‘ครูบลู’ เข้าพบ ตร.ปอท. ยอมรับ เปิดกลุ่มลับจริง ยันโชว์วาบหวิวเป็นงานศิลปะ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’ครูบลู’ อดีตอาจารย์ฝึกสอน เน็ตไอดอลและพริตตี้ เข้าพบตำรวจ ปอท. ตามหมายเรียก
  • พร้อมยอมรับว่าเปิดกลุ่มลับ โชว์วาบหวิวจริง มองว่ามันเป็นศิลปะ
  • ด้านตำรวจ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา “นำเข้าข้อมูลลามกอนาจารสู่ระบบฯ”

จากกณี น.ส.จิรารัตน์ ชานันโท หรือ ครูบลู อดีตอาจารย์ฝึกสอน เน็ตไอดอลและพริตตี้คนดัง ที่เป็นข่าวมือที่สามระหว่าง ต้นหอม ศกุนตลา กับ ซัน ประชากร ซึ่งเจ้าตัวออกมาปฏิเสธและยืนยันว่าเป็นเพียงคนรู้จักฝ่ายชายเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ถูกโลกออนไลน์ขุดคุ้ยคลิปวีดีโอโชว์วาบหวิว ซึ่งผู้ที่สนใจหรืออยากดูต้องเสียเงินคนละ 300-500 บาท สมัครเข้าไปดูในห้องกลุ่มลับ

ภายหลังทาง บก.ปอท. ทราบเรื่องโดย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผบก.ปอท. และโฆษก บก.ปอท. ระบุว่าพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตรียมเรียกเจ้าตัวมาพบในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 13.00 น. แต่น้องบูลไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งแรกได้โดยส่งทนายมาเลื่อนนัดให้เหตุผลว่าได้รับหมายกระชั้นชิดเกินไปและติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด จึงขอเลื่อนเป็นวันอังคารที่ 23 ก.ค. เวลา 10.00 น. นั้น

สุดล่าวันที่ 23 ก.ค.62 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผบก.ปอท. และโฆษก บก.ปอท. พร้อมด้วย น.ส.จิรารัตน์ ชานันโท หรือ น้องบลู และ นายอนุชา พุทธวรคุณ ทนายความส่วนตัว ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลัง ภายหลังจาก เข้าพบพนักงานสอบสวนบก.ปอท. ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 เพื่อรับทราบข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

น.ส.จิรารัตน์ กล่าวว่า ตนยอมรับว่ามีการเปิดกลุ่มสมาชิก VIP จริง เป็นคนดำเนินการเองทั้งหมด ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 200-300 คน โดยจะเก็บเงินตามความเหมาะสม กลุ่มดังกล่าวนั้นบุคคลอื่นไม่สามารถเข้าถึงแบบสาธารณะ ส่วนสมาชิกที่รับเข้ามาจะมีการคัดกรองบุคคลที่เข้ามาก่อน ว่าบุคคลนั้นวุฒิภาวะหรือไม่ สำหรับเนื้อหาที่มีการพูดคุยในกลุ่ม ก็เป็นการทักทายแฟนคลับตามปกติ แต่อาจจะมีการแต่งกายวาบหวิวไปบ้าง ซึ่งตนมองว่ามันเป็นศิลปะ

น.ส.จิรารัตน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมายอมรับว่ากังวลมาก เพราะอัตราโทษสูง แต่เมื่อเอาหลักฐานมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็สบายใจขึ้น สำหรับหลักฐานที่มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่า สิ่งที่ทำไปอาจไม่เหมาะ แต่ไม่ได้เผยแพร่ต่อประชาชนทั่วไปที่เข้าถึงได้ สำหรับตอนนี้จึงมีการระงับกลุ่มไว้ก่อน เนื่องจาก จะต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียดกว่านี้ว่าสามารถทำอันไหนได้บ้าง

“สำหรับประเด็นที่เราตกเป็นมือที่สามของ ซัน และ ต้นหอม นั้น ตอนนี้เรื่องก็เงียบลงแล้ว เพราะพี่ทั้งสองคนได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว เรายืนยันว่า ทั้งภาพ และ คลิปต่างๆ ที่โชว์รูมรถ ที่คอนโด ยืนยันว่าไม่ใช่ตัวเองแน่นอน และปัจจุบันก็ไม่ได้มีการติดต่อกับ พี่ซันแล้ว อาจมีบ้าง ที่ช่วงเป็นข่าว พี่ซันได้ติดต่อมาเพื่อขอโทษที่ทำให้เราต้องเดือดร้อน ที่ผ่านมาพยายามเงียบมาตลอด เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่ นิ่งเงียบเหมือนยิ่งเรื่องราวยังไม่จบ วันนี้จึงตั้งใจจะมาบอกว่า เราไม่ใช่มือที่สามแน่นอน ส่วนบุคคลที่ยังไม่หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ ก็จะพิจารณาแจ้งความ “ น.ส.จิรารัตน์ กล่าว

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลัง พ.ต.อ.ขวัญชัย สอบปากคำนานร่วม 1 ชั่วโมงครึ่งแล้ว ในวันนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา “นำเข้าข้อมูลลามกอนาจารสู่ระบบฯ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อนางสาวจิรารัตน์ เพียงแต่ให้เจ้าตัวมาให้ปากคำในฐานะพยานจากกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมนำเอกสารมาประกอบคำให้การ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วอนช่วยเหลือ! พลเมืองดีพบคุณยายอยู่บ้านผุพังคนเดียว ไร้ญาติพี่น้อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • พลเมืองดีพบหญิงชราไร้ที่พึ่งอยู่บ้านลำพัง ไม่มีญาติพี่น้อง บ้านทรุดโทรมไม่ถูกสุขลักษณะ
  • การพบเรื่องราวลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งไปยังหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เพื่อตรวจสอบข้อมูล และให้การช่วยเหลือบุคคลนั้นๆ
  • อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวมีหน่วยงานราชการเข้าช่วยเหลือคุณยายแล้ว

อัพเดตล่าสุด 23 ก.ค.2562 เวลา 13.30 น. ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีหน่วยงานจังหวัดเช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัด พร้อมท้องถิ่นเช่น ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล อบต.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว

________________________________________________________________

สมาชิกเฟซบุ๊ก Poramet Misomphop ได้โพสต์ภาพหญิงสูงวัยท่านหนึ่งพร้อมเล่าเรื่องราวสุดหดหู่ว่า คุณยายที่อยู่ในภาพพักอาศัยอยู่ในเพิงพักที่ผุพังนี้มา 70 ปีแล้ว บ้านที่เต็มไปด้วยกองขยะ คุณยายอยู่บ้านหลังดังกล่าวโดยมีสุนัขอยู่ด้วยอีกหลายตัว โดยทุกวันพลเมืองดีจะนำอาหารมาส่งให้คุณยายรับประทาน

ทางผู้โพสต์ระบุว่า บ้านยายอยู่ในพื้นที่ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี คุณยายไม่มีญาติพี่น้อง บ้านพักอยู่ไม่มีบ้านเลขที่ ทำให้ยากลำบากต่อการรับสิ่งของบริจาค ส่วนการรับบริจาคเงินนั้น ตัวคุณยายไม่มีบัญชีธนาคาร อีกทั้งยังดูแลบัญชีจึงไม่สะดวกที่จะเปิดรับบริจาค

โดยตัวผู้โพสต์เองระบุว่า ตนสามารถช่วยได้ตามกำลังเท่านั้น โดยได้ซื้อข้าว ซื้อน้ำ นำเสื้อตัวใหม่ มอบให้คุณยาย และนำเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เอาไว้กับทางพลเมืองดี เพื่อคอยซื้อข้าว ซื้อน้ำ ดูแลคุณยายเบื้องต้น

ข้อความที่ทางผู้โพสต์ระบุมีดังนี้

Poramet Misomphop : นี่หรือชีวิตคน เมศไม่มีคำบรรยายอะไรมาก สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือหญิงชรา ที่ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตข้างหน้าจะเป็นยังไงแค่ขอให้ภาพมันเล่าเรื่อง คุณเคยคิดบ้างไหม? ถ้าคุณแก่ตัวไปคุณจะมีชีวิตอยู่ยังไง? น้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง ล้มตัวนอนบนกองผ้าเก่าๆ เงยหน้ามองรูรั่วตามหลังคาพังๆ

คุณยายคงคิดนะว่า..เราคงต้องตายคาบ้านหลังนี้ คงมีเพียงหมา 10 กว่าตัว ที่คอยดูแลร่างของเราคุณยายอยู่ภายในบ้านหลังนี้มา 70 กว่าปีแต่ปัจจุบันที่เมศเห็น บ้านหลังนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านร้าง ที่ พุพัง กองขยะ เต็มบ้าน ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไป บนไม้กระดานนั้นต้องระมัดระวัง จะหัก ทะลุลงไปข้างล่างที่เป็นน้ำ

เวลาจะกินข้าวแต่ละมื้อ จะมีพลเมืองดี ซื้อมาให้ยายต้องแบ่งข้าวนั่งกินกับหมา อย่างที่เพื่อนๆ เห็นในรูป ส่วนไฟฟ้า ก็ไม่มี มีเพียงแสงสว่างที่ลากสายไฟมาจากเสาไฟฟ้ามาต่อเข้าบ้าน พอมองเห็นยามค่ำคืนเท่านั้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องพูดถึง เพราะในบ้าน มีเพียงเตียงไม้เก่าๆ ตู้กับข้าวไม้ ที่พังทั้งหมด กับกองขยะ

ภาพของคุณยายและเจ้าของโพสต์

พลเมืองดีเล่าให้เมศฟังอีกว่า..ทุกวันนี้คุณยายใช้ชีวิตตัวคนเดียว ด้วยความยากลำบากมากที่สุด ไม่มีญาติพี่น้อง หรือ ลูกหลานส่วนตัวแล้ว ดูแลคุณยายได้แค่เบื้องต้นตามกำลังเท่านั้น ถ้าคุณยายตายไป จะไม่มีใครรู้เลยเวลาซื้อข้าวให้ คุณยายแบ่งข้าวที่กินให้เหล่าสุนัข ได้ประทังชีวิตจากที่เมศนั่งคุย พอคุณยายรู้ว่าเมศนำข้าวมาให้คุณยาย

มันเป็นภาพที่สลดมาก คุณยายรีบหยิบมากินทันทีและ แบ่งข้าวนั้นให้กับหมาที่นอนเฝ้าเคียงข้างคุณยายมันเป็นภาพที่สลดหดหู่มากไม่คิดเลยว่า ในประเทศไทย จะมีคนที่ลำบากขนาดนี้อยู่อีกบ้านคุณยายพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อำเภอ บางกรวย จังหวัด นนทบุรีซึ่งเมศพิจารณาโดยละเอียดรอบด้านแล้วเคสคุณยายนั้นไม่สามารถเปิดรับบริจาคใดๆได้

คุณยายไม่มีบัญชีธนาคาร และเมศไม่สามารถพาคุณยายไปเปิดบัญชีได้ เนื่องจากไม่มีคนที่ดูแลบัญชีส่วนเรื่องส่งสิ่งของนั้น บ้านคุณไม่มีเลขที่บ้านจึงไม่สามารถส่งสิ่งของอะไรให้คุณยายได้ เบื้องต้นเมศได้ซื้อข้าว ซื้อน้ำ นำเสื้อตัวใหม่มอบให้คุณยายและนำเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เอาไว้กับทางพลเมืองดี

เพื่อคอยซื้อข้าว ซื้อน้ำ ดูแลคุณยายเบื้องต้นนี่หรือครับชีวิตคนเรา..เวลาเราตายไป จะมีใครซักคนไหมที่จะมาทำศพ อุ้มร่างเราเข้าเตาเผา หรือ เราจะตายคาบ้านโดยไม่มีใครรู้เลย เมศขอขอบคุณ พลเมืองดีท่านนี้ ที่คอยเดินทางมาซื้อข้าว ซื้อน้ำ ให้คุณยายได้ประทังชีวิต ตามกำลังครับ

" นี่หรือชีวิตคน "เมศไม่มีคำบรรยายอะไรมาก สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือหญิงชรา…

โพสต์โดย Poramet Misomphop เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2019

หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างเรียกร้องหน่วยงานท้องถิ่นเข้าไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้คนส่วนใหญ่ที่เข้าไปแสดงความเห็นต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ต้องการบริจาคสิ่งของและเงินให้คุณยาย

ทั้งนี้ ทาง MThai ได้ตรวจสอบเรื่องของการแจ้งข้อมูลหากพบกรณีในลักษณะเช่นนี้ ทางพลเมืองดีสามารถแจ้งเรื่องราวไปยังหน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ หรือแจ้งไปยังศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เพื่อที่จะให้หน่วยงานดังกล่าวตรวจสอบข้อมูล และดำเนินการคัดกรองข้อมูล และส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือต่อไป

ทำความรู้จัก ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300

  • ศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน1300 เป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์ปัญหาสังคมทุกประเภทให้บริการทั่วประเทศไทย
  • ให้บริการสายด่วน 1300 รับแจ้งและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคมเบื้องต้นประสานส่งต่อความช่วยเหลือไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ขอบคุณข้อมูลจาก FB : Poramet Misomphop

ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง! ยุบพรรคพลังประชารัฐ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.62) เวลา 10.00 น.จะนำพยานหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไต่สวนและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อไป

หลังพรรคพลังประชารัฐ ได้จัดงานสัมมนาพรรคเสริมศักยภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21-22 ก.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยใช้รีสอร์ตที่มีปัญหาถูกจับบุกรุกป่า ในหมู่ 6 ตำบลไทยสามัคคี เป็นสถานที่จัดงาน

ซึ่งสถานที่จัดงานดังกล่าวเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าเคยถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติเข้าจับกุมมาแล้วถึง 2 ครั้ง ในข้อหาบุกรุกป่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค.55 เนื้อที่ 20 ไร่ ต่อมาวันที่ 31 มี.ค.60 จับเพิ่มอีก 30 ไร่ 2 งาน

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า การที่พรรคพลังประชารัฐหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลได้ไปจัดสัมมนาในรีสอร์ตดังกล่าว ทั้งๆ ที่กำลังจะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ และหนึ่งในนโยบายหลักข้อ 10 คือ

การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนนั้น เป็นการย้อนแย้งที่ไม่ควรกระทำ และถือได้ว่าเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้รีสอร์ตดังกล่าวกระทำการอันเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

ซึ่งต้องห้ามตาม ม.45 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 อันมีความผิดตาม ม.92(3) อันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้

โดยเป็นอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคพลังประชารัฐได้กระทำการฝ่าฝืนจริง