย 17 เท่า และ 103 เท่า

แอมเนสตี้ร้อง ‘บิ้กป้อม – บิ๊กแป๊ะ’ เร่งหาคนทำร้าย จ่านิว-ฟอร์ด-เอกชัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตัวแทนแอมเนสตี้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงรองนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.เร่งหาคนทำร้าย จ่านิว-ฟอร์ด-เอกชัย
  • ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชี้กรณี ‘เฉลิม อยู่บำรุง’ ระบุว่ามีนายตำรวจให้ที่พัก 2 ใน 4 คนร้าย ชี้หากมีขอมูลจริงให้มาแจ้ง

วันนี้ (3 ก.ค. 62) ที่ สำนักงานตำตรวจแห่งชาติ ตัวแทนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงรองนายกรัฐมนตรีประวิตร วงษ์สุวรรณและ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านทางตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้มีการสอบสวนการทำร้ายอย่างรุนแรงต่อสามนักกิจกรรม และคุ้มครองสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ

โดย พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจสันติบาล เปิดเผยว่า หากประชาชนมีเบาะแสหรือข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ขอให้แจ้งมายังตำรวจ ส่วนกรณีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ออกมาให้ข่าวว่ามีนายตำรวจให้ที่พักพิง 2 ใน 4 ผู้ก่อเหตุหากมีข้อมูลจริงขอให้แจ้งมา ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคลี่คลายคดี มีชุดสืบสวนที่ทำหน้าที่หาเบาะแสอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยและนักกิจกรรมที่แต่งตัวคอสเพลย์เป็นนายสิรวิชญ์ และขอให้ช่วยดูแลไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ไฮโซแพทตี้ จี้ตรวจสอบการทำงาน พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ 2 มาตรฐาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ไฮโซแพทตี้ ร้อง ผบช.น. จี้ตรวจสอบการทำงานพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ 2 มาตรฐาน โดยเจ้าตัวระบุว่า ตนแจ้งความดำเนินคดีกันในครอบครัว แต่คดีฝั่งตัวเองไม่คืบหน้า
  • คดีความต่างๆ เกิดขึ้นภายหลังจากแม่ของไฮโซแพทตี้ เสียชีวิต เมื่อเดือน ส.ค.59 ภายหลังแม่เสียชีวิต ไฮโซแพทตี้ ระบุว่าตนร้องขอศาลเป็นผู้จัดการมรดก ทั้งพ่อและน้องๆ อีก 3 คนไม่มีใครค้าน แต่หลังจากผ่านไป 2 ปี พ่อและน้องๆ ต้องการให้ขายทรัพย์สินของแม่แล้วเอาเงินมาแบ่งกัน สุดท้ายตกลงกันไม่ได้เกิดการขัดแย้งกัน ทั้ง 2 ฝั่งต่างแจ้งความดำเนินคดีกัน จึงเกิดเป็นคดีความขึ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน (ประเทศไทย) ร่วมกับ เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริต – ประพฤติมิชอบแห่งชาติ พร้อมด้วย น.ส.วรินยุพา หรือแพตตี้ อัครพงศ์ไพศาล อายุ 42 ปี นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์

ปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.ชาญศิริวัสดุภัณฑ์ และ ผู้จัดการมรดก นางณัฐสุรีย์ ศิริโชติรัตน์ มารดา ที่เสียชีวิตในวันที่ 12 ส.ค.2559 เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รองผบช.น. เข้ามารับเรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน 2 นาย ของสน.ประเวศ ที่เลือกปฏิบัติไม่ได้รับความเป็นธรรม เจตนากลั่นแกล้งพูดจาข่มขู่ จนเกิดความเครียดต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล

จากคดีที่น้องชายกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ซึ่งเป็นมรดกปลอมแปลงเอกสาร และคดีที่บิดากล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์และปลอมแปลงเอกสาร โดยที่ น.ส.วรินยุพา ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบิดาและน้อง 3 คนในข้อหาลักทรัพย์กลับไม่มีความคืบหน้า

น.ส.วรินยุพา เปิดเผยว่า ภายหลังกลับมาช่วยงานคุณแม่ ซึ่งก่อนแม่เสียชีวิตได้ช่วยงานด้านอสังหาริมทรัพย์ จากนั้นเมื่อท่านเสียชีวิตก็รับหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท สานงานต่อและรับภาระหนี้สินแทนแม่ทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาท พร้อมร้องขอศาลเป็นผู้จัดการมรดก ทั้งพ่อและน้องๆ อีก 3 คนไม่มีใครค้าน

ต่อมาผ่านมา 2 ปี พ่อและน้องอ้างเดือดร้อนเงิน จึงบังคับให้ขายทรัพย์สินของแม่แล้วเอาเงินมาแบ่งกัน แต่ตกลงกันไม่ได้เพราะจะไม่ยอมชำระหนี้ธนาคารร่วม 10 ล้าน ที่แม่กู้ยืมไว้ก่อนตาย

จากนั้นน้องชายไปเปิดห้างหุ้นส่วนทำวัสดุก่อสร้างแห่งใหม่ กลับมาขนสินค้า รวมทั้งรถยนต์รถบรรทุกไปจนเกลี้ยง จากนั้นต่างฝ่ายต่างแจ้งความตำรวจท้องที่ สน.ประเวศ โดยมี ร.ต.อ.ธรรมดา จัทโทศรี และ ร.ต.ท.ศุภชัย ขุนทา เป็นผู้รับรับผิดคดีดังกล่าว คดีของตนเองกลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด แต่มากดดันตนคดียกยอกทรัพย์ที่บิดาและพี่น้องของตัวเองเป็นผู้แจ้งความกับตนแทน

ตนจึงเข้าขอความช่วยเหลือกับสมาคมฯดังกล่าว ให้พามาร้องเรียน ผบช.น.และร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวให้เกิดความเป็นธรรมกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ ทางรองผบช.น.ยืนยันว่า นำเรื่องดังกล่าวมาตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีดังกล่าวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.วรินยุพา หรือแพทตี้ นักธุรกิจสาว ได้รับฉายาเป็นสาวไฮโซ หลังมีสื่อนำเสนอประวัติและเรื่องราวเวลาเดินทางไปสถานที่ใดจะนำสุนัขพันธุ์มอลทีส สีขาวชื่อเจ้าสโนไวท์ ที่รักเหมือนลูกพาไปเที่ยวห้างดัง อาทิเช่น สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เกือบทุกวัน ลงเป็นข่าว

โดยจะต้องปัด บรัชออน แต้ม อายชาโดว์ ของ บ๊อบบี้บราวน์ และทาลิปกลอส-ลิปสติก ของ ชู อูเอมูระ ให้เจ้าสโนไวท์ทุกครั้งก่อนออกเดินทางไปไหน และในครั้งนี้ระหว่างที่เดินทางมาร้องทุกข์ น.ส.วรินยุพา หรือแพทตี้ นำสุนัขเจ้าสโนไวท์ มาด้วย