‘ธรรมนัส’ ไม่หวั่น! ฝ่ายค้านซักฟอกวันแถลงนโยบาย

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงภาพรวมภัยแล้งว่า พรุ่งนี้ตนและคณะจะตรวจเช็คสถานการณ์ในลำน้ำที่ส่งเข้าเขื่อนลำตะคอง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง ส.ส. ในพื้นที่จะเป็นผู้พาไป

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ภัยแล้งในภาพรวมไม่ว่าจะเป็นภาคอีสานหรือภาคเหนือ ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดได้ส่งข้อมูลมาให้ตนแล้ว ส่วนการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจากภัยแล้ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือปริมาณน้ำที่เหลือใช้เฉพาะการอุปโภคบริโภค หากฝนไม่ตกลงมา และเราไม่มีวิธีการแก้ไข พี่น้องประชาชนที่อาศัยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะเดือดร้อนภายในสองเดือนนี้

ส่วนภาคการเกษตรหากไม่มีฝนลงมาจะเดือดร้อนแน่นอน เพราะขณะนี้เดือดร้อนอยู่แล้ว จึงต้องเร่งแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรโดยใช้การทำฝนเทียม สำหรับตัวเลขปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมดมีปริมาณน้ำเหลืออยู่แต่ 1,400 ล้านลูกบาศก์เท่านั้นซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่าแม้รัฐมนตรีในกระทรวงมาจากต่างพรรคการเมืองถึง 4 พรรค แต่การทำงานและการขับเคลื่อนนโยบายจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างแน่นอน

ส่วนกระแสข่าวว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ได้เรียนเชิญ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ หากเรียนเชิญ คาดว่าท่านก็คงจะมา ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็ได้สอบถามตนมาเหมือนกันว่าเป็นงานเกี่ยวกับอะไร แต่ยืนยันว่าไม่มีการลงพบปะกันระหว่างลงพื้นที่พรุ่งนี้

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายคุณสมบัติของตน ในการแถลงนโยบายรัฐบาลวันที่ 25-26 กรกฎาคมนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองได้แถลงข่าวชี้แจงกับสื่อมวลชนไปหมดแล้ว และเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ได้รับความกระจ่างไปแล้ว

ดังนั้นจึงไม่มีความกังวลใจในเรื่องนี้ เพราะประเด็นสำคัญในวันดังกล่าวคือการแถลงนโยบาย ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะปฏิบัติหน้าที่ จึงอยากให้ไปเน้นตรงนั้นมากกว่า ส่วนนโยบายขอฃกระทรวงเกษตรฯ คงเป็นเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรและภัยแล้ง เพราะถือเป็นงานหลักและงานหนักของกระทรวง ซึ่งหลังแถลงนโยบายเสร็จ รัฐมนตรีของกระทรวงทั้ง 4 ท่าน ก็จะเดินหน้าทำงานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม

DSI เตือนภัย! รับจ้างบริษัทกดไลก์-แชร์ เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกมาชี้แจง หลังเกิดกรณีที่ปรากฏข่าวข้อความแจ้งสมาชิกของธุรกิจ Nice Review บนกลุ่ม Facebook โดยมีการนําภาพตราสัญลักษณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษมาประกอบ และระบุข้อความว่า

ตามที่ท่านส่งเรื่องร้องเรียนแจ้งเบาะแสผ่านแอพลิเคชันแชร์ลูกโซ่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ ศ.5/7/2019 12:44 เกี่ยวกับธุรกิจ Nice Review ที่อาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ นั้น

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริง ไม่อาจเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษได้ หากท่านได้รับความเสียหายทางอาญา แนะนําให้ท่านร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุเพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป…

คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ภายหลังมีประชาชนเข้ามาสอบถามทาง Facebook ของกรมสอบสวนคดีพิเศษถึงเรื่องดังกล่าวเป็นจํานวนมาก ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงขอชี้แจงต่อสาธารณชนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1.กรมสอบสวนคดีพิเศษมีการเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งข้อมูลเบาะแสในเรื่องต่างๆ รวมทั้งมีการจัดทําโปรแกรมประยุกต์ชื่อ “ตรวจสอบแชร์ลูกโซ่” ที่ทํางานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเป็นการ ฉ้อโกงประชาชนตามหัวข้อที่กําหนด รวมทั้งมีช่องทางในการแจ้งเบาะแสในส่วนแชร์ลูกโซ่ผ่านโปรแกรมดังกล่าว

ซึ่งในการตอบผลการพิจารณาจะเป็นเรื่องระหว่างผู้แจ้งเบาะแสกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยเป็นการพิจารณาเบื้องต้น ตามข้อเท็จจริงที่ได้รับ หากเห็นว่าข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ จะแนะนําให้ยื่นคําร้องเป็นหนังสือเข้ามายัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งแนะนําให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุหากพบว่าตนเองได้รับความเสียหาย

2.การนําตราสัญลักษณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และนําไป ประกอบข้อความข้างต้นอาจทําให้ประชาชนสับสนว่า การกระทําดังกล่าวไม่เป็นความผิดที่เป็นคดีพิเศษและกรมสอบสวนคดีพิเศษรับรองแล้ว ดังนั้น พันตํารวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมอบหมายให้กองบริหารคดีพิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการรับเรื่องราวร้องทุกข์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวแล้ว

3.จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าธุรกิจ Nice Review เป็นการเชิญชวนประชาชน ทั่วไปที่ใช้ระบบสังคมออนไลน์ Facebook ให้กดไลก์ กดแชร์ และให้ความคิดเห็นหรือคอมเมนท์ในเชิงบวกแก่ งานโฆษณาบนระบบเฟซบุ๊กที่ Nice Review เตรียมไว้ในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องเพื่อโปรโมทเพจของ ผู้ประกอบการให้เกิดความน่าเชื่อถือ

โดยในการสมัครสมาชิกและมีรหัสให้โดยมีค่าใช้จ่ายในการสมัครด้วย และมีการกําหนดค่าตอบแทนเป็นลําดับชั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวตรงกับคํานิยาม “กู้ยืมเงิน” ตามพระราชกําหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ที่รวมถึงการรับสมัครเป็นสมาชิกโดยมี การจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้สมัคร แต่ขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทมีฐานรายได้จากที่ใดที่นํามาจ่ายเป็น ค่าตอบแทนให้สมาชิก และอัตราผลตอบแทนเป็นอย่างไร ซึ่งจะได้ตรวจสอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายความผิดอาญาอื่น เนื่องจากการกดไลก์ กดแชร์ และให้ความคิดเห็น หรือคอมเมนท์ ไม่ได้เกิดจากความต้องการหรือความคิดเห็นที่แท้จริง จึงอาจทําให้ ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อในสินค้าหรือบริการว่ามีคุณภาพหรือจริงดังคําโฆษณาทั้งที่ไม่เป็นความจริง

พฤติการณ์ ดังกล่าวอาจเป็นการสนับสนุนการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22 ในเรื่องการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรืออาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมในส่วนรวม

รวมถึงอาจเป็น ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ (5) ในการนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลบิดเบือนโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน รวมทั้งการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่มีลักษณะดังกล่าวก็เป็นความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจําคุกด้วย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนทั่วไปให้พึงระมัดระวังในเรื่องดังกล่าว และแจ้งเตือนให้ทราบว่าแชร์ลูกโซ่มักจะมาในรูปแบบของธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ และ โฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนในระยะสั้นโดยอ้างว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง

โดยใช้วิธีการ นําเงินจากผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่จ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกเก่าเพื่อให้เห็นว่าธุรกิจสามารถดําเนินการได้จริง ภายหลังที่ระดมทุนได้มากแล้ว จะหยุดดําเนินการและหลบหนีไปพร้อมเงินของผู้เสียหาย

ซึ่งจะเกิดความ เสียหายลุกลามอย่างรวดเร็ว ขอให้ประชาชนพึงระมัดระวังในการเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ โดยควรศึกษา ความเป็นไปได้ของธุรกิจก่อนเข้าร่วมลงทุน และหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 โทรฟรีทั่วประเทศ

อุตตม ยืนยัน ไม่ทิ้งนโยบายลดภาษีบุคคลฯ มอบให้ สศค.ศึกษาให้รอบคอบก่อน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสน ธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแชะเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการสัมมนาช่วงแรก ว่า

ที่ประชุมได้พูดคุยกัน ถึงการปฏิบัติหน้าที่ในสภาช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล รวมทั้งแชร์แนวทางและข้อเสนอแนะดีๆ ซึ่งเบื้องต้นมีความเห็นร่วมกันแล้วในแนวทางต่างๆรวมทั้งเนื้อหาว่าใครจะทำอะไร อย่างไร

ทั้งนี้ บรรดา ส.ส.มาชิกไม่ได้มีข้อกังวลอะไร ทุกคนดูคึกคัก เพราะบางส่วนมีประสบการณ์ ในขณะที่คนใหม่ก็อยากมีส่วนร่วม เนื่องจากพรรคมีวอรูมที่พร้อมในการชัพพอตข้อมูลแน่นอน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้วางตัวบุคคลใดไว้เป็นขุนพลหลักในการอภิปรายในสภา นายอุตตมตอบว่า “บอกก่อนไม่สนุกดิ”

ส่วนกรณีกระแสข่าวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมงานสัมมนาพรรคในวันพรุ่งนี้นั้น นายอุตตม กล่าวว่า ผมยังไม่ได้รับการยืนยัน ส่วนหลังจากนี้จะมีรายชื่อของพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เข้ามานั่งตำแหน่งสำคัญในพรรคหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรยืนยัน

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบพล.อ.ประวิตร มีโปรแกรมมาตรวจราชการที่ จ.นครราชสีมาในวันพรุ่งนี้ แต่ไม่ได้รับการยืนยันว่าจะแวะมาหรือไม่ ซึ่งหากมาพรรคก็ยินดีต้อนรับ และถือเป็นขวัญกำลังใจให้ส.ส.รวมถึงสมัครพรรค

นายอุตตม ยังกล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนักการเมืองและข้าราชการจำนวน 28 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่ด้วยว่า ส่วนตัวยังไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบรายละเอียด ดังนั้นคงต้องความชัดเจนก่อน แต่ยืนยันไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนพรรคก็เตรียมตัวเต็มที่และพร้อมชร้แจงทั้งข้อกฎหมาย การทำงานและคุณสมบัติ ไม่ได้กังวลอะไร

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเรื่องภาษีที่พรรคพลังประชารัฐหาเวียงไว้ว่าจะลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% นั้น นายอุตตม กล่าวว่า เรื่องภาษี ต้องดำเนินการทั้งระบบ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำดังนั้นเมื่อจะแก้ไขก็ต้องดูโครงสร้างภาษีทั้งระบบและรายได้ แบบนี้คนไทยจึงจะได้ประโยชน์

นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องของการสร้่างรายได้ประกอบกันด้วย จึงขอยืนยันว่า ไม่ได้ถอยแต่ดูและศึกษาให้กว้างและครอบคลุม ซึ่งย้ำว่าทำทันทีไม่ใช่เลื่อนหรือขยายเวลาออกไป แต่เนื่องจากมีขั้นตอนในการปฏิบัติจึงต้องใช้เวลา โดยตอนนี้มอบหมายให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.เริ่มทำการศึกษาแล้ว

และกำลังดูหลักเกณฑ์อยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร นายอุตตม ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาและผู้ช่วยรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการหารือ ยังไม่ได้ข้อยุติ เช่นเดียวกับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นบุคคลที่ปรากฎชื่อตามสื่อหรือไม่