‘ทศพร’ อดีต สส. แพร่ เชิญชวนจุดเทียน ยุติทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง แยกราชประสงค์

วันนี้ (1 ก.ค. 62) เมื่อเวลา 16.30 น. มีรายงานว่า นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต สส. แพร่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยรักษาชาติ ได้เชิญชวนเพื่อนๆ ที่เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมชูป้ายจุดเทียนเรียกร้องให้ยุติการทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมืองเพื่อให้สังคมเกิดความสันติ ในเวลา 18.00-20.00 น. เป็นต้นไป บริเวณแยกราชประสงค์ โดยได้แจ้งขออนุญาตจัดการชุมนุมไปยัง ผกก.สน.ลุมพินี แล้ว

หลังเกิดกรณี นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อายุ 27 ปี ถูกรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้บ้านพักย่านคลองสามวา อีกทั้งประนามการกระทำดังกล่าว หลังจากมีการทำร้ายนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ และน่าเป็นห่วงว่าอาจจะมีการสูญเสียมากไปกว่านี้ ถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่

ทั้งนี้ บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาห้างสรรพสินค้า อัมรินพลาซ่า ราชประสงค์ มีแผงเหล็กกันเป็นทางยาวด้านหน้าทางเข้า ขณะเดียวกันที่บริเวณด้านบนสกายวอล์ค แยกราชประสงค์ มีแผงเหล็กและแถบผ้ากั้น ส่วนตรงป้ายราชประสงค์ เจ้าหน้าที่ได้มีการนำกระถางต้นไม้มาล้อมป้ายเอาไว้

อุตุฯ ประกาศเตือนมรสุมลูกใหม่ถล่ม 36 จังหวัด 2-4 ก.ค. นี้ กทม. โดนด้วย!

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง (มีผลกระทบจนตั้งแต่วันที่ 2-4 ก.ค.2562) ฉบับที่ 2

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 2-4 ก.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยจะมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้

วันที่ 2 ก.ค. 62

ภาคเหนือ : จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร ตาก และ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และ ตราด

วันที่ 3-4 ก.ค. 62

ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร ตาก และ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครปฐม และ สุพรรณบุรี

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และ ตราด

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และ ภูเก็ต

ทั้งนี้เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนผ่านอ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 2 ก.ค. 62 และจะเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวในช่วงวันที่ 3-4 ก.ค. 62 ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยพาณิชย์ ปิดดีลขายหุ้น SCB Life ทั้งหมดให้ FWD มูลค่า 9.27 หมื่นล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • ธนาคารไทยพาณิชย์ ขายหุ้นที่ธนาคารถืออยู่ทั้งหมดในบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (SCB Life) ให้แก่กลุ่มเอฟดับบลิวดี (FWD Group Financial Services Pte. Ltd.) 
  • โดยภายหลังการซื้อขายหุ้นดังกล่าวแล้วเสร็จ ธนาคารไทยพาณิชย์จะเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของเอฟดับบลิวดีให้แก่ลูกค้าของธนาคารผ่านช่องทางจัดจำหน่ายต่างๆ ของธนาคารเป็นเวลา 15 ปี
  • ดีลนี้ธนาคารไทยพาณิชย์จะได้รับค่าตอบแทนทั้งหมด 9.27 หมื่นล้านบาท รวมทั้งค่าตอบแทนสำหรับการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตลอดช่วงระยะเวลาความร่วมมือ
  • ลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ของ SCB Life อยู่จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ 

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ว่า ธนาคารได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นซึ่งมีผลผูกพันเพื่อการขายหุ้นที่ธนาคารถืออยู่ทั้งหมดในบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (SCB Life) ให้แก่กลุ่มเอฟดับบลิวดี (FWD Group Financial Services Pte. Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทางด้านประกันชีวิตในเอเชีย

โดยการเข้าทำรายการครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือด้านประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ในความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารจะเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของเอฟดับบลิวดี ให้แก่ลูกค้าของธนาคารผ่านช่องทางจัดจำหน่ายต่าง ๆ ของธนาคารเป็นเวลา 15 ปี โดยภายใต้ข้อกำหนดของสัญญา ธนาคารจะได้รับค่าตอบแทนทั้งหมดเป็นจำนวน 9.27 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารจะยังได้รับค่าตอบแทนสำหรับการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตลอดช่วงระยะเวลาความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านธนาคาร

ทั้งนี้ ภายหลังการทำรายการแล้วเสร็จ ลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ของ SCB Life จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ลูกค้าจะยังคงได้รับผลประโยชน์ ความคุ้มครอง รวมถึงบริการอย่างต่อเนื่องดังที่กำหนดในกรมธรรม์ อีกทั้งกรมธรรม์ของ SCB Life จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยเอฟดับบลิวดี 

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า “ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อธนาคารในระยะยาว โดยความร่วมมือกับเอฟดับบลิวดีจะเป็นการรวบรวมเอาจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงานและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เอฟดับบลิวดีถือเป็นบริษัทชั้นนำด้านประกันชีวิตในภูมิภาค ที่มีความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจง่ายและตรงกับความต้องการของลูกค้า มีความสามารถโดดเด่นด้านเทคโนโลยี รวมถึงมีทีมบริหารที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งสิ่งสำคัญในการเป็นพันธมิตรร่วมกันในครั้งนี้ ทั้งธนาคารและเอฟดับบลิวดีมุ่งมั่นที่จะสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย โดยยึดมั่นถึงความต้องการของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก นับว่าเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจในครั้งนี้”

นาย Huynh Thanh Phong (นายฮวิน ทัน ฟง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มเอฟดับบลิวดี กล่าวว่า “เรามีประสบการณ์ด้านการเติบโตในธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาค รวมถึงการสร้างพันธมิตรเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านธนาคารที่มีประสิทธิผล ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตชั้นนำของเอฟดับบลิวดี โดยเรามุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้า ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้”