[น้ำท่วมภาคเหนือ] ฝนถล่มน่าน-พะเยาอ่วม เตือนภัยอพยพ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุฝนตกหนักในจังหวัดน่านและพะเยา กระทั่งระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีการเตือนภัย เฝ้าระวัง อพยพประชาชนออกนอกพื้นที่
  • มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม หลายพื้นที่

วันที่ 31 ก.ค. 2562 มีรายงานภัยพิบัติทางธรรมชาติในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ เริ่มที่จังหวัดน่าน ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่เข้าวันที่ 2 ทำให้ระดับน้ำในแม่น่านและแม่น้ำสาขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้มีการแจ้งเตือน 26 หมู่บ้านใน 9 อำเภอ เฝ้าระวัง เตือนภัย อพยพ เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนในระดับสีส้ม ไปจนถึงสีแดง โดยมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ต่าง ๆ

  • บ้านปางยาง ต.ภูคา อ.ปัว ปริมาณน้ำฝนสะสมอยู่ที่ 204 มิลลิเมตร
  • บ้านก่อกวง ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ ปริมาณน้ำฝนสะสมสูง 178 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ตาม มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ขอให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากอาจเกิดดินถล่มได้ ขอให้ชาวบ้านเก็บข้าวของเครื่องใช้ไว้ที่สูง และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมอพยพอยู่ในที่ปลอดภัย

ส่งนทางด้านนายชนาธิป เสมแย้ม นายอำเภอปัว ได้สั่งการเตรียมพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและส่วนท้องถิ่น พร้อมออกช่วยเหลือชาวบ้านทันทีหากเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ประกาศแจ้งประชาชนในพื้นที่ ติดตามข้อมูล และข่าวสารจากทาง ราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนตกสะสม

นอกจากนี้เพจเฟซบุ๊กชื่อ ที่นี่เมืองน่าน ได้เปิดเผยภาพสถานการณ์ผนตกหนักในพื้นที่บ้านมณีพฤกษ์ หมู่ที่11ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จ.น่าน จนกระทั่งมีเหตุดินสไลด์มาทับบ้านอีกหนึ่งหลังที่อยู่ถัดลงไปได้รับความเสียหายอย่างหนัก

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพะเยา

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพะเยาในช่วงเช้าวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เกิดเหตุน้ำป่าลำห้วยห้วยแพะ เส้นทางปง จังหวัดพะเยา ไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านห้วยคอกหมู ตำบลนาปรัง โดยมีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย

ขอบคุณที่มารูปภาพ ที่นี่เมืองป๋ง อำเภอปง จังหวัดพะเยา

แนะลูกจ้าง เจ็บป่วยจากงาน ตรวจรักษา ที่คลินิกโรคจากการทำงาน

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ในสถานประกอบการ ซึ่งได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งโครงการคลินิกโรคจากการทำงาน เพื่อให้มีการดูแลลูกจ้างที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการทำงานอย่างเป็นระบบ คือให้การตรวจรักษา วินิจฉัยโรค และให้การรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐาน การเฝ้าระวัง/ป้องกัน และลดอุบัติเหตุจากการทำงาน

พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและส่งเสริมงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานแก่ สถานประกอบการ ไปถึงการสนับสนุน ดำเนินการด้านการแพทย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เงินทดแทน และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม ได้จัดโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการคลินิกโรคจากการทำงานแล้วถึง 114 แห่ง เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 107 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย จำนวน 6 แห่ง และโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แห่ง

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า จากสถิติข้อมูลของกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม ในเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา มีลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน จำนวนทั้งสิ้น 44,237 ราย

กองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยจ่ายค่าทดแทนไปแล้ว 661,109,549.86 บาท อย่างไรก็ดีในกรณีที่ลูกจ้างสงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานสามารถเข้าบริการตรวจวินิจฉัยได้ที่คลินิกโรคจากการทำงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

โดยขอให้นายจ้างยื่นแจ้งการประสบอันตรายตามแบบ กท.16 ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัดที่ประจำทำงาน เพื่อขอหนังสือส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ให้บริการคลินิกโรคจากการทำงาน หรือติดต่อคลินิกฯ โดยตรงในกรณีของผู้ประกันตนที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ตนเองเลือกไว้และมีคลินิกโรคจากการทำงาน สามารถเข้ารับบริการได้โดยตรง

ทั้งนี้ ให้ติดต่อที่คลินิกประกันสังคมเพื่อตรวจวินิจฉัยคัดกรองเบื้องต้น หากแพทย์ผู้ทำการตรวจวินิจฉัยสงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงาน จะส่งลูกจ้างไปรักษาต่อที่คลินิกโรคจากการทำงาน กรณีลูกจ้างเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยไม่ได้แจ้งการประสบอันตราย หาก

ผลการตรวจวินิจฉัยพบว่า ลูกจ้างเจ็บป่วยจากการทำงาน ขอให้นายจ้างยื่นแบบการประสบอันตราย (กท.16) ต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน เพื่อให้โรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในส่วนของกองทุนเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง

แต่หากผลการตรวจลูกจ้างไม่เจ็บป่วยจากการทำงาน ลูกจ้างไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัยเนื่องจากกองทุนเงินทดแทน ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่โรงพยาบาลแล้ว ลูกจ้างสามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกโรคจากการทำงานได้ด้วยตนเองที่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ทุกแห่ง หรือโทร.1506 (บริการตลอด 24 ชั่วโมง)

15 ส.ค.นี้ เช็กค่ายาผ่าน คิวอาร์โค้ด

การดำเนินการเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจสอบราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ตามที่กรมการค้าภายในได้กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายส่ง ต้องแจ้งราคาซื้อ-ราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ ค่าบริการ ตามรายการที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ (UCEP) เบื้องต้นอยู่ที่ 3,892 รายการ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เพื่อที่กรมจะจัดทำเป็นฐานข้อมูลและจัดทำคิวอาร์โค้ด (QR Code) ให้ผู้ป่วยและญาติสามารถตรวจสอบข้อมูลก่อนและหลังการรับบริการได้

ล่าสุด นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนได้ส่งข้อมูลมาเกือบครบแล้ว ซึ่งประชาชนจะสามารถใช้ QR Code ตรวจสอบราคายา ณ โรงพยาบาล เพื่อการตัดสินใจได้ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ในเบื้องต้นเป็นยาที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ (UCEP) และในอนาคตจะขยายผลให้ครอบคลุมรายการยาตามรหัสบัญชีข้อมูลยา และรหัสยามาตรฐานไทย (TMT)

โดยบัญชียามีจำนวน 32,000 รายการ บัญชีเวชภัณฑ์ 868 รายการ และค่าบริการทางการแพทย์ 5,286 รายการ และยังกำหนดให้โรงพยาบาลที่มีการเปลี่ยนแปลงราคายาต้องแจ้งให้กรมฯ ทราบก่อนปรับราคาภายใน 15 วัน หากไม่แจ้งราคาซื้อ-ขาย ตามที่ประกาศ กำหนดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง ซึ่งกรมฯ ได้ทำหนังสือให้สถานพยาบาล 353 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ