นร.สวนกุหลาบนนท์ ถือป้ายประท้วง หลัง ผอ.โรงเรียน ส่อทุจริต

เฟซบุ๊กแฟนเพจ นักเกรียน สวนกุหลาบ ได้โพสต์ภาพของนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี ที่มีการรวมตัวกันประท้วง พร้อมส่งตัวแทน 2 คน ออกไปพูดหน้าแถวตอนเช้า และถือป้ายข้อความว่า “นักเรียน เป็นประชากรที่มีจำนวนมากที่สุดในโรงเรียน การใช้งบประมาณ ต้องเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน”

ทั้งนี้ มีการรายงานว่า กลุ่มนักเรียนได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลที่อาจจะส่อแววทุจริต ในเรื่องของการใช้งบประมาณ จัดตั้งพัดลมยักษ์ สร้างรั้วหรือสิ่งปลูกสร้างเกินความจำเป็น ค่าจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ด ความทรุดโทรมของห้องน้ำ เรื่องร้านขายของหรือร้านสวัสดิการ และอีกมากมาย

นอกจากนี้ แอดมินเพจได้โพสต์อัพเดตว่า ตัวแทนนักเรียน 2 คน ที่ออกไปถือป้าย ได้ถูกฝ่ายกิจการนักเรียนเรียกเข้าไปพูดคุยกับ รองผอ. ที่ห้องปกครอง ซึ่งน้องบอกว่า รองผอ.ไม่ค่อยพอใจ แต่พูดคุยปกติ ไม่ได้ใช้อารมณ์ ขอร้องเพียงว่า อย่าให้สัมภาษณ์สื่อ

‘สนธิรัตน์’ ไม่ขอรับตำแหน่ง รมว.พลังงาน เผยเสียใจปัญหาความขัดแย้ง

“สนธิรัตน์”ระบุ เสียใจปัญหาความขัดแย้งในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ของ พปชร. ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกกระทรวง พร้อมแจง ไม่ขอรับตำแหน่ง รมว.พลังงาน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลัง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.และกลุ่มสามมิตร เตรียมเสนอญัตติในที่ประชุมพรรคเพื่อขับออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่า ตั้งแต่เข้ามาทำงานการเมือง ตนมีความทุ่มเทตั้งใจรับใช้ชาติบ้านเมืองในตำแหน่งต่าง ๆ โดยเมื่อได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ก็ตามตนได้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าให้หลุดพ้นจากปัญหาที่สะสมมา ทำงานอย่างเต็มความสามารถและได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์ให้ตกกับพี่น้องประชาชนในหน้าที่นั้น ๆ

ส่วนประเด็นปัญหาความขัดแย้งในการเข้าดำรงตำแหน่งในกระทรวงที่กล่าวถึงขณะนี้นั้น ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ที่จะเลือกกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งในการทำงาน และพร้อมทำงานในกระทรวงที่ได้รับมอบหมายหากเห็นว่าเหมาะสม ดังเช่นตอนแรกที่มีกระแสข่าวได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้เตรียมงานและเตรียมนโยบายในการบริหารกระทรวง ที่จะใช้อุตสาหกรรมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และได้เตรียมบุคลากรมืออาชีพเข้ามาเป็นทีมงานในการทำงานในกระทรวง ส่วนกรณีกระแสข่าวที่จะให้ไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงพลังงาน ตนเองมีความรู้สึกเสียใจในปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ได้เข้าไปมีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งแต่ประการใด ดังนั้น ตนขอแสดงเจตนารมณ์ไม่มีความประสงค์และไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เพื่อพวกเราจะได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตนพร้อมรับฟังความเห็นต่างและเคารพเสียงประชาชนทุกคะแนนเสียง โดยเชื่อว่าขณะนี้ประชาชนอยากเห็นการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ และเพื่อให้เกิดการทำงานที่ราบรื่น จึงเห็นว่าพรรคควรเดินหน้าและร่วมมือกันพัฒนานโยบายพัฒนาประเทศทุกด้านเพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจและเชื่อมั่นทางการเมืองและเศรษฐกิจ

กฎมีไว้แหก! ภาพผู้ใช้รถ จยย. แห่ขี่บนฟุตปาธเลี่ยงรถติด

ประเด็นน่าสนใจ

  • จส.100 โพสต์ภาพกลุ่ม จยย. เมินกฎหมาย ขี่บนทางเท้าเลี่ยงรถติดย่านลาดพร้าว
  • ชาวเน็ตสงสัยทำไมตำรวจถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
  • ขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้ามีตามพ.ร.บ.จราจร และความผิดคดีอาญา โทษปรับสุงสุด 5,000 บาท

วันนี้ ( 1 ก.ค. 2562) เพจ JS100 Radio ได้มีการเผยแพร่ภาพการใช้รถใช้ถนนของคนไทย ที่นับวันจะถือเอาความสะดวกสบาส่วนตัวเป็นที่ตั้งมากกว่าการเคารพกฎจราจร จนทำให้มีชาวบ้านบางส่วนต้องพลอยเดือดร้อนไปกับการกระทำดังกล่าว

ซึ่งภาพที่เพจดังโพสต์ ได้เผยให้เห็นว่าผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมากไม่เกรงกลัวความผิดตามกฎหมาย ก่อนพากันขี่รถจักรยานยนต์บนฟุตปาธจนแน่นขนัด เพื่อเลี่ยงรถติดบนถนนลาดพร้าว 101 ในช่วงเช้าที่การจราจรหนาแน่น ส่งผลทำให้คนเดินเท้าไม่สามารถใช้ทางเดินดังกล่าวสัญจรได้เช่นกัน

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่าเวลานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหายไปไหนหมด ทำไมถึงไม่ออกมาอำนวยความสะดวกประชาชน

ขี่รถบนทางเท้า ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย โทษปรับสูงถึง 5,000 บาท

สำหรับการขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า ถือได้ว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.จราจร และความผิดคดีอาญา โดยในคดีจราจรทางบก พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (7) ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร
มาตรา 157 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 43(7) มีโทษปรับ 400-1000 บาท

ส่วนของคดีอาญานั้น การขี่มอเตอร์ไซบนทางเท้า มีโทษปรับถึง 5000 บาท โดยพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
มาตรา 17(2) ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า
มาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 17 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท