ผู้กองปูเค็ม แจ้งความเอาผิดคนโพสต์หมิ่น ‘พระสังฆราช’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้กองปูเค็มเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.
  • ซึ่งผู้กองปูเค็มได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่โพสต์แสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ค. 2562 ที่ บก.ปอท. ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม พร้อมด้วย นายศุภอรรถ จันทรสกุนต์ ทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ศุโกศล ทองแกมแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอาทิตย์ ภัทรมานิต

โดยผู้กองปูเค็ม ระบุว่า บุคคลดังกล่าวได้เข้าไปโพสต์รูปภาพและแสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราชบนเพจ จส.100 ตนทราบและเห็นเมื่อประมาณ 10 วันที่แล้ว วันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับบุคคลดังกล่าวต่อไป

เปิดภาพความเสียหาย เหตุลอบวางระเบิด จนท. ที่ยะลา

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ทหารพรานที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
  • เหตุการณ์นี้ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 4 นาย
  • สาเหตุคาดเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบ หลังถูกทลายแหล่งกบดานในพื้นที่ จ.นราธิวาส

จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิดหมายเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ บนถนนสาย 3008 บ.ป่าหวังใน ม.1 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่งผลทำให้ทหารพรานชุดปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 3304 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 (ชป.ร้อย ทพ.3304 ฉก.ทพ.33) ซึ่งเดินทางโดยรถยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ได้รับบาดเจ็บไป 4 ราย คือ

ร.ต.อนุวัฒน์ ชูชนะ ผบ.ร้อย ทพ.3304
อส.ทพ.เอกชัย ศรีคำลือ
อส.ทพ.ชูเกียรติ์ อุตร์อ่าง
และ อส.ทพ.ประทีบ เถมินพนา

ลอบวางระเบิด

โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ (22 ก.ค. 2562) นั้น ในวันเดียวกันได้มีการเผยแพร่ภาพความเสียหายจากเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว ซึ่งเผยให้เห็นว่า ถนนที่คนร้ายนำระเบิดมาฝังไว้พังเสียหายกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ และรถยนต์ที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานใช้โดยสารไปทำธุระพังเสียหายทั้งคัน โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนสาเหตุของการก่อความไม่สงบหมายจะเอาชีวิตของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ คาดว่าเป็นการตอบโต้เอาคืนของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หลังถูกชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทลายแหล่งกบดานที่อยู่บนเขาเทือกเขา หลังหมู่บ้านแฮ ม.4 ต.บองอ อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา

อธิบดีกรมฝนหลวง แจงขั้นตอนทำฝนเทียม

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมฝนหลวงส่งเครื่องบินทำฝนเทียมที่ จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรี
  • พิษณุโลก สระแก้ว และพื้นที่ ภาคอีสาน อากาศปิดไม่สามารถทำฝนหลวงได้

วันนี้ (23 ก.ค. 2562) นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการเปิดเผยถึงการการส่งเครื่องบินขึ้นทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ฝนขาดช่วงในหลายพื้นที่ของประเทศ จนเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ว่า

ในช่วงเช้าวันนี้ กรมฝนหลวงได้มีการสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรี ส่งอากาศยานขึ้นบินเพื่อทำฝนหลวงแล้ว เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมและเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำพื้นที่ จ.ตาก, จ.เชียงใหม่, จ.กาญจนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี หลังจากพบว่าความชื้นสัมพันธ์และความเร็วลมในพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถก่อให้เกิดเมฆ และพัฒนาไปเป็นฝนได้

ส่วนหน่วยปฏิบัติการ ที่ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.ลพบุรี จ.สระแก้ว และ จ.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะยังไม่ส่งอากาศยานขึ้นทำฝนหลวง เพราะสภาพอากาศปิด เมฆชั้นกลางชั้นสูงหนาแน่น ไม่สามารถทำฝนหลวงในขั้นตอนก่อเมฆได้

เพราะต้องใช้แสงอาทิตย์เป็นตัวช่วยในการให้เมฆพัฒนาตัวได้อย่างต่อเนื่อง คงต้องรอติดตามสภาพอากาศไปอีกสักระยะ จากนั้นค่อยปฏิบัติการทำฝนหลวงต่อไป เพื่อการทำฝนหลวงจะได้เกิดผลมากที่สุด