ธนาธร ย้ำชัด! การเดินสายต่างประเทศ ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง

วันนี้ ( 21 ก.ค. 62 ) โรงแรม แลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีมีการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการเดินสายไปต่างประเทศของ พรรคอนาคตใหม่ อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น

นายธนาธร กล่าวว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดในข้อกฎหมายแล้วเชื่อมั่นว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ตามที่มีผู้ร้อง เพีงเพราะการไปต่างประเทศ
แต่ขณะนี้ประชาชนหลายคน เข้าใจผิดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการร้องเรียนในหลายๆ เรื่องต่อ พรรคอนาคตใหม่ อาจมีถึงขั้นยุบพรรค

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การที่มีประชาชน เชื่อว่า พรรคอนาคตใหม่ อาจจะถูกยุบเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประชาชนไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเป็นเรื่องที่ต้องถามกลับ ว่ากระบวนการยุติธรรมของศาล มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน

และมั่นใจด้วยว่าขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่ผู้ร้อง ร้องเรียนให้ยุบพรรคไม่เข้าหลักเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง แต่หากศาลพิจารณาจะให้ผิดจริง ก็สามารถทำได้แค่ให้หยุดในการทำหน้าที่นั้นๆ ซึ่งก็คือ การเดินสายไปต่างประเทศ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการล้มล้างการปกครอง

อย่างไรก็ตาม กรณีที่รัฐบาลเปิดให้รับฟังความคิดเห็นอยู่ในขณะนี้ อาจมีหลายคนมองว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งได้ ส่วนตัวเห็นว่า อำนาจทั้งหมดเป็นของประชาชนที่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อยู่แล้ว แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้ให้อำนาจกับประชาชนแต่กลับให้อำนาจบุคคลที่อยู่ในรัฐบาลแทน

ส่วนการที่บางกลุ่มมองว่าการที่พรรคอนาคตใหม่ แนะประชาชนว่า หากมีการรัฐประหารอีกครั้งก็ให้ออกไปรวมตัวกันที่รัฐสภา ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณหรือไม่ ส่วนตัวก็ยอมรับว่าเป็นการส่งสัญญาณแน่นอน แต่ยืนยันไม่ใช้การเรียกระดมพลในรูปแบบของม็อบ แต่เป็นการให้ประชาชนออกไปแสดงจุดยืน ความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารแตกควรใช้การเมืองในรูปแบบระบบรัฐสภาแก้ไขปัญหา

7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน จวกรัฐบาลปัจจุบัน เอาคนมีคดีมาเป็นรัฐมนตรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน จัดเสวนาในหัวข้อ ทางออกวิกฤติของชาติ โดยมีประเด็นการมุ่งเป้าที่ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
  • นี้ 7 พรรคฝ่ายค้าน ยังเห็นว่า แม้กติการัฐธรรมนูญ จะกำหนดคุณสมบัติของนักการเมืองที่ชัดเจน แต่รัฐบาลปัจจุบัน กลับเอาบุคคลที่มีคดีมาเป็นรัฐมนตรีหลายราย

วันนี้ ( 21 ก.ค. 62 ) โรงแรม แลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ คณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทั้ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้จัดงานเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “ทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ” ซึ่งเป็นเวทีแรกของโครงการ “ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน” ซึ่งมีวิทยากรผู้เข้าร่วมการเสวนา

อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ,พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ,นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ,นายสุภดิช อากาศฤกษ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ,นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย โดยมีนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยเริ่มที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ประชาชนหลายคนยังคงพบเจอปัญหาต่างๆ มาหลายปีไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวเรียกร้องต่างๆของประชาชนก็ไม่สามารถทำได้อย่างปกติของระบอบประชาธิปไตย อันเป็นผลจากรัฐธรรมนูญ ปัจจุบัน ซี่งปัญหาต่างๆนี้ก็เคยมีการออกมายอมรับจากผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญเอง ว่าต้องดำเนินการตามใจคนที่สั่ง

และแม้มีการเลือกตั้งตามกติกาออกมา กลับพบว่า การตั้งรัฐบาลยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งมีพรรคร่วมถึง 19 พรรคการเมือง และพบปัญหาอย่างที่หลายคนเคยเห็น ซึ่งก็คือ ปัญหาของการจัดสัดส่วนที่ไม่ลงตัวของรัฐมนตรี นับเป็นความยุ่งยากจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันอย่างแท้จริง ที่ทำให้เกิดพรรคการเมืองมากมาย

สำหรับกติกาของ กกต.ในการกำหนดบุคคลเข้าสภาหลังการเลือกตั้ง ส่วนตัวเข้าใจดีที่มีการกำหนดหลัดเกณฑ์ผู้ที่สามารถนั่งในสภาได้ด้วยคะแนน 7 หมื่นคะแนน แต่กลับพบว่า พรรคการเมืองที่ได้เพียง 3 หมื่นคะแนน ก็มีสิทธิ์นั่งในสภา จึงทำให้หลายคนสงสัยถึงกระบวนการในรัฐธรรมนูญ ว่ามีการออกกติกามาเพื่อใครกันแน่

ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้มองท่าทีของรัฐบาลปัจจุบัน พบว่า มีแต่ความสิ้นหวัง ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้ภัยจากธรรมชาติ จะเลวร้ายแล้ว แต่ภัยจากรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ขณะนี้ เลวร้ายยิ่งกว่า ซึ่งนโยบายต่างๆของรัฐบาล ใครก็สามารถเขียนออกมาได้

แต่การปฏิบัตินั้นสำคัญกว่า และความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ก็คือ การลงมือทำเพื่อให้ประชาชนมีความน่าเชื่อถือ จากนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาต่อมา คือ การกำหนดคุณสมบัติของนักการเมือง

ซึ่งรัฐธรรมนูญระบุชัดเจน ว่าต้องมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ แต่กลับได้บุคคลที่มีคดีต่างๆ หลายคนมานั่งเป็นรัฐมนตรี อาทิ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีความไม่โปร่งใสในคดีปล่อยกู้ในเครือกฤษฎามหานคร

ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก ว่าคนที่เกี่ยวข้องหลายรายไม่รอดคดี แต่ นายอุตตม กลับรอดเพียงคนเดียว จึงถือว่าเป็นอภินิหารทางกฎหมายอย่างแท้จริง ส่วนปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจชายแดนใต้

ส่วนตัวเป็นคนในพื้นที่ ก็พบว่า ปัญหาที่ผ่านมายังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งเรื่องปัญหาปากท้อง ยางพารา การศึกษา ที่แม้จะมีนโยบายให้เรียนฟรี แต่หลายครอบครัวยังมีปัญหาความยากจน จึงไม่มีเงินในการเดินทางไปเรียน

ทั้งนี้ ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หวังว่าหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคนอื่น จะพูดกับนายกรัฐมนตรีในการอภิปรายนโยบายแทนตัวเอง ที่ไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสภาได้ พร้อมมองว่าวิกฤติของชาติจะแย่กว่านี้ หากยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ และจะส่งผลถึงคนรุ่นหลัง

นายธนาธรมองว่าแม้เศรษฐกิจภาพรวมจะเติบโตขึ้น แต่รายได้ของเกษตรกรติดลบถึงร้อยละ 3 ในขณะที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่มีทรัพย์สินขึ้นกว่าร้อยลพ 60 นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังใช้อำนาจตามมาตรา 44 เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนโทรคมนาคม ขยายเวลาจ่าย และลดอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่เกษตรกรไม่ทำได้

เตือน! หญิงตั้งครรภ์ ช่วง 3 เดือนแรก ควรเลี่ยงการนวด

จากกรณีหญิงตั้งครรภ์ 6 เดือน ช็อกหมดสติและแท้งลูก จากการเข้าไปใช้บริการร้านนวดในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อ 11 ม.ค.62 จนมีสภาพไม่ต่างจากเจ้าหญิงนิทราและนอนติดเตียง กระทั่งเสียชีวิตไปเมื่อ 19 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ให้ความรู้ว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการนวดเพราะการนวดกระตุ้นให้มดลูกบีบ อาจทำให้แท้งลูกได้ ส่วนอายุครรภ์ 4-6 เดือน ควรนวดกับผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วเท่านั้น
ขณะที่อายุครรภ์มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งมดลูกจะไปกดเส้นเลือดดำเส้นเลือดแดงในท้อง เพื่อความปลอดภัย ควรนวดผ่านแพทย์แผนไทย ที่เรียนมาไม่น้อยกว่า 800 ชั่วโมง โดยไม่ควรนวดร้านทั่วไป

ทั้งนี้ การออกกำลังกายของหญิงตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยควรเริ่มในช่วงอายุครรภ์ 3 เดือนขึ้นไป จากเบาไปหนัก เช่น ทำงานบ้าน หรือ เดินวันละ 10-15 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเป็น 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบไหลเวียนเลือดระบบหายใจ -กล้ามเนื้อ จะทำให้นอนหลับสนิท คลอดบุตรได้ง่าย

ส่วนอายุครรภ์ 4 เดือนไปแล้วไม่ควรออกกำลังกายท่านอนหงายนานเกิน 5 นาที เพราะจะทำให้เป็นลมได้ และระหว่างออกกำลังกายควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และทุกครั้งก่อน-หลังออกกำลังกายต้องยืดเหยียดกล้ามเนื้อประมาณ 3-5 นาที พร้อมให้สังเกตอาการ หากมีอาการปวดท้องหน้ามืดจะเป็นลม มีเลือดออกทางช่องคลอด ควรเลี่ยงกิจกรรม และไม่ควรกินอาหารมื้อหนักก่อนออกกำลังกาย2 ชั่วโมง เพราะจะทำให้จุกเสียด แน่นท้องได้