กรมสุขภาพจิตเผย คนไทยพยายามฆ่าตัวตายปีละ 53,000 คน สำเร็จ 4,000 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์คนไทยพยายามฆ่าตัวตายปีละ 53,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน ฆ่าตัวตายสำเร็จปีละ 4,000 คน
  • การฆ่าตัวตายสามารถป้องกันได้จากบุคคลรอบข้าง ผู้ที่มีประวัติเคยทำร้ายตนเองมาก่อน จะต้องคอยดูแลใกล้ชิด ญาติหรือบุคคลใกล้ชิดต้องหมั่นสังเกต
  • ผู้ที่มีปัญหาสามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (1 กรกฎาคม 2562) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุด ในประเทศไทย พบว่า ในแต่ละปีจะมีคนพยายามฆ่าตัวตายปีละ 53,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน โดยจะมีคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 4,000 คน

ในปี 2561 อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.11 เพิ่มขึ้นจากอัตรา 6.03 ในปี 2560 โดยเพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศหญิงกว่า 4 เท่า ช่วงอายุที่มีจำนวนการฆ่าตัวตายสูงสุดของ เพศชายอยู่ที่ 35-39 ปี ส่วนเพศหญิงจำนวนการฆ่าตัวตายสูงสุดอยู่ที่ช่วงอายุ 50-54 ปี

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า สาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตายส่วนหนึ่งมาจากโรคซึมเศร้า ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ความรัก ปัญหาด้านการใช้สุราและยาเสพติด ซึ่งข่าวการฆ่าตัวตายแต่ละครั้งจะกระทบต่อจิตใจของแต่ละคน โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิด ซึ่งแนวทางป้องกันการฆ่าตัวตายสามารถป้องกันได้จากบุคคลรอบข้าง ครอบครัว ญาติ เพื่อนสนิท คนใกล้ชิด ชุมชม และสังคม

การดูแลจิตใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ การพูดคุยซักถาม รับฟัง ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่กำลังมีปัญหาอย่างใส่ใจ ให้คลายจากความเศร้า ความกังวล เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถช่วยกันได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเคยทำร้ายตนเองมาก่อน จะต้องคอยดูแลใกล้ชิด ช่วยเหลือประคับประคองจิตใจ หรือพาไปรับการรักษากับแพทย์

เช่นเดียวกับในรายที่มีความเครียดหรือมีอาการซึมเศร้า ซึ่งจะมีทั้งการใช้ยารักษา โดยต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง และการให้การปรึกษาทางจิตวิทยา เพื่อเปลี่ยนความคิดและมุมมองก็จะช่วยได้

สำหรับการสังเกตสัญญาณเตือนหรือสัญญาณผู้ที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย 10 สัญญาณ ดังนี้
  1. ประสบปัญหาชีวิต เช่น ล้มละลาย เป็นหนี้ สูญเสียคนรักกะทันหัน พิการจากอุบัติเหตุ
  2. ใช้สุราหรือยาเสพติด
  3. มีประวัติคนในครอบครัวเคยฆ่าตัวตาย
  4. แยกตัว ไม่พูดกับใคร
  5. นอนไม่หลับเป็นเวลานาน
  6. พูดด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล สีหน้าเศร้าหมอง
  7. มีอารมณ์แปรปรวน จากซึมเศร้าหรือหงุดหงิดมานาน เป็นสบายใจร่าเริงผิดปกติ
  8. พูดว่าอยากตาย หรือไม่อยากมีชีวิตอยู่
  9. เคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน
  10. มีการวางแผนการฆ่าตัวตายไว้ล่วงหน้า เช่น พูดจาฝากฝังคนข้างหลัง จัดการทรัพย์สิน

หากพบผู้ที่มีพฤติกรรมและอารมณ์ที่กล่าวมา ขอให้รีบเข้าไปพูดคุย รับฟัง และให้ความช่วยเหลือ ส่วนผู้ที่มีปัญหาสามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

กลุ่มโจ๋โวยตำรวจ ตั้งด่านตรวจ จับ-ปรับรถ จยย.ในอุทยานฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนโพสต์ไม่พอใจ ตำรวจตั้งด่านจับ-ปรับรถจักรยานยนต์ ในอุทยานฯ เขาชะเมา
  • ตำรวจเผยเพื่อป้องกันการแข่งรถสร้างความเดือดร้อน เพราะมีการนัดรวมตัวกันกว่า 300 คัน
  • ชาวเน็ตชี้ถ้าไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัว

วันนี้ (1 ก.ค. 2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งได้มีการไปตั้งด่านตรวจรถนักท่องเที่ยว ก่อนจับ-ปรับกันในอุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาชะเมา อ.เขาชะเมา จ.ระยอง

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ สายหมอบBangsaen ที่เผยถึงสาเหตุของการนำเรื่องดังกล่าวออกมาเผยแพร่ว่า ก็เพื่อต้องการคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งผิดกฎหมายแต่กลับมาจ้องจับผิดเช่นนี้

ขณะที่ผู้โพสต์ระบุว่า 🔰 #แชร์ไปครับ
🔰 ผิดก็ถูกจับถูกต้องแล้วครับ

แต่ข้างในสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาชะเมาสวยๆแบบนี้ #คุณสมควรเข้าไปตั้งด่านจับกันถึงข้างในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ไหมหละครับ จอดรถน้องๆเขาก็จอดกันให้เป็นระเบียบตามที่เจ้าหน้าที่ของอุทยานบอกทุกอย่าง

แล้วทำไมคุณถึงไม่ออกไปตั่งด่านจับกันข้างนอกของเขตอุทยานหละครับ เพื่อจะได้โชว์ความสามารถในการจับครั้งนี้ให้ดูดีกว่านี้หละครับ

พวกผมพี่น้อง #สายหมอบ จะมาเที่ยว จะมาเล่นน้ำตก จะมาถ่ายรูปโชว์สถานที่ท่องเที่ยวกับความสวยงามเอาไปอวดเอาไปโชว์กันว่าอุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาชะเมาของประเทศไทยเราสวย ว่าน่าพากันมาเที่ยว มาถ่ายรูป มาเช็คอินกัน แต่นี้พวกผมกลับต้องมานั่งถ่ายภาพการจับรถในสถานที่ท่องเที่ยวแทน😓

แล้วแบบนี้ใครจะอยากชวนกันไปท่องเที่ยวอีกหละครับ พวกผมไปเที่ยวกันมา6ปีแล้วครับ พวกผมส่วนใหญ่ก็มีแต่มอเตอร์ไซค์ที่จะขี่ไปท่องเที่ยวกันได้ไม่มีรถยนต์เหมือนใครเขา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่

ตำรวจ แจง เพราะป้องกันการสร้างความเดือดร้อน ปชช. ไม่ผิดไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเจ้าของโพสต์

ก่อนที่เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุของการเข้าตรวจจับในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะต้องการป้องกันไม่ให้คนกลุ่มดังกล่าวมีการมัวสุม หรือแข่งขันความเร็วกันบนท้องถนนจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน

เพราะสืบทราบมาว่าการเข้าเที่ยวอุทยานฯ เขาชะเมาดังกล่าว มีการนัดรวมตัวกันและนำรถเข้าอุทยานฯ กว่า 300 คัน ทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่ารถผิดกฎหมายก็ทำการจับปรับ แต่ถ้ารถไม่ได้ดัดแปลง หรือมีเอกสารครบ ก็ไม่ได้ถูกจับปรับดำเนินคดี

ก.ต่างประเทศ แจงข่าวลือพาสปอร์ตใหม่ ยันปลอดภัยขึ้น

กระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธกระแสข่าวลือหนังสือเดินทางรุ่นใหม่ ลดคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยของหนังสือเดินทาง เพื่อให้ราคาต่ำลง

กระทรวงต่างประเทศ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การพิจารณาข้อเสนอสำหรับโครงการจ้างผลิตหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 ใช้เกณฑ์การประเมิน price performance ซึ่งได้กำหนดสัดส่วนคะแนนด้านราคาไว้ที่ร้อยละ 40 และคะแนน ด้านประสิทธิภาพไว้ที่ร้อยละ 60

ผู้ชนะจึงอาจไม่ใช่ผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด แต่ต้องเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนราคา-ประสิทธิภาพรวมสูงสุด ดังนั้นการที่กล่าวอ้างว่าลดราคาหาผู้ชนะประมูล จึงคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง

กระทรวงการต่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับคุณลักษณะความปลอดภัยของหนังสือเดินทางมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือเดินทางรุ่นใหม่ที่ได้เพิ่มการจัดเก็บข้อมูลชีวมาตรจากเดิม โดยจะมีการจัดเก็บม่านตาเพิ่มขึ้นจากการจัดเก็บเพียงใบหน้าและลายนิ้วมือ ซึ่งข้อมูลชีวมาตรดังกล่าวเป็นคุณลักษณะความปลอดภัยสำคัญสูงสุดในการป้องกันการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

สำหรับข้อกล่าวอ้างว่าได้มีการลดสเปคความปลอดภัยของหนังสือเดินทางนั้น ขอเรียนว่าตาม TOR ของโครงการหนังสือเดินทางฯ ในระยะที่ 3 กระทรวงฯ ได้กำหนดคุณลักษณะให้เปิดกว้างรับเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้อยู่เดิม หรือเทคโนโลยีใหม่

แต่ที่สำคัญรูปแบบด้านความปลอดภัยต้องเทียบเท่าหรือดีกว่าของเดิม โดยข้อกำหนดขั้นต่ำเรื่องการ “สร้างภาพเสมือนจริงด้วยเลเซอร์เป็นรูปใบหน้าของผู้ถือหนังสือเดินทางบนหน้าข้อมูล” เป็นข้อกำหนดที่สูงกว่าที่ ICAO กำหนด และเปิดกว้างรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงยอมรับเทคโนโลยีเดิม

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าได้มีการลดสเปคหนังสือเดินทางลง หากแต่เปิดกว้างรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ด้วย ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับผู้ยื่นข้อเสนอว่าจะใช้เทคโนโลยีใด ซึ่งเป็นคุณลักษณะด้านการป้องกันการปลอมแปลงรูปถ่ายที่เป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับ

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ใช้เทคโนโลยี Image Perforation ที่ได้มีการกล่าวถึงในรายงานข่าวข้างต้นมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีมากว่า 20 ปี และในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาที่สมควรได้รับการพิจารณาด้วย ดังเช่นในกรณีของหนังสือเดินทางของประเทศอื่นๆ

สำหรับในการประกวดราคาครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ใช้ระบบ e bidding ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย สามารถเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวตามระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ของกระทรวงการคลัง