ชาวเน็ตถล่มเละ ! ธีร์”รับโกหก ซุกเงินบริจาค 8 ล้าน-โอนเข้าบัญชีแฟน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ หรือ ธีร์ อดีตนักแสดงหนุ่มป่วยหนัก
  • เจ้าตัวประกาศรับบริจาคเงินเพื่อรักษาตัว
  • มีคนพิรุธในการเปิดเผยจำนวนเงิน จนสังคมตั้งคำถามถึงยอดเงินบริจาคที่แท้จริง
  • ล่าสุดเจ้าตัวออกมายอมรับว่าได้เงินบริจาคถึง 8ล้านบาท แต่ที่ไม่เปิดเผยเพราะกลัวถูกอายัตเงินจากหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่

นายภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ หรือ ธีร์ อดีตนักแสดงที่ล้มป่วยด้วยโรควัณโรคทับตับและต่อมน้ำเหลือง พร้อมด้วย นางสาวอมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ หรือ เอ็มมี่ แม็กซิม แถลงข่าวกรณีที่ นายธีร์ และเอ็มมี่ โพสต์ขอความช่วยเหลือ จนทำให้มีผู้บริจาคเงินเข้ามาจำนวนมาก แต่ต่อมาหลายคนเกิดความสงสัยว่านายธีร์ มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นผิดปกติ มีการย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ ที่มีรถยนต์จอดอยู่ จึงเกิดเรื่องราวสุดดราม่า จนเจ้าตัวต้องยอมรับพร้อมอัพเดทยอดเงินบริจาคว่ามีมากถึง 8 ล้านบาท

โดยนายธีร์ กล่าวว่า ที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรกเพราะเป็นหนี้บัตรเครดิต กลัวจะโดนอายัดบัญชี ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่ย้ายไปอยู่ เป็นบ้านของแฟน ราคา 1.9 ล้านบาท ที่แฟนซื้อเอง และตนได้มาเช่าอยู่ รวมถึงบ่อปลาคราฟราคา 5 แสน ก็เป็นของแฟน ส่วนรถที่มีคนเห็นก็เป็นของคนอื่นที่ยืมมาขับ ตั้งแต่ป่วยก็ได้คืนไปแล้ว

ส่วนเงินที่เหลือประมาน 6 ล้านบาท ตนได้โอนเข้าบัญชีแฟน หากถามว่าทำไมถึงไว้ใจแฟนคนนี้ เพราะยามเจ็บป่วยแฟนได้คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่จากนี้จะนำเงินโอนกลับเข้าไปในบัญชีของแม่ ส่วนเงินที่ถูกใช้ไปแล้ว ตนได้นำไปใช้หนี้ต่างๆ และต่อไปจะไม่มีการนำเงินบริจาคไปใช้หนี้อื่นๆ อีก

นายธีร์ กล่าวยังอีกว่า ตอนนี้ตนเองได้หยุดรับบริจาคแล้ว และได้โพสต์ขายตุ๊กตาและกระเป๋า เพื่อหาเลี้ยงชีพ ซึ่งถ้ามีผู้สนใจก็ช่วยอุดหนุนได้ ขณะที่ เอ็มมี่ แม็กซิม เปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เพราะหลายคนหาว่าสร้างภาพ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียจากยอดเงินบริจาคดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าตัวได้ออกมายอมรับถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะไม่พอใจ บางส่วนด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง นอกจากนี้บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของธีร์ มีความเคลื่อนไหวโดยพบว่า จากที่เคยโพสต์คลิป ขายของและโพสต์เลขที่บัญชี ได้มีการตั้งสถานะเป็นส่วนตัว และลบโพสต์ต่างๆ ที่เคยโพสต์ไว้บางส่วน

แชร์ว่อน เด็ก 2 ประเทศเล่นม้ากระดกด้วยกันแม้มีกำแพงกั้นสหรัฐฯ-เม็กซิโก

ประเด็นน่าสนใจ

  • สำนักข่าวต่างประเทศถ่ายทอดเรื่องราวของสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก
  • ม้ากระดกนี้ ตั้งขั้นกลางอยู่ระหว่างพรมแดนของสหรัฐและเม็กซิโก ที่มีกำแพงกั้นกลางอยู่

ล่าสุดมีม้ากระดกที่สร้างขึ้นบริเวณกำแพงกั้นพรมแดนของสหรัฐฯ และเม็กซิโก ที่มีแนวคิดที่ชื่อว่า “Teeter-Totter Wall” โดยแนวคิดนี้ มาจากนายโรนัลด์ เรียล ศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ร่วมมือกับเหล่ารองศาสตราจารย์ด้านการออกแบบที่ San Jose State University สร้างสรรค์ม้ากระดกที่เชื่อมต่อกับผ่านกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก ตามนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ

ทั้งนี้หลังจาก Teeter-Totter Wall สร้างแล้วเสร็จ ก็มีเด็ก ๆ จากทั้งสองประเทศมาเล่นม้ากระดกนี้ด้วยกัน โดยทาง มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียแถลงว่า เด็ก ๆ ที่มาร่วมเล่นม้ากระดกทางฝั่งเม็กซิโก มาร่วมกิจกรรมนี้โดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน

ดูโพสต์นี้บน Instagram

One of the most incredible experiences of my and @vasfsf’s career bringing to life the conceptual drawings of the Teetertotter Wall from 2009 in an event filled with joy, excitement, and togetherness at the borderwall. The wall became a literal fulcrum for U.S. – Mexico relations and children and adults were connected in meaningful ways on both sides with the recognition that the actions that take place on one side have a direct consequence on the other side. Amazing thanks to everyone who made this event possible like Omar Rios @colectivo.chopeke for collaborating with us, the guys at Taller Herrería in #CiudadJuarez for their fine craftsmanship, @anateresafernandez for encouragement and support, and everyone who showed up on both sides including the beautiful families from Colonia Anapra, and @kerrydoyle2010, @kateggreen , @ersela_kripa , @stphn_mllr , @wakawaffles, @chris_inabox and many others (you know who you are). #raelsanfratello #borderwallasarchitecture

โพสต์ที่แชร์โดย Ronald Rael (@rrael) เมื่อ ก.ค. 28, 2019 เวลา 11:22pm PDT

โรนัลด์ เรียล โพสต์อินสตาแกรมชื่อ rrael ระบุว่า“กำแพงกลายเป็นจุดศูนย์กลางที่แท้จริงสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโกและเด็กและผู้ใหญ่เชื่อมโยงกันด้วยวิธีที่มีความหมายทั้งสองด้านด้วยการรับรู้ว่าการกระทำที่เกิดขึ้นในด้านหนึ่งมีผลโดยตรงต่ออีกด้านหนึ่ง”

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการรายงานข่าวว่าศาลฎีกาสหรัฐได้อนุมัติให้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถโยกเงินจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์ที่สภาคองเกรสอนุมัติให้กับกระทรวงกลาโหม ไปใช้ในการสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก แม้ก่อนหน้านี้ มาตรการดังกล่าว จะถูกพรรคเดโมแครตที่ครองเสียงข้างมากในสภาล่างคัดค้านแบบเต็มสูบ

นายโดนัลด์ทรัมป์ให้เหตุผลในการสร้างกำแพงกั้นระหว่างเม็กซิโกว่า การสร้างกำปพงจะช่วยสกัดผู้อพยพที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งทรัมป์ระบุว่า ผู้อพยพอาจนำมาสู่ปัญหาอาชญากรรมที่ก่อโดยผู้อพยพผิดกฎหมาย

ที่มา cnn.com

พี่สาวอั๋น ภูวนาท สอน ปารีณา ก่อนเสนอทางเลือกหลังพาดพิงทำเสื่อมเสีย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ดราม่า อั๋น ภูวนาท VS เอ๋ ปารีณา หลังนำเรื่องรักร้าว ทิม พิธา โยงการเมือง
  • ดร.วณิดา คุนผลิน พี่สาวของ อั๋น ภูวนาท ยันน้องเป็นบุคคลต้นแบบ และเป็นความภูมิใจของครอบครัว
  • ดร.วณิดา แนะ เอ๋ ปารีณา ลบข้อความ ชี้เรื่องครอบครัวส่วนตัวไม่ควรละเมิด

จากกระแสดรามาระหว่าง อั๋น ภูวนาท นักร้องและพิธีกรชื่อดัง กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หลังเจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการโพสต์ข้อความของ ส.ส.คนดัง ที่นำเอาเรื่องส่วนตัวซึ่งเป็นเรื่องรักร้าวของ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และ ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ นักแสดงสาว มาโยงเข้ากับการเมือง เพื่อพยายามดิสเครดิต ทิม พิธา จากการที่เขาได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากระหว่างการอภิปรายนโยบายรัฐบาล

จากนั้นไม่นาน ส.ส.จากราชบุรี ได้โพสต์ข้อความตอบกลับ นักร้องและพิธีกร ทำนองว่า ผู้ปกครอง หรือพี่สาว (ดร.วณิดา คุณผลิน อดีต สส. พรรคไทยรักไทย และอดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย) ควรชี้แนะ อั๋น ภูวนาท กันแน่

เพราะการที่เธอหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแสดงความเห็นก็เพราะต้องการให้เห็นเป็นอุทาหรณ์สอนคนในสังคม โดยเฉพาะเด็กสาว ว่า หากเจอเหตุการณ์ลักษณะคุณต่าย ควรจะทำอย่างไร และควรเห็นใจ ต่าย ชุติมา นั้น

ล่าสุด ดร.วณิดา คุณผลิน พี่สาวของ อั๋น ภูวนาท ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ถึง ส.ส.ปารีณา หลังจากที่เขาถูกพาดพิงถึงในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับอธิบายในฐานะพี่สาว ให้รับรู้ว่า อั๋น ภูวนาท คือความภูิใจของครอบครัว ประสบความสำเร็จในด้านอาชีพ และเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

ไม่ได้เป็นบุคคลตามที่ เอ๋ ปารีณา โพสต์จากความคิดและเข้าใจในมุมของตัวเอง ขณะเดียวกันได้เสนอเงื่อนไข 2 ข้อ ให้ ส.ส.ปารีณา เลือก ไม่อย่างนั้นจะดำเนินคดีคามกฎหมายฐานหมิ่นประมาท ทำให้เสียชื่อเสียง เพราะเรื่องครอบครัวและส่วนตัว เป็นคนละเรื่องกับสิทธิสตรี ไม่ควรละเมิด

โดยมีข้อความระบุว่า พี่แอนชี้แนะและสอนน้องเอ๋นะคะ

พี่แอน ดร.ภูวนิดา คุนผลิน ทั้งในฐานะพี่สาวของ ดร.อั๋น ภูวนาท คุนผลิน และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รุ่นพี่ของเอ๋หลายสมัยค่ะ

ในฐานะรุ่นพี่ในสภาผู้แทนราษฏร การทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะที่เหมาะสมกับที่ได้รับความไว้วางใจ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคมได้ชื่นใจ น่าจะเป็นบทบาทที่เอ๋ควรทำได้ดีกว่านี้นะคะ พี่แอน เห็นเอ๋มาตั้งแต่แรกๆ ที่เข้ามาสภาฯ

เอ๋วันนั้นและวันนี้เหมือนคนละคนกันค่ะ และหากมีคำแนะนำด้วยความปรารถนาดีไม่ว่าจากใคร เราเองก็ควรต้องเปิดใจรับฟัง พิจารณาตนเองเพื่อนำมาปรับปรุง หากมีเหตุผลในการกระทำนั้นๆ ก็ชี้แจงให้เข้าใจ แต่ไม่สมควรตอบกลับใส่ความด้วยอารมณ์

และการกล่าวหาด้วยคำพูดส่อเสียดและจงใจทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ตามที่เอ๋ได้ใช้สื่อทางสังคม (Social Media) กล่าวหาดร.อั๋น ภูวนาท ด้วยข้อความที่ทำให้เสียชื่อเสียง

ในกรณีนี้แม้มีเอกสิทธิ์ ส.ส.ก็ไม่คุ้มครองค่ะ เนื่องจากเป็นการกระทำนอกเหนือความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และการใช้สื่อทางสังคม (Social Media) นั้นเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการพูด แสดงความคิดเห็น ติชม ซึ่งยิ่งควรต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายซึ่งเป็นกติกาของสังคม

และหากสิทธิเสรีภาพของใครถูกละเมิดก็เป็นหน้าที่ของคนนั้นในการปกป้องรักษาสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของตนเอง นี่คือกฎหมายที่เอ๋ต้องศึกษาทำความเข้าใจให้ดีนะคะ

และในฐานะพี่สาวของ ดร.อั๋น ภูวนาท คุนผลิน พี่คงต้องขอให้ข้อมูลข้อเท็จจริงให้ทราบค่ะ คุณอั๋นเป็นที่รักและความภาคภูมิใจของครอบครัวคุนผลิน เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพที่คุณอั๋นได้ทำงานเป็นศิลปิน นักร้อง ผู้ประกาศข่าว พิธีกร

จนได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลต่างๆ มากมายเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถอยู่แล้ว คุณอั๋นได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตในสายงานที่รัก และสร้างสรรสังคมอย่างมีคุณภาพเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม และในสายงานวิชาการหลังจากจบปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตรัฐประศาสนศาสตร์

คุณอั๋นเป็นวิทยากรรับเชิญให้หลากหลายหลักสูตรฯ และหลากหลายสถาบันฯ และยังเป็นผู้สนับสนุนการช่วยเหลือสังคมผ่านช่องทางสื่อมากมาย เป็นนักคิด นักเขียนบทความให้หลากหลายสื่อสิ่งพิมพ์

ที่สำคัญคุณอั๋นได้รับการอบรมบ่มนิสัยที่ดี จนนับได้ว่าเป็นบุคคลคุณภาพที่เป็นตัวอย่างให้แก่เยาวชนและศิลปินรุ่นน้องๆ ได้เป็นอย่างดี ในธุรกิจของครอบครัว และธุรกิจส่วนตัว คุณอั๋นเป็นนักบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

และเมื่อคุณอั๋นได้รับบทบาทเป็นคุณพ่อก็สามารถทำหน้าที่ได้ดี รางวัล ”Father of the Year 2019” จากสื่อ เป็นผลมาจากความตั้งใจของคุณอั๋น ที่จะสร้างสังคมที่แข็งแรงเริ่มต้นจากสถาบันครอบครัวของตัวเอง

คงเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่คุณอั๋นทุ่มเทเต็มความสามารถในทุกบทบาทและหน้าที่ ดังนั้นข้อกล่าวหาของเอ๋ ที่มีต่อคุณอั๋นขาดสาระข้อเท็จจริง และในฐานะพี่สาวคงยอมไม่ได้ที่จะให้น้องชายของพี่ถูกละเมิด หมิ่นประมาท ทำให้เสียชื่อเสียงค่ะ

พี่มี 2 ทางเลือกให้เอ๋นะคะ
1.ลบข้อความที่กล่าวหาจากสื่อทางสังคม Social Media) ทุกอันที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของ ดร.อั๋น และลงข้อความขอโทษดร.อั๋นแทน
2.ผลของการละเมิดสิทธิ ด้วยการฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ค่ะ

ในฐานะพี่ขอชี้แนะให้เลือกข้อ 1 นะคะ

ปล.เรื่องครอบครัวและส่วนตัว ก็ไม่ควรละเมิดเช่นกันค่ะ คนละเรื่องกับเรื่องสิทธิสตรีนะคะ

พี่แอนชี้แนะและสอนน้องเอ๋นะคะ”พี่แอน ดร.ภูวนิดา คุนผลิน ทั้งในฐานะพี่สาวของดร.อั๋น ภูวนาท คุนผลิน…

โพสต์โดย Anne Kunpalin เมื่อ วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2019